เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป แต่คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังปวดใจ เกี่ยวกับพัฒนาการการพูดของลูกน้อย บทความนี้จึงได้รวบรวม 7 วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด พร้อมแนะนำถ้าเด็กไม่ค่อยพูดทำอย่างไรดี ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลย
วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดมีอะไรบ้าง ?
- สร้างสภาวะที่สนุกสนานเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น
- พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น
- สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูดของลูก
- ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
- ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการภาษา
- ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
- อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป
1. สร้างสภาวะที่สนุกสนาน
เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น สร้างสภาวะที่สนุกสนานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ลูกจะมีแรงจูงใจในการพูดมากขึ้นเมื่ออยู่ในบรรยากาศที่สนุกสนานและมีความสุข สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อลูกได้โดยการเล่นเกมส์ร่วมกับลูก แสดงความสนใจในการทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบ เช่น การเล่นของเล่นที่ลูกชอบด้วยกัน การร้องเพลงหรือเต้นตามจังหวะ หรือกิจกรรมที่ลูกถนัด เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างสภาวะที่สนุกสนานให้กับลูกได้
นอกจากนี้ ควรให้ลูกมีโอกาสฝึกทักษะการพูดผ่านการเล่นสนุกๆ เช่น การเล่าเรื่องที่ลูกชื่นชอบ การทำตัวเป็นตัวละครจากหนังเรื่องๆ และการใช้สื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูด เช่น การใช้นิทานที่มีภาพประกอบ หรือการใช้เพลง และเกมส์ที่มีคำพูด เพื่อให้ลูกได้ฝึกฝนทักษะการพูดอย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย
| วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด | สร้างสภาวะที่สนุกสนาน |
|---|---|
| ให้ลูกเล่นเกมส์ร่วมกับพ่อแม่ | ทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบ เช่น เล่นของเล่นด้วยกัน |
| เล่าเรื่องที่ลูกชื่นชอบ | เล่นเกมส์ที่มีคำพูด |
| ใช้สื่อต่างๆ เช่นนิทานที่มีภาพประกอบ | ใช้เพลงเป็นวิธีกระตุ้น |
ในสรุปส่วนนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนุกสนานเป็นสิ่งที่สำคัญในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น โดยให้ลูกมีโอกาสเล่นเกมส์ และทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบร่วมกับพ่อแม่ รวมถึงใช้สื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูด โดยการใช้สื่อต่างๆ เช่น นิทานที่มีภาพประกอบ เพลง และเกมส์ที่มีคำพูด จะช่วยให้ลูกฝึกทักษะการพูดอย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย
ข้อควรระวัง: การดูการ์ตูนหรือทีวีไม่ได้ช่วยฝึกพูดเท่ากับการพูดคุยโต้ตอบกับคนจริง องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีดูหน้าจอ และเด็กอายุ 2–4 ปีไม่ควรดูเกินวันละ 1 ชั่วโมง โดยพ่อแม่ควรดูไปพร้อมกับลูกและชวนคุย (WHO) อ่านเพิ่มเติม: ลูกติดหน้าจอ แก้อย่างไร
2. พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น
การสร้างความเห็นชอบในการพูดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้คำชมเชยและการส่งเสริมในการพูดช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก และสนับสนุนให้ลูกพยายามพูดอย่างมีความมั่นใจ
ในการสร้างความเห็นชอบในการพูด เราสามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้ เช่น ให้คำชมเชยเมื่อลูกพูดอย่างชัดเจนและสื่อความหมายได้ดี ให้กำลังใจลูกที่กำลังพูดเพิ่มเติมหรือก่อนพูด เช่น "หนูพูดได้ดีมาก" หรือ "ลองพูดอีกครั้งนะ"
อีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างความเห็นชอบในการพูดคือการให้ลูกได้ลองใช้ภาษาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ให้ลูกเล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้นๆ หรือให้ลูกพูดบทลูกเล่าที่ชื่นชอบ การสร้างสภาพบรรยากาศที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยคำชมเชยจะช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นได้
ตัวอย่างคำชมเชยที่สามารถใช้ในการสร้างความเห็นชอบในการพูด
"หนูพูดได้ชัดเจนมากเลย" "แม่ชอบที่หนูกล้าพูดออกมา" "หนูเก่งมากเลยนะ" "พ่อชอบเวลาหนูเล่าเรื่องสนุก ๆ แบบนี้"
3. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด
การสร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น ลูกจะมีความพึงพอใจและพัฒนาการภาษาได้มากขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและถูกต้อง
