ประเพณีไทยเก่าๆ มีข้อห้ามต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้กับคนท้องอ่อน เพื่อปกป้อง และรักษาความปลอดภัยของทารกในครรภ์ ข้อห้ามเหล่านี้ถูกสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ยุคโบราณ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้อห้ามในการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม การเคลื่อนไหวหรือการปฏิบัติต่างๆ หรือแม้แต่การเดินทางก็มีข้อห้ามต่างๆ ที่คนท้องอ่อนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ในบทความนี้เราจะกล่าวถึง "10 ข้อห้ามคนท้องอ่อน โบราณกล่าวไว้มีอะไรบ้าง ?" รวมถึงการบอกความจริง และสาเหตุทางการแพทย์ว่าดีหรือไม่
บทความแนะนำ : เช็คลิสต์ !! อาการคนท้องไม่รู้ตัว กำลังเป็นคุณแม่หรือเปล่า?
10 ข้อห้ามคนท้องอ่อน โบราณมีอะไรบ้าง ?
1. ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อน
ความเชื่อเรื่องน้ำมะพร้าวมีหลายแบบ บ้างก็ว่าดื่มแล้วลูกจะเกิดมาตัวสะอาดไม่มีไข บ้างก็ว่าดื่มช่วงท้องอ่อนแล้วอาจแท้งลูก แต่ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันทั้งสองแบบ
ในทางโภชนาการ น้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูงและมีโซเดียมต่ำ คนท้องส่วนใหญ่จึงดื่มได้ในปริมาณพอเหมาะ (ข้อมูลจาก Healthline) แต่น้ำมะพร้าวมีน้ำตาลตามธรรมชาติ คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือต้องคุมน้ำหนักจึงควรดื่มแต่น้อย ควรเลือกมะพร้าวที่เปิดใหม่ สะอาด และไม่ดื่มน้ำมะพร้าวที่เปิดทิ้งไว้นาน เพราะอาจบูดเสียและทำให้ท้องเสียได้
บทความแนะนำ : คนท้องอ่อน ห้ามกินอะไร ไม่ควรกินอะไร ?
2. ห้ามแหงนหน้ามองพระจันทร์
เป็นความเชื่อโบราณในกลุ่มบางกลุ่มของคนที่คิดว่าการแหงนหน้ามองพระจันทร์จะทำให้ลูกตาเหล่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีภาษาแพทย์ หรือทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการแหงนหน้าเพื่อดูพระจันทร์จะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพหรือสามารถเสี่ยงการเกิดอันตรายต่อสายตา.
3. ห้ามอาบน้ำตอนดึก
ห้ามอาบน้ำตอนดึกเป็นความเชื่อโบราณที่น่าจะมาจากสมัยก่อน ซึ่งต้องออกไปอาบน้ำที่บ่อ ลำคลอง หรือที่อาบน้ำนอกบ้าน ตอนกลางคืนมืด ทางลื่น อาจเจอสัตว์มีพิษ และอากาศเย็นจนไม่สบายได้ จึงห้ามคนท้องไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันที่อาบน้ำอยู่ในบ้าน การอาบน้ำตอนดึกจึงไม่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์ เพียงแต่ควรระวังพื้นห้องน้ำลื่น ใช้แผ่นกันลื่น และไม่อาบน้ำร้อนจัดหรือแช่น้ำร้อนนาน ๆ
4. ห้ามซื้อของใช้เด็กอ่อน
ห้ามซื้อของใช้เด็กอ่อนมาตั้งไว้ที่บ้านก่อนที่เด็กจะคลอดนั้นเป็นความเชื่อสมัยโบราณ เชื่อว่าถ้าซื้อมาแล้ว เด็กอาจจะไม่ได้เกิด เพราะมีวิญญาณที่อิจฉา จะมาพรากเด็กไปไม่ให้เด็กเกิด แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การซื้อของใช้เด็กก่อนที่เด็กจะคลอดคือเรื่องตามสบาย และการเตรียมความพร้อมสำหรับครอบครัวที่น่าที่มีการคาดหวังเกี่ยวกับการเกิดลูกน้อยในอนาคต. ในสมัยปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมในการรับลูกน้อยเป็นสิ่งที่ธรรมชาติและเป็นสิ่งที่ปกติ ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการซื้อของเด็กที่มาก่อนที่เด็กจะคลอดจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก.
บทความแนะนำ : เตรียมของใช้ทารกแรกเกิด ก่อนพาออกนอกบ้าน ต้องมีอะไรบ้าง?
