หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. การเลี้ยงลูก
  4. แนะนำ 7 วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด เด็กไม่ค่อยพูดทำอย่างไรดี?
  • การเลี้ยงลูก

แนะนำ 7 วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด เด็กไม่ค่อยพูดทำอย่างไรดี?

18 ต.ค. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 8 นาที
คุณแม่ชวนลูกวัยเตาะแตะพูดคุย

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดมีอะไรบ้าง ?
  3. 1. สร้างสภาวะที่สนุกสนาน
  4. 2. พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น
  5. 3. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด
  6. 4. ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
  7. 5. ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า
  8. 6. ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
  9. 7. อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป
  10. พัฒนาการการพูดตามวัย และเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์
  11. สรุป
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

กระตุ้นให้ลูกพูดได้ด้วยการพูดคุยโต้ตอบกับลูกบ่อย ๆ สร้างบรรยากาศสนุกผ่านเกม เพลง และนิทานภาพ ชมเชยเมื่อลูกพูด อ่านหนังสือให้ฟัง และเปิดโอกาสให้ลูกคุยกับคนอื่น โดยไม่กดดันและจำกัดเวลาหน้าจอ หากอายุ 18 เดือนยังไม่พูดเป็นคำ หรือ 2 ขวบยังไม่พูด 2 คำติดกัน ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจการได้ยินและประเมินพัฒนาการ

สารบัญ (13 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดมีอะไรบ้าง ?
  3. 1. สร้างสภาวะที่สนุกสนาน
  4. 2. พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น
  5. 3. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด
  6. 4. ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
  7. 5. ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า
  8. 6. ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
  9. 7. อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป
  10. พัฒนาการการพูดตามวัย และเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์
  11. สรุป
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    เล่นเกมที่มีคำพูด ร้องเพลง และเล่านิทานภาพ ช่วยให้ลูกฝึกพูดได้อย่างสนุก

  2. 02

    ชมเชยเมื่อลูกพูดได้ชัดหรือกล้าพูด เพื่อสร้างความมั่นใจ

  3. 03

    อ่านหนังสือออกเสียงให้ลูกฟัง ช่วยให้ลูกได้ยินคำศัพท์ใหม่และเข้าใจการใช้ภาษา

  4. 04

    ไม่แนะนำหน้าจอสำหรับเด็กต่ำกว่า 2 ปี และเด็ก 2–4 ปีไม่ควรเกินวันละ 1 ชั่วโมง

  5. 05

    ถ้า 18 เดือนยังไม่พูดเป็นคำ หรือ 2 ขวบยังไม่พูด 2 คำติดกัน ควรพาไปพบกุมารแพทย์

สินค้าที่พูดถึงในบทความ

  • Taf Toys หนังสือผ้า My 1st Busy Book 18 เดือนขึ้นไปTaf Toys หนังสือผ้า My 1st Busy Book 18 เดือนขึ้นไป
  • Taf Toys หนังสือผ้า What Does Paul Wear 6 เดือนขึ้นไปTaf Toys หนังสือผ้า What Does Paul Wear 6 เดือนขึ้นไป

เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป แต่คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังปวดใจ เกี่ยวกับพัฒนาการการพูดของลูกน้อย บทความนี้จึงได้รวบรวม 7 วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด พร้อมแนะนำถ้าเด็กไม่ค่อยพูดทำอย่างไรดี ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลย

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดมีอะไรบ้าง ?

  1. สร้างสภาวะที่สนุกสนานเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น
  2. พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น
  3. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูดของลูก
  4. ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
  5. ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการภาษา
  6. ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
  7. อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป

1. สร้างสภาวะที่สนุกสนาน

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น สร้างสภาวะที่สนุกสนานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ลูกจะมีแรงจูงใจในการพูดมากขึ้นเมื่ออยู่ในบรรยากาศที่สนุกสนานและมีความสุข สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อลูกได้โดยการเล่นเกมส์ร่วมกับลูก แสดงความสนใจในการทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบ เช่น การเล่นของเล่นที่ลูกชอบด้วยกัน การร้องเพลงหรือเต้นตามจังหวะ หรือกิจกรรมที่ลูกถนัด เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างสภาวะที่สนุกสนานให้กับลูกได้

นอกจากนี้ ควรให้ลูกมีโอกาสฝึกทักษะการพูดผ่านการเล่นสนุกๆ เช่น การเล่าเรื่องที่ลูกชื่นชอบ การทำตัวเป็นตัวละครจากหนังเรื่องๆ และการใช้สื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูด เช่น การใช้นิทานที่มีภาพประกอบ หรือการใช้เพลง และเกมส์ที่มีคำพูด เพื่อให้ลูกได้ฝึกฝนทักษะการพูดอย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดสร้างสภาวะที่สนุกสนาน
ให้ลูกเล่นเกมส์ร่วมกับพ่อแม่ทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบ เช่น เล่นของเล่นด้วยกัน
เล่าเรื่องที่ลูกชื่นชอบเล่นเกมส์ที่มีคำพูด
ใช้สื่อต่างๆ เช่นนิทานที่มีภาพประกอบใช้เพลงเป็นวิธีกระตุ้น

