คุณพ่อคุณแม่หลายคนอยากให้ลูกน้อย "หัวทุย" สวย จนเกิดความเชื่อเรื่องการจับลูกนอนคว่ำ การใช้หมอนหลุม หรือหมอนจัดทรงศีรษะ ซึ่งบางวิธีเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตของทารกโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะอธิบายว่าหัวทุยคืออะไร หัวแบนเกิดจากอะไร และวิธีดูแลให้ศีรษะลูกมีรูปทรงดีควบคู่กับการนอนอย่างปลอดภัย
หัวทุย คืออะไร?
"หัวทุย" คือลักษณะศีรษะด้านหลังที่โค้งมนกลมสวย ไม่แบนราบ เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นท้ายทอยนูนโค้งได้รูป ซึ่งเป็นรูปทรงศีรษะที่พ่อแม่ไทยนิยม ตรงข้ามกับ "หัวแบน" หรือ "หัวเบี้ยว" ที่ท้ายทอยแบนราบทั้งแผ่น หรือแบนเพียงข้างใดข้างหนึ่ง

รูปทรงศีรษะของทารกเปลี่ยนแปลงได้ง่ายในช่วงขวบปีแรก เพราะกะโหลกศีรษะยังนิ่มและยังมีรอยต่อที่ยังไม่ปิด เพื่อให้สมองเติบโตได้เต็มที่ ทำให้แรงกดที่ศีรษะซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานส่งผลต่อรูปทรงได้ ข่าวดีคือรูปทรงศีรษะส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเองเมื่อลูกโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มพลิกตัว นั่ง และเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
หัวแบนในทารก (Positional Plagiocephaly) เกิดจากอะไร?
ภาวะหัวแบนจากท่าทาง (positional plagiocephaly และ brachycephaly) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทารก และโดยทั่วไปไม่ส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง ตามข้อมูลของ NHS สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- นอนหงายโดยหันศีรษะไปทางเดิมตลอด ทำให้ท้ายทอยด้านนั้นถูกกดซ้ำ ๆ
- ใช้เวลานานบนพื้นผิวแข็งที่รองศีรษะด้านหลัง เช่น คาร์ซีท เปลโยก หรือเก้าอี้โยก ทั้งที่ไม่ได้เดินทาง
- กล้ามเนื้อคอตึงข้างเดียว (torticollis) ทำให้ลูกชอบหันศีรษะไปข้างเดียว
- คลอดก่อนกำหนด เพราะกะโหลกนิ่มกว่าและทารกมักนอนนิ่งนานกว่า
- ท่าในครรภ์ เช่น ครรภ์แฝด หรือพื้นที่ในมดลูกจำกัด
มีภาวะที่พบได้น้อยกว่ามากชื่อ craniosynostosis คือรอยต่อกะโหลกปิดเร็วกว่าปกติ ซึ่งต่างจากหัวแบนจากท่าทางและต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ ดังนั้นหากไม่แน่ใจ ควรให้กุมารแพทย์ประเมินเสมอ
ทารกต้องนอนหงายเสมอ แม้อยากให้หัวทุย
ความเชื่อว่าจับลูกนอนคว่ำแล้วจะหัวทุยสวยเป็นความเชื่อที่อันตราย เพราะการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไหลตายในทารก (SIDS) อย่างชัดเจน คำแนะนำของ สถาบันกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) และ NHS ตรงกันว่า
- ให้ทารกนอนหงายทุกครั้งที่นอน ทั้งกลางวันและกลางคืน จนถึงอายุ 1 ขวบ
- นอนบนที่นอนที่แน่น เรียบ พอดีกับเตียง และปูด้วยผ้าปูที่รัดมุมพอดี
- ไม่มีหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา กันชนเตียง หรือของนุ่ม ๆ ในที่นอนของทารก
- ให้ทารกนอนห้องเดียวกับพ่อแม่แต่แยกที่นอน เช่น ในเปลหรือเตียงเด็กข้างเตียงพ่อแม่
เมื่อลูกพลิกตัวจากหงายเป็นคว่ำและกลับมาหงายได้เองคล่องแล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยจับพลิกกลับ แต่ยังควรเริ่มให้นอนในท่าหงายทุกครั้ง อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเลือกเบาะนอนทารกให้แน่นและปลอดภัย