5. ติดเข็มกลัดที่เสื้อเมื่อต้องออกจากบ้านตอนเย็น
ความเชื่อสมัยโบราณ พูดถึงเรื่องการติดเข็มกลัดในเสื้อเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมและเรื่องเสริมสร้างความเชื่อในการป้องกัน หรือปลอดภัย ไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่ามันจะสามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้จริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงการติดเข็มกลัดเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่บางบอกว่ากำลังตั้งครรภ์ และต้องการให้เข็มกลัดสะท้อนตาผู้พบเห็นจะได้สังเกตได้ง่าย ไม่เดินชน
6. อย่าด่าหรือสาปแช่งคนอื่น
ความเชื่อสมัยโบราณ ที่เชื่อกันว่าไม่ควรให้คนตั้งครรภ์สาปแช่ง หรือด่าคนอื่นเพราะจะทำให้ลูกได้รับสิ่งไม่ดีจากคำพูดเหล่านั้น เป็นเพียงแค่กุศโลบาย ความจริงแล้วแค่อยากให้คนท้องมีสุขภาพจิตใจที่ดี ไม่โกรธเคืองใครเพียงแค่นั้นเอง ซึ่งการดูแลอารมณ์ให้ผ่อนคลายก็เป็นเรื่องดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์จริง ๆ
7. ห้ามนั่งขวางบันได
ความเชื่อที่ต้องห้ามนั่งขวางบันไดเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรม และความเชื่อของบางกลุ่มคนเท่านั้น จริงแล้วอาจเป็นแค่เพียงการป้องกันอุบัติเหตุกลัวคนท้องจะหน้ามืดพลาดตกบันไดไปมากกว่าซึ่งอาจจะเกิดในตอนที่ไม่มีใครอยู่ หรือไม่ช่วยไม่ทันนั้นเอง ซึ่งความเชื่อนี้ยังไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการนั่งขวางบันไดจะทำให้เด็กคลอดยาก
8. ห้ามคนท้องไปงานศพ
ความเชื่อที่ห้ามคนท้องไปงานศพ เพราะเชื่อว่าการที่คนท้องไปงานศพอาจทำให้มีวิญญาณตามติดตัวกลับบ้านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อทางวัฒนธรรมที่มีมานานหลายร้อยปี แม้จะไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการไปงานศพจะมีผลเสียต่อคนท้อง แต่อาจเป็นเพราะคนท้องมีอารมณ์ และจิตใจที่อ่อนไหวง่าย และอาจทำให้คนท้องรู้สึกเป็นกังวล เศร้าหมอง อาจทำให้คนท้องรู้สึกไม่สบายใจได้
บทความแนะนำ : แนะนำ 5 กิจกรรม วิธีคลายเครียดคนท้อง ทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน
9. ห้ามกินกล้วยแฝด เดี๋ยวได้ลูกแฝด
เป็นความเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยว่าคนท้องกินกล้วยแฝด (กล้วยที่ผลติดกันสองลูก) แล้วจะได้ลูกแฝด แต่ในทางการแพทย์ การตั้งครรภ์แฝดเกิดจากการตกไข่มากกว่าหนึ่งใบ หรือไข่ที่ปฏิสนธิแล้วแบ่งตัวเป็นสองตัวอ่อน ซึ่งเกี่ยวกับพันธุกรรม อายุของคุณแม่ และการใช้ยากระตุ้นไข่ ไม่เกี่ยวกับอาหารที่กิน และการแฝดเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปฏิสนธิแล้ว คุณแม่จึงกินกล้วยได้ตามปกติ
ส่วนความเชื่อหลังคลอด เช่น การอยู่ไฟ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ อยู่ไฟ คืออะไร? สำคัญหรือไม่ ซึ่งในอดีตการอยู่ไฟหลังคลอดมีที่มาจากการทำคลอดด้วยหมอตำแย ซึ่งไม่ได้มีการเย็บแผลช่องคลอด จึงจำเป็นต้องอยู่ไฟหลังคลอด แต่ในปัจจุบันการอยู่ไฟหลังคลอดไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากเป็นการทำคลอดที่โรงพยาบาล ซึ่งคำกล่าวที่ว่าหากไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอดจะทำให้คนท้องมีอาการหนาวจากข้างในซึ่งจริงๆแล้วอาการนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการอยู่ไฟหลังคลอด แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลังคลอดทุกคน เพราะเป็นผลมาจากฮอร์โมนคนท้องภายในร่างกายนั้นลดลงนั้นเอง
10. ห้ามตอกตะปูหรือเย็บผ้า ลูกจะปากแหว่ง
คนโบราณเชื่อว่าถ้าคนท้องตอกตะปู เย็บผ้า หรือใช้ของมีคม ลูกจะเกิดมาปากแหว่งเพดานโหว่ ความจริงแล้วภาวะปากแหว่งเพดานโหว่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ขณะที่ใบหน้าของทารกกำลังสร้าง โดยมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ โรคเบาหวานของคุณแม่ และยาบางชนิด ไม่เกี่ยวกับการตอกตะปูหรือเย็บผ้า (ข้อมูลจาก NHS) สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือกินกรดโฟลิกตามที่แพทย์แนะนำตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ งดบุหรี่ และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมเรื่องการทานยาบำรุงครรภ์
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องลูกหลังคลอด เช่น การดัดขาทารกเพื่อแก้ขาโก่ง ซึ่งเป็นเพียงความเชื่อสมัยโบราณ ซึ่งในหลักทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และควรระวังเรื่องการดัดขาทารก เพื่อป้องกันขาโก่ง เพราะมีความเสี่ยงที่อันตรายต่อร่างกายของทารกแรกเกิด และไม่มีหลักทางการแพทย์ที่รับรองถึงประสิทธิภาพของการดัดขาในการแก้ปัญหาขาโก่ง. ควรเอาเด็กไปปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำและคำปรึกษาในกรณีที่มีความกังวลหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาของทารก.
สรุป
ความเชื่อทางวัฒนธรรมและเรื่องที่ถูกพูดถึงในเรื่องของข้อห้ามต่างๆเป็นเพียงความเชื่อทางวัฒนธรรม และไม่มีหลักทางวิทยาศาสตร์ หรือการรับรองในความถูกต้องถ้าคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหรือการเกิดของเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นเพื่อคำแนะนำ และการดูแลที่เหมาะสม สิ่งที่ควรใส่ใจจริง ๆ ในช่วงท้องอ่อน คือการงดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เลี่ยงอาหารดิบหรือไม่สุก และฝากครรภ์ตามนัด (ดูรายการอาหารที่ควรเลี่ยงได้ที่ NHS)