ในสรุปส่วนนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนุกสนานเป็นสิ่งที่สำคัญในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น โดยให้ลูกมีโอกาสเล่นเกมส์ และทำสิ่งที่ลูกชื่นชอบร่วมกับพ่อแม่ รวมถึงใช้สื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกพูด โดยการใช้สื่อต่างๆ เช่น นิทานที่มีภาพประกอบ เพลง และเกมส์ที่มีคำพูด จะช่วยให้ลูกฝึกทักษะการพูดอย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย

ข้อควรระวัง: การดูการ์ตูนหรือทีวีไม่ได้ช่วยฝึกพูดเท่ากับการพูดคุยโต้ตอบกับคนจริง องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีดูหน้าจอ และเด็กอายุ 2–4 ปีไม่ควรดูเกินวันละ 1 ชั่วโมง โดยพ่อแม่ควรดูไปพร้อมกับลูกและชวนคุย (WHO) อ่านเพิ่มเติม: ลูกติดหน้าจอ แก้อย่างไร

2. พูดชมเชยลูกส่งเสริมความเชื่อมั่น

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

การสร้างความเห็นชอบในการพูดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้คำชมเชยและการส่งเสริมในการพูดช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก และสนับสนุนให้ลูกพยายามพูดอย่างมีความมั่นใจ

ในการสร้างความเห็นชอบในการพูด เราสามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้ เช่น ให้คำชมเชยเมื่อลูกพูดอย่างชัดเจนและสื่อความหมายได้ดี ให้กำลังใจลูกที่กำลังพูดเพิ่มเติมหรือก่อนพูด เช่น "หนูพูดได้ดีมาก" หรือ "ลองพูดอีกครั้งนะ"

อีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างความเห็นชอบในการพูดคือการให้ลูกได้ลองใช้ภาษาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ให้ลูกเล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้นๆ หรือให้ลูกพูดบทลูกเล่าที่ชื่นชอบ การสร้างสภาพบรรยากาศที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยคำชมเชยจะช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นได้

ตัวอย่างคำชมเชยที่สามารถใช้ในการสร้างความเห็นชอบในการพูด

"หนูพูดได้ชัดเจนมากเลย" "แม่ชอบที่หนูกล้าพูดออกมา" "หนูเก่งมากเลยนะ" "พ่อชอบเวลาหนูเล่าเรื่องสนุก ๆ แบบนี้"

3. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น ลูกจะมีความพึงพอใจและพัฒนาการภาษาได้มากขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและถูกต้อง

หนึ่งในวิธีที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือการให้ลูกมีพื้นที่ที่เงียบสงบเพื่อให้ลูกมีโอกาสฝึกพูดและฟังคำพูดอย่างมีประสิทธิภาพ จัดของเล่นและหนังสือภาพไว้ในระดับที่ลูกหยิบได้เอง และนั่งลงคุยกับลูกในระดับสายตา ให้ลูกเห็นปากและสีหน้าของเราขณะพูด

นอกจากนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการพูดยังสำคัญอีกด้วย เช่น ปิดทีวีหรือลดเสียงรบกวนในบ้านระหว่างคุยกับลูก เพื่อให้ลูกได้ยินเสียงพูดชัด ๆ และมีสมาธิกับการสนทนา

วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องสำหรับการพูด
1. ให้ลูกมีพื้นที่ที่เงียบสงบเพื่อฝึกพูดและฟัง
2. นั่งคุยกับลูกในระดับสายตา
3. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการพูด
4. ปิดทีวีและลดเสียงรบกวนขณะคุยกัน

4. ส่งเสริมให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่น

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

การสื่อสารกับคนอื่นเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการพูดของลูก เพราะการสนทนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นช่วยในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารของลูกในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นให้ลูกมีโอกาสติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

มีหลายวิธีที่สามารถช่วยให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ ตัวอย่างเช่น สนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด เช่น กลุ่มเรียนภาษาอังกฤษ หรือกิจกรรมสังสรรค์ที่ให้โอกาสสนทนา นอกจากนี้ การเล่นกับเพื่อนๆ และการพูดคุยกับครอบครัวก็เป็นวิธีที่ดีในการสร้างสมาธิให้กับลูกในการสื่อสาร

“การเปิดโอกาสให้ลูกมีโอกาสพูดกับคนอื่นๆ จะช่วยให้ลูกฝึกพูดและสื่อสารได้มากขึ้น”

