หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. อาการแพ้ท้อง สัปดาห์แรกของคุณแม่ตั้งครรภ์ รับมืออย่างไรดี

อาการแพ้ท้อง สัปดาห์แรกของคุณแม่ตั้งครรภ์ รับมืออย่างไรดี

7 พ.ย. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 6 นาที
คุณแม่ตั้งครรภ์แพ้ท้องดื่มน้ำขิง

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. อาการแพ้ท้องและอาการช่วงไตรมาสแรกมีอะไรบ้าง ?
  3. สรุป
  4. คำถามที่พบบ่อย
  5. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

อาการแพ้ท้องมักเริ่มราวสัปดาห์ที่ 4–6 ของการตั้งครรภ์ ไม่ใช่สัปดาห์แรก และส่วนใหญ่ดีขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ 16–20 อาการที่พบบ่อยในไตรมาสแรก ได้แก่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เหม็นหรืออยากอาหารบางอย่าง คัดเต้านม ปวดหน่วงท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย และตกขาวมากขึ้น รับมือได้ด้วยการพักผ่อน กินอาหารทีละน้อยแต่บ่อย ดื่มน้ำให้พอ และควรพบแพทย์หากอาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้ ปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดออก

สารบัญ (5 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. อาการแพ้ท้องและอาการช่วงไตรมาสแรกมีอะไรบ้าง ?
  3. สรุป
  4. คำถามที่พบบ่อย
  5. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    อาการแพ้ท้องมักเริ่มราวสัปดาห์ที่ 4–6 และดีขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ 16–20 ไม่ใช่ทุกคนจะแพ้ท้อง

  2. 02

    กินอาหารทีละน้อยแต่บ่อย ไม่ปล่อยท้องว่าง และจิบน้ำบ่อยๆ ช่วยลดอาการคลื่นไส้

  3. 03

    เหม็นหรืออยากอาหารบางอย่างเป็นอาการแพ้ท้อง ต่างจากการแพ้อาหารที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน

  4. 04

    อาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้หรือปัสสาวะน้อย อาจเป็นภาวะแพ้ท้องรุนแรง ต้องพบแพทย์

  5. 05

    ถ้าปวดท้องรุนแรง ปวดข้างเดียว หรือมีเลือดออกมาก ควรไปพบแพทย์ทันที

คุณแม่ท้องหลายคน (แต่ไม่ใช่ทุกคน) ต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องในระยะแรกของการตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องมักไม่ได้เริ่มตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่มักเริ่มราวสัปดาห์ที่ 4–6 ของการตั้งครรภ์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) และส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 16–20 (ข้อมูลจาก NHS) อาการเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายหรือรำคาญ แต่คุณสามารถรับมือได้ด้วยเคล็ดลับ และข้อแนะนำในบทความนี้

บทความแนะนำ : รวม 10 ครีมทาผิว คนท้องใช้ได้ สูตรอ่อนโยน สำหรับผิวกาย 2023

คุณแม่ตั้งครรภ์ระยะแรกมีอาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องและอาการช่วงไตรมาสแรกมีอะไรบ้าง ?

1. อาการอ่อนเพลีย

อาการอ่อนเพลียเป็นหนึ่งในอาการที่แสดงถึงคุณแม่ท้องที่มีแพ้ท้องแล้ว อาการอ่อนเพลียจะทำให้คุณรู้สึกต่อเนื่องว่าตัวเองมีพลังงานน้อยลง อาการนี้สามารถรับมือได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่เพิ่มพลังงานเพื่อช่วยกระตุ้นร่างกาย

การพักผ่อนเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ท้องควรให้ความสำคัญ เพราะพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงาน และฟื้นฟูอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากการแพ้ท้องได้

คนท้องมีอาการคันผิวหนัง

2. อาการคัน

อาการคันผิวหนังเป็นอีกอาการที่น่ารำคาญสำหรับคุณแม่ท้อง เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้ผิวแห้งและไวขึ้น และเมื่อท้องโตขึ้นผิวบริเวณหน้าท้องที่ยืดขยายก็อาจคันได้ อาการคันพบได้ทั้งที่ท้อง ข้อศอก ข้อเท้า และศีรษะ อาการคันมักเกิดรุนแรงในช่วงเย็น หรือกลางคืน ทำให้คุณแม่มีความรู้สึกอึดอัด และไม่สบายใจ