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้หมอนหลุม หมอนจัดทรงศีรษะ หมอนกันกรน หรืออุปกรณ์จัดท่าใด ๆ ในที่นอนของทารก เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยแก้หัวแบน และอาจปิดกั้นทางหายใจจนเสี่ยงขาดอากาศหายใจ
วิธีดูแลให้ลูกหัวทุยอย่างปลอดภัย
1. ให้นอนคว่ำเล่น (Tummy Time) ตอนตื่นและมีผู้ใหญ่ดู
ให้ลูกนอนคว่ำเล่นบนพื้นที่เรียบและสะอาด เช่น แผ่นรองคลาน ตั้งแต่แรกเกิด โดยเริ่มครั้งละไม่กี่นาที วันละหลายครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาเมื่อลูกแข็งแรงขึ้น การนอนคว่ำเล่นช่วยลดแรงกดที่ท้ายทอย และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ ไหล่ และหลัง ซึ่งช่วยให้ลูกชันคอ พลิกตัว และนั่งได้ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้ใหญ่ต้องอยู่ดูตลอด และถ้าลูกเริ่มง่วงให้อุ้มกลับมานอนหงายในที่นอน

2. สลับทิศการหันศีรษะ
แม้ลูกจะนอนหงาย ก็ช่วยสลับแรงกดได้ด้วยการสลับทิศศีรษะในเปลทุกคืน เช่น คืนหนึ่งวางศีรษะไว้ปลายเตียงด้านหนึ่ง อีกคืนสลับไปอีกด้าน เพราะทารกมักหันหน้าไปทางประตูหรือทางที่มีแสงและเสียงของพ่อแม่ วิธีนี้ทำให้ลูกหันศีรษะทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน
3. สลับด้านที่อุ้มและด้านที่ให้นม
สลับแขนที่อุ้ม สลับข้างที่ให้นมหรือป้อนนมจากขวด และวางของเล่นหรือพูดคุยกับลูกจากทั้งสองด้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกหันศีรษะไปมา การอุ้มลูกตั้งตรงหรือใช้เป้อุ้มเด็กที่รองรับศีรษะและสะโพกอย่างถูกต้องในช่วงที่ลูกตื่น ก็ช่วยลดเวลาที่ท้ายทอยถูกกดได้
4. ลดเวลาบนคาร์ซีทและเปลโยกเมื่อไม่ได้เดินทาง
คาร์ซีทจำเป็นและต้องใช้ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถยนต์ แต่เมื่อถึงที่หมายแล้วไม่ควรปล่อยให้ลูกนอนในคาร์ซีท เปลโยก หรือเก้าอี้โยกต่อเป็นเวลานาน ควรย้ายลูกมานอนหงายในเปลที่ปลอดภัย หรือให้เล่นบนพื้นแทน
ควรพาลูกไปพบแพทย์เมื่อไหร่?
ควรปรึกษากุมารแพทย์เมื่อพบอาการต่อไปนี้
- ศีรษะแบนหรือเบี้ยวชัดเจน และไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงแม้ปรับท่าทางแล้ว
- ลูกหันศีรษะไปข้างเดียวตลอด หรือหันอีกข้างได้ยาก ซึ่งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อคอตึง
- ใบหน้า หู หรือหน้าผากสองข้างไม่เท่ากันชัดเจน
- คลำพบสันนูนแข็งตามแนวรอยต่อกะโหลก หรือกระหม่อมปิดเร็วผิดปกติ
- ลูกมีพัฒนาการล่าช้าร่วมด้วย
แพทย์จะตรวจรูปทรงศีรษะและการเคลื่อนไหวของคอ หากพบกล้ามเนื้อคอตึงอาจแนะนำกายภาพบำบัด ส่วนหมวกปรับรูปศีรษะ (helmet) ใช้เฉพาะบางรายตามดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ควรซื้ออุปกรณ์มาใช้เอง
สรุป
หัวทุยคือศีรษะด้านหลังที่โค้งมนสวย ส่วนหัวแบนจากท่าทางพบได้บ่อยและมักดีขึ้นเองเมื่อลูกเคลื่อนไหวมากขึ้น วิธีที่ปลอดภัยคือให้ลูกนอนหงายบนที่นอนแน่นโดยไม่มีหมอนหรือของนุ่มเสมอ ให้นอนคว่ำเล่นตอนตื่นโดยมีผู้ใหญ่ดู สลับทิศศีรษะและด้านที่อุ้ม และลดเวลาในคาร์ซีทหรือเปลโยกเมื่อไม่ได้เดินทาง หากกังวลเรื่องรูปทรงศีรษะ ควรปรึกษากุมารแพทย์ อ่านเพิ่มเติมเรื่องสิ่งที่ห้ามทำขณะทารกนอน และการเตรียมห้องนอนทารกแรกเกิด