หนึ่งในวิธีที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือการให้ลูกมีพื้นที่ที่เงียบสงบเพื่อให้ลูกมีโอกาสฝึกพูดและฟังคำพูดอย่างมีประสิทธิภาพ จัดของเล่นและหนังสือภาพไว้ในระดับที่ลูกหยิบได้เอง และนั่งลงคุยกับลูกในระดับสายตา ให้ลูกเห็นปากและสีหน้าของเราขณะพูด
นอกจากนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการพูดยังสำคัญอีกด้วย เช่น ปิดทีวีหรือลดเสียงรบกวนในบ้านระหว่างคุยกับลูก เพื่อให้ลูกได้ยินเสียงพูดชัด ๆ และมีสมาธิกับการสนทนา
| วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด |
|---|
| 1. ให้ลูกมีพื้นที่ที่เงียบสงบเพื่อฝึกพูดและฟัง |
| 2. นั่งคุยกับลูกในระดับสายตา |
| 3. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการพูด |
| 4. ปิดทีวีและลดเสียงรบกวนขณะคุยกัน |
4. ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
การสื่อสารกับคนอื่นเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการพูดของลูก เพราะการสนทนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นช่วยในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารของลูกในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นให้ลูกมีโอกาสติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
มีหลายวิธีที่สามารถช่วยให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ ตัวอย่างเช่น สนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด เช่น กลุ่มเรียนภาษาอังกฤษ หรือกิจกรรมสังสรรค์ที่ให้โอกาสสนทนา นอกจากนี้ การเล่นกับเพื่อนๆ และการพูดคุยกับครอบครัวก็เป็นวิธีที่ดีในการสร้างสมาธิให้กับลูกในการสื่อสาร
“การเปิดโอกาสให้ลูกมีโอกาสพูดกับคนอื่นๆ จะช่วยให้ลูกฝึกพูดและสื่อสารได้มากขึ้น”
นอกจากนี้ การให้ลูกมีโอกาสพบปะกับคนอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น การเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือชมการแสดงอื่นๆ นอกสถานที่สาธารณะก็สร้างโอกาสให้ลูกพูดและสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้เช่นกัน
| วิธีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการพูด | วิธีการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น |
|---|---|
| สนับสนุนการเล่าเรื่องและการพูดของลูก | ให้โอกาสให้ลูกพูดกับคนอื่น |
| สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง | เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด |
| ให้คำชมเชยและส่งเสริมให้พูดมากขึ้น | สื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น |
การกระตุ้นให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาการพูดของลูก และเพิ่มโอกาสในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารที่หลากหลาย
5. ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า
หนังสือและเรื่องเล่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น (ดูเทคนิคเพิ่มเติม: วิธีสอนลูกอ่านหนังสือ) การอ่านหนังสือจะช่วยสร้างความคล้ายคลึงกับภาษาที่ใช้ในการพูด และช่วยเสริมแรงจูงใจให้ลูกให้เกิดความตั้งใจในการพัฒนาทักษะการพูดอย่างเป็นระบบ
การฟังเรื่องเล่าจะเสริมสร้างการฟังและความเข้าใจในคำพูด ลูกจะได้ฟังคำศัพท์ใหม่ๆ และเรียนรู้ว่ามีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรในบริบทต่างๆ ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกเกิดความคล้ายคลึงกับภาษาและเพิ่มความมั่นใจในการพูด
ควรเลือกหนังสือและเรื่องเล่าที่เหมาะสมสำหรับลูก
ในการเลือกหนังสือและเรื่องเล่าให้ลูก ควรพิจารณาให้ถูกต้องกับช่วงอายุและความสนใจของลูก หนังสือที่มีรูปภาพสวยงามและเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสามารถดึงดูดความสนใจของลูกได้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องเล่าควรเลือกให้เหมาะสมกับอายุของลูก โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณค่าทางศีลธรรมและความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูก และเล่าให้ลูกฟังเป็นกลุ่มเพื่อเสริมความสัมพันธ์ที่ดี
| คำแนะนำ | การกระตุ้นให้ลูกพูด |
|---|---|
| อ่านหนังสือ | เลือกหนังสือที่มีภาพสวยงามและน่าสนใจสำหรับลูก อ่านเรื่องราวออกเสียงให้ลูกฟัง และช่วยให้ลูกเข้าใจคำศัพท์ใหม่ๆ |
| ฟังเรื่องเล่า | เลือกเรื่องเล่าที่เหมาะสมกับอายุของลูก และเล่าให้ลูกฟังเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี |
การอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่าเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ให้ลูกเข้าร่วมอย่างสนุกสนานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอีกด้วย
6. ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
ในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น การเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูดเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากจะสร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้กับลูก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูดยังช่วยส่งเสริมและปรับปรุงทักษะการสื่อสารของลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