วิธีการลดอาการคันหลังมีการแพ้ท้องนั้น คือ การรักษาผิวหนังให้เป็นสุขภาพด้วยวิธีที่เหมาะสม คุณแม่ควรทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนเป็นประจำ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่มีน้ำหอม อาบน้ำอุ่นแทนน้ำร้อน และสวมเสื้อผ้าเนื้อผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศดี

ในกรณีที่คันมีความรุนแรง และไม่หายไปตามปกติ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัย และการรักษาที่เหมาะสม อีกทั้งคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจระคายเคืองผิว เช่น ฝุ่น ควัน และสารเคมี โดยเฉพาะหากคันมากที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าโดยไม่มีผื่น ซึ่งมักพบในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ อาจเป็นภาวะน้ำดีคั่งในครรภ์ที่ต้องรีบพบแพทย์

บทความแนะนำ : วิธีรักษา ผื่นคนท้องอ่อนๆ คันตามตัว รักษายังไง?

3. อาการคลื่นไส้ และอาเจียน

อาการคลื่นไส้ และอาเจียนเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แม้จะเรียกว่า morning sickness แต่เกิดได้ทุกช่วงของวัน ส่วนใหญ่มักเป็นตอนเช้า หรือเวลาที่คุณแม่ยังไม่ได้รับประทานอาหารให้เพียงพอในตอนเช้าวันนั้น ผลที่เกิดจากคลื่นไส้ และอาเจียนมักจะทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบาย อ่อนเพลีย และลดความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันไป

วิธีรับมือกับอาการคลื่นไส้และอาเจียน ได้แก่ กินอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ไม่ปล่อยให้ท้องว่าง กินขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์สักชิ้นก่อนลุกจากเตียงตอนเช้า เลือกอาหารเช้าที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน เช่น นม ผลไม้ และธัญพืช จิบน้ำบ่อย ๆ ทีละน้อย เลี่ยงอาหารมัน เผ็ด หรือมีกลิ่นแรงที่กระตุ้นให้คลื่นไส้ และพักผ่อนให้มาก บางคนพบว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีขิงช่วยได้

ข้อควรระวัง: หากอาเจียนรุนแรงจนกินหรือดื่มอะไรไม่ได้ อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มมาก เวียนศีรษะ หรือน้ำหนักลดลง อาจเป็นภาวะแพ้ท้องรุนแรง (hyperemesis gravidarum) ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดน้ำ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว (ดูข้อมูลจาก NHS) และไม่ควรซื้อยาแก้คลื่นไส้มากินเอง ควรใช้ยาตามแพทย์สั่ง (อ่านเรื่อง ข้อห้ามคนท้องอ่อน เพิ่มเติม)

คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการคลื่นไส้อาเจียน

4. เหม็นหรืออยากอาหารบางอย่าง

คุณแม่ท้องหลายคนจู่ ๆ ก็เหม็นอาหารที่เคยชอบ เหม็นกลิ่นบางอย่างเช่นกลิ่นกาแฟหรือของทอด หรือกลับอยากกินอาหารบางชนิดมากเป็นพิเศษ อาการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแพ้ท้องที่เกิดจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การแพ้อาหาร ควรเลือกกินอาหารที่ยังกินได้และมีประโยชน์ไปก่อน และเลี่ยงอาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับคนท้อง (ดู คนท้องอ่อนห้ามกินอะไร)

การแพ้อาหารเป็นคนละเรื่องกับการแพ้ท้อง

การแพ้อาหาร (food allergy) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติต่ออาหารบางชนิด เช่น อาหารทะเล ถั่ว อาการที่พบคือคันปาก ปากหรือลิ้นบวม ผื่นลมพิษ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ หากกินอาหารแล้วมีอาการริมฝีปากหรือหน้าบวม หายใจลำบาก หรือหน้ามืด ต้องไปโรงพยาบาลทันที

