มาทำความรู้จัก "โรคซึมเศร้าในเด็ก"

มาทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้าในเด็ก” Leave a comment

ในปัจจุบัน “โรคซึมเศร้า” เป็นโรคที่สังคมจับตามองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

 

งานวิจัยในประเทศไทยพบเด็กวัยเรียนป่วยเป็นซึมเศร้าประมาณร้อยละ 7.1 ในขณะที่วัยรุ่นป่วยร้อยละ 13.3 พบในวัยรุ่นหญิงมากกว่าวัยรุ่นชาย 2 เท่า จึงเป็นภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป โดยสิ่งสำคัญหลังพบสัญญาณหรือความเปลี่ยนแปลงว่าเด็กมีความเครียดผิดปกติ ควรรีบพาไปพบนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์โดยเร่งด่วน แต่ในบางครั้ง อาจสังเกตได้ยากว่าอาการเศร้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่อารมณ์เศร้าทั่วไป, เป็นภาวะซึมเศร้า หรือพัฒนาเป็นโรคได้ วันนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเพื่อผู้ปกครองทุกท่านค่ะ

 

ความรู้สึกเศร้าเสียใจ เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ในคนทั่วไป แต่ถ้าอาการซึมเศร้าเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต การเรียน และกิจวัตรประจำวันของเด็กมากเกินไป อาจหมายความว่านั่นคืออาการแรกเริ่ม ซึ่งอาการซึมเศร้าในเด็กเนี่ย จะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่ะ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังบอกความรู้สึกไม่เก่ง เค้าก็อาจแสดงออกมาเป็น อาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง มีปัญหาการเรียนหรือพฤติกรรม เช่น ดูเครียดผิดปกติ หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่าย เริ่มมีอาการก้าวร้าว ดื้อ ต่อร้าน เก็บตัว และนอนไม่หลับ โดยในวัยรุ่นอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายอย่างการทำร้ายตัวเอง ติดเกมส์ผิดปกติ หรือดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด เป็นต้น

เมื่อพ่อแม่สังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือลูกหลานมีอาการข้างต้น ก็สามารถพาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ

 

วิธีรับมือและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

พ่อแม่ควรพูดคุยกับเด็กบ่อย ๆ และหมั่นสังเกตพฤติกรรม สอบถามอาการสารทุกข์สุกดิบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้น โดยใช้เหตุผลให้เหมาะสมกับวัย ที่สำคัญไม่ควรใช้อารมณ์กับเด็กนะคะ

นอกจากนี้พ่อแม่ควรให้ความเอาใจใส่และความอบอุ่น เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่เร่งรัด ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด และควรขอความร่วมมือจากคุณครูให้ช่วยสังเกตพฤติกรรมเมื่ออยู่ที่โรงเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาค่ะ

ในเด็กที่มีอาการไม่รุนแรง เมื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้ว แนะนำให้หากิจกรรมใหม่ ๆ ทำร่วมกันในครอบครัว เช่นการออกกำลังกายในบรรยากาศใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยหลั่งฮอร์โมนที่สร้างความสุข หรือการทำกิจกรรมอื่นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ นอกเหนือจากการเรียน เพื่อไม่ให้เด็กหมกมุ่นและมีโอกาสเก็บตัวอยู่คนเดียว  ซึ่งเมื่อได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง เค้าก็สามารถจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป เพราะโรคนี้รักษาให้หายขาดได้

 

เมื่อคิดว่าลูกหลานอาจเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้า ควรช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยสังเกตสัญญาณ และหาทางรับมือ โดยการไปพบจิตแพทย์เพื่อทำแบบคัดกรองสำหรับเด็กและทำการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น หรือหายเป็นปกติได้ในอนาคต เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ในกรณีที่มีอาการซึมเศร้ารุนแรงค่ะ

โดยสิ่งสำคัญคือการดูแลและสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ความรักและความเข้าใจ ทำให้เด็กเห็นว่ายังมีพ่อแม่พร้อมจะ Support เค้าอยู่เสมอไม่ว่าจะเจอเรื่องใดก็ตาม

 

ที่มา

http://bit.ly/2qElbPI

http://bit.ly/35HQ0St

 

อ่าน รักลูก อย่า ขู่ลูก ด้วยผี และความเชื่อผิดๆ

ใส่ความเห็น