เล่นเกมที่ต้องการพูด หรือโต้ตอบพูดคุยกับลูกในเรื่องที่สนุกสนาน เช่น เล่นเกมทายใจ หรือเล่าเรื่องตลก สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดเพิ่มขึ้นได้
นอกจากนี้ การนำลูกไปเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์กับเด็กอื่นๆ ในสถานที่เดียวกัน อย่างเช่น ลานเล่นหรือกิจกรรมสำหรับเด็กในชุมชน ห้องสมุด หรือกลุ่มเล่นของเด็ก จะช่วยให้ลูกมีโอกาสพูดกับเพื่อนวัยเดียวกันเพื่อส่งเสริมให้ลูกพัฒนาทักษะการสื่อสารและเกิดความมั่นใจในการพูด
| กิจกรรม | ประโยชน์ |
|---|---|
| เล่นเกมทายใจ | สร้างความสนุกและกระตุ้นให้ลูกพูด |
| หัดโต้ตอบพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่สนุกสนาน | สร้างแรงจูงใจให้ลูกพูดมากขึ้น |
| เข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ | สร้างทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในการพูด |
7. อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป
การให้ลูกพูดมากมายและตลอดเวลาอาจส่งผลให้ลูกรู้สึกกดดันและเครียด ควรเป็นระเบียบว่าเราควรให้เวลาพักผ่อนและระยะห่างจากการพูดบ้างเพื่อให้ลูกมีโอกาสพักผ่อนจิตใจและปลดล็อกอารมณ์
การสนใจการพักผ่อนและความสุขของลูกก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาการพูดของลูกด้วยค่ะ
อย่างไรก็ตาม เราควรระวังไม่ให้ลูกรู้สึกเหนื่อยหรือไม่เพลิดเพลินในการพูด ควรสลับกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพูดเช่น การเล่นเกมส์ วาดรูป หรือฟังเพลง เพื่อให้ลูกมีโอกาสพักผ่อนและรับมือกับความกดดันอย่างเหมาะสม
| คำแนะนำ | วิธีการ |
|---|---|
| ให้เวลาพักผ่อน | ให้ลูกมีเวลาพักผ่อนจิตใจและระยะห่างจากการพูดเพื่อลดความกดดัน |
| สลับกิจกรรม | ให้ลูกมีโอกาสทำกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพูด เช่น เล่นเกมส์ วาดรูป หรือฟังเพลง |
การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพูดจะทำให้ลูกมีบรรยากาศที่สบายตัวและเข้าใจว่าการพูดเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดันลูกให้พูดถ้าลูกยังไม่พร้อม ควรให้ลูกมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมและรับมือกับความกดดันได้อย่างเหมาะสม
พัฒนาการการพูดตามวัย และเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์
เด็กแต่ละคนพูดได้เร็วช้าต่างกัน แต่โดยทั่วไปมีพัฒนาการคร่าว ๆ ดังนี้ (ASHA, HealthyChildren.org)
- ประมาณ 12 เดือน: เริ่มพูดคำที่มีความหมาย 1–2 คำ เช่น "แม่" "พ่อ" และใช้ท่าทาง เช่น ชี้ โบกมือ
- ประมาณ 18 เดือน: พูดคำเดี่ยวได้หลายคำ และทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้
- ประมาณ 2 ปี: รู้คำศัพท์ราว 50–100 คำ และเริ่มพูด 2 คำติดกัน เช่น "กินนม" "ไปเที่ยว"
- ประมาณ 3 ปี: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ และคนในครอบครัวฟังเข้าใจเป็นส่วนใหญ่
ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจการได้ยินและประเมินพัฒนาการ หากอายุ 12 เดือนยังไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่ชี้ ไม่โบกมือ อายุ 18 เดือนยังไม่พูดเป็นคำ อายุ 2 ปียังไม่พูด 2 คำติดกันหรือไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ หรือเคยพูดได้แล้วกลับพูดน้อยลงในวัยใดก็ตาม แพทย์อาจส่งต่อให้นักแก้ไขการพูดช่วยฝึก ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผลดี (อ่านเพิ่มเติม: สัญญาณลูกพัฒนาการช้า)
สรุป
เมื่อลูกไม่ค่อยพูดอย่างปกติ คุณพ่อแม่อาจต้องกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น มีหลายวิธีที่สามารถใช้ได้ในการกระตุ้นให้ลูกพูด ในส่วนนี้เราได้แนะนำวิธีที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณ ควรจดจำว่าการพัฒนาการพูดของลูกต้องใช้เวลาและความสนใจจากพ่อแม่
สรุปที่สำคัญเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นคือ สร้างสภาวะที่สนุกสนานและมีความสุขให้กับลูก เช่น ให้ลูกมีโอกาสพูดกับคนอื่น อ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า รวมถึงการให้ความสนใจและช่วยเหลือลูกในทุกๆ ช่วงเวลา อย่าละเลยเวลาพักผ่อนและความสุขของลูก นอกจากนี้คุณยังสามารถรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้
หากคุณพ่อแม่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาการพูดของลูก อย่างไรก็ตามควรจำไว้ว่าการพัฒนาการพูดของลูกต้องใช้เวลา อดทน และความสนใจที่แท้จริงจากพ่อแม่ หากพบปัญหาที่ร้ายแรงหรือไม่แน่ใจ ควรรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้การปรับปรุงและการกระตุ้นที่เหมาะสม
คุณพ่อและคุณแม่ที่กำลังมองหา "วิธีทำให้ลูกน้อยพูด" อ่านมาถึงตรงนี้คงจะรู้จักวิธีการทำให้ลูกกล้าพูดมากยิ่งขึ้น และสามารถอ่านเทคนิคการเลี้ยงลูก เพิ่มเติมได้ที่นี่