อาการคัดเต้านมช่วงตั้งครรภ์ระยะแรก

5. อาการคัดเต้านม

ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์ สามารถสังเกตเรื่องเต้านม และหัวนมมีการเปลี่ยนแปลงได้ เต้านมอาจมีอาการบวมเปราะบาง อ่อนไหวง่าย และรู้สึกเสียวแปลบที่หัวนมอาจเริ่มมีการคัดเต้านม เป็นส่วนของกระบวนการการเตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงลูก มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เช่น การคล้ำของบริเวณรอบหัวนม การขยายของหัวนม และความรู้สึกตุ่มเล็ก ๆ บริเวณรอบหัวนม ก็อาจเป็นที่สังเกตได้ ทั้งนี้อาการเหล่านี้เป็นส่วนของการปรับตัวของร่างกาย และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ให้กังวลมาก. ถ้าคุณมีข้อกังวล หรือคำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเต้านมของคุณ, ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลซึ่งจะสามารถให้คำแนะนำ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการดูแลสุขภาพของคุณ และทารกในครรภ์.

6. ปวดหน่วงท้องน้อย

ปวดหน่วงท้องน้อยในระหว่างการตั้งครรภ์เป็นอาการที่พบได้บ่อย และเป็นสิ่งปกติ มักเกิดขึ้นเมื่อมดลูกขยายตัวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูกน้อย. อาการนี้อาจมีลักษณะเป็นปวดหน่วง ๆ, ปวดค่อย ๆ,  หรือปวดเฉียบพลัน และมักไม่รุนแรง. ปวดท้องน้อยในระหว่างการตั้งครรภ์ในส่วนมากไม่ได้เป็นอันตราย และมักหายไปเอง หรือลดลงเมื่อคุณพักผ่อน หรือเปลี่ยนท่าที. อย่างไรก็ตาม, หากคุณมีปวดท้องน้อยร่วมกับอาการอื่น เช่น ปวดท้องเพิ่มขึ้น ปวดท้องรุนแรงหรือปวดข้างเดียว มีไข้ หรือมีอาการเลือดออก, ควรปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำ และการประเมินเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับการตั้งครรภ์.

อาการคนท้องช่วงต้นการตั้งครรภ์

7. เลือดออกกะปริบกะปรอย

เลือดล้างหน้าเด็กมักเป็นเลือดจำนวนเล็กมาก และออกมาในระยะเวลาสั้นๆ และมักมีสีชมพูอ่อนถึงสีน้ำตาล (อ่านรายละเอียดใน เลือดล้างหน้าเด็ก เป็นยังไง) อาการนี้มักเกิดขึ้นในช่วง 10-14 วัน หลังจากการปฏิสนธิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อาจเป็นสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ แต่ไม่ใช่เลือดประจำเดือน.

เลือดล้างหน้าเด็กไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะทางในส่วนมาก และเลือดจะหยุดไหลไปเองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม, หากเลือดออกมากขึ้น มีลิ่มเลือด ปวดท้องน้อยมาก หรือหน้ามืด ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็น ภาวะแท้งคุกคาม หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก.

8. ปัสสาวะบ่อย

การปัสสาวะบ่อยเป็นอาการที่พบได้ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การขยายตัวของมดลูกระหว่างการตั้งครรภ์ อาจกดทับอยู่ใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ ที่ส่งผลให้การปัสสาวะบ่อยมากขึ้น. ดังนั้น การปัสสาวะบ่อยขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งปกติและมักจะลดลงหลังจากช่วงต้นการตั้งครรภ์.

9. อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลง

การเพิ่มอุณหภูมิร่างกายในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติ และเกิดจากการปรับเปลี่ยนระบบร่างกายเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์และการสร้างเนื้อเยื่อเพิ่มการเลือดและการปรับเปลี่ยนระบบต่าง ๆ เพื่อรองรับการตั้งครรภ์. ควรดื่มน้ำเพียงพอและพักผ่อนเพียงพอเพื่อช่วยลดอาการไม่สบายที่เกิดขึ้น.

10. ตกขาวคนท้องมีมากกว่าปกติ

การตกขาวคนท้องเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่ตั้งท้อง ตกขาวจะเพิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นมูกใส สีขาวขุ่น คล้ายแป้งเปียก และไม่มีกลิ่น แต่ถ้ามีอาการผิดปกตินอกจากนี้ เช่น มีกลิ่น มีอาการคัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำและการปรึกษาเพิ่มเติม.

สรุป

อาการแพ้ท้องพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสแรก มักเริ่มราวสัปดาห์ที่ 4–6 และดีขึ้นเมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 16–20 คุณแม่บางคนแพ้ท้องมาก บางคนแทบไม่มีอาการเลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั้งสองแบบ

การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การกินอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง และการเลือกอาหารที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและคลื่นไส้ได้ ส่วนอาการคันดูแลได้ด้วยการบำรุงผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ และกินยาบำรุงครรภ์ตามที่แพทย์สั่ง (อ่าน การทานยาบำรุงครรภ์) หากอาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้ ปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดออก ควรพบแพทย์ทันที

บทความแนะนำ : เตรียมห้องนอนทารกแรกเกิด จัดอย่างไรดี ควรมีอะไรบ้าง ?

คำถามที่พบบ่อย

อาการแพ้ท้องเริ่มสัปดาห์ไหน?

+

มักเริ่มราวสัปดาห์ที่ 4–6 ของการตั้งครรภ์ นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และส่วนใหญ่ดีขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ 16–20 บางคนก็ไม่แพ้ท้องเลย

แพ้ท้องคลื่นไส้ ควรกินอะไรตอนเช้า?

+

กินขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์ก่อนลุกจากเตียง แล้วเลือกอาหารเช้าที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน เช่น นม ผลไม้ และธัญพืช กินทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง

แพ้ท้องแบบไหนต้องไปหาหมอ?

+

ถ้าอาเจียนจนกินหรือดื่มอะไรไม่ได้ อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มมาก เวียนศีรษะ หรือน้ำหนักลด ควรพบแพทย์โดยเร็ว

เลือดออกกะปริบกะปรอยตอนท้องอ่อนๆ อันตรายไหม?

+

อาจเป็นเลือดล้างหน้าเด็กซึ่งมักออกน้อยและหยุดเอง แต่ถ้าเลือดออกมาก มีลิ่มเลือด ปวดท้องมาก หรือหน้ามืด ควรรีบพบแพทย์

ท้องอ่อนๆ ตกขาวเยอะ ผิดปกติไหม?

+

ตกขาวมากขึ้นเป็นเรื่องปกติจากฮอร์โมน ถ้าเป็นมูกใสหรือขาวขุ่นไม่มีกลิ่น แต่ถ้ามีกลิ่นหรือคันควรปรึกษาแพทย์

แหล่งอ้างอิง

  1. Cleveland ClinicMorning sickness nausea and vomiting of pregnancy
  2. Parents15 tips for dealing with morning sickness
  3. NHSVomiting and morning sickness
  4. NHSSevere vomiting

บทความที่เกี่ยวข้อง

e3021 3 blog 1
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย ตอนที่คุณยังเด็ก คุณสนุกกับการเล่นสวมบทบาทสมมติใช่ไหม? จินตนาการว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิง

24 มิ.ย. 25676 นาที
คุณแม่อุ้มลูกแรกเกิดรอฉีดวัคซีนที่คลินิกเด็ก

วัคซีนเด็กแรกเกิด มีอะไรบ้าง ตารางวัคซีนพื้นฐานล่าสุด ที่พ่อแม่ต้องรู้

สรุปตารางวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีด และการดูแลหลังฉีดวัคซีน

23 พ.ค. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนกับลูกน้อยที่บ้าน

7 ภาวะหลังคลอด มีอะไรบ้าง? ที่คุณแม่ควรรับมือ

การอุ้มท้องลูกน้อย คนเป็นแม่อาจจะคิดว่าคงเป็นอะไรที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมไปว่าหลังคลอด ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะหลังการคลอด คุณแม่มักจะเจอกับอาการที่เรียกว่า "ภาวะหลังคลอด"

15 พ.ค. 25674 นาที