นอกจากนี้ การให้ลูกมีโอกาสพบปะกับคนอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น การเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือชมการแสดงอื่นๆ นอกสถานที่สาธารณะก็สร้างโอกาสให้ลูกพูดและสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

วิธีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการพูดวิธีการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น
สนับสนุนการเล่าเรื่องและการพูดของลูกให้โอกาสให้ลูกพูดกับคนอื่น
สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเองเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด
ให้คำชมเชยและส่งเสริมให้พูดมากขึ้นสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

การกระตุ้นให้ลูกติดต่อสื่อสารกับคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาการพูดของลูก และเพิ่มโอกาสในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารที่หลากหลาย

5. ให้ลูกอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

หนังสือและเรื่องเล่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น (ดูเทคนิคเพิ่มเติม: วิธีสอนลูกอ่านหนังสือ) การอ่านหนังสือจะช่วยสร้างความคล้ายคลึงกับภาษาที่ใช้ในการพูด และช่วยเสริมแรงจูงใจให้ลูกให้เกิดความตั้งใจในการพัฒนาทักษะการพูดอย่างเป็นระบบ

การฟังเรื่องเล่าจะเสริมสร้างการฟังและความเข้าใจในคำพูด ลูกจะได้ฟังคำศัพท์ใหม่ๆ และเรียนรู้ว่ามีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรในบริบทต่างๆ ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกเกิดความคล้ายคลึงกับภาษาและเพิ่มความมั่นใจในการพูด

ควรเลือกหนังสือและเรื่องเล่าที่เหมาะสมสำหรับลูก

ในการเลือกหนังสือและเรื่องเล่าให้ลูก ควรพิจารณาให้ถูกต้องกับช่วงอายุและความสนใจของลูก หนังสือที่มีรูปภาพสวยงามและเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสามารถดึงดูดความสนใจของลูกได้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องเล่าควรเลือกให้เหมาะสมกับอายุของลูก โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณค่าทางศีลธรรมและความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูก และเล่าให้ลูกฟังเป็นกลุ่มเพื่อเสริมความสัมพันธ์ที่ดี

คำแนะนำการกระตุ้นให้ลูกพูด
อ่านหนังสือเลือกหนังสือที่มีภาพสวยงามและน่าสนใจสำหรับลูก อ่านเรื่องราวออกเสียงให้ลูกฟัง และช่วยให้ลูกเข้าใจคำศัพท์ใหม่ๆ
ฟังเรื่องเล่าเลือกเรื่องเล่าที่เหมาะสมกับอายุของลูก และเล่าให้ลูกฟังเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
การอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่าเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ให้ลูกเข้าร่วมอย่างสนุกสนานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอีกด้วย

6. ให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

ในการกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น การเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูดเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากจะสร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้กับลูก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพูดยังช่วยส่งเสริมและปรับปรุงทักษะการสื่อสารของลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

เล่นเกมที่ต้องการพูด หรือโต้ตอบพูดคุยกับลูกในเรื่องที่สนุกสนาน เช่น เล่นเกมทายใจ หรือเล่าเรื่องตลก สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ การนำลูกไปเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์กับเด็กอื่นๆ ในสถานที่เดียวกัน อย่างเช่น ลานเล่นหรือกิจกรรมสำหรับเด็กในชุมชน ห้องสมุด หรือกลุ่มเล่นของเด็ก จะช่วยให้ลูกมีโอกาสพูดกับเพื่อนวัยเดียวกันเพื่อส่งเสริมให้ลูกพัฒนาทักษะการสื่อสารและเกิดความมั่นใจในการพูด

กิจกรรมประโยชน์
เล่นเกมทายใจสร้างความสนุกและกระตุ้นให้ลูกพูด
หัดโต้ตอบพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่สนุกสนานสร้างแรงจูงใจให้ลูกพูดมากขึ้น
เข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์สร้างทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในการพูด

7. อย่ากดดันให้ลูกพูดมากเกินไป

วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

การให้ลูกพูดมากมายและตลอดเวลาอาจส่งผลให้ลูกรู้สึกกดดันและเครียด ควรเป็นระเบียบว่าเราควรให้เวลาพักผ่อนและระยะห่างจากการพูดบ้างเพื่อให้ลูกมีโอกาสพักผ่อนจิตใจและปลดล็อกอารมณ์

การสนใจการพักผ่อนและความสุขของลูกก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาการพูดของลูกด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม เราควรระวังไม่ให้ลูกรู้สึกเหนื่อยหรือไม่เพลิดเพลินในการพูด ควรสลับกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพูดเช่น การเล่นเกมส์ วาดรูป หรือฟังเพลง เพื่อให้ลูกมีโอกาสพักผ่อนและรับมือกับความกดดันอย่างเหมาะสม

คำแนะนำวิธีการ
ให้เวลาพักผ่อนให้ลูกมีเวลาพักผ่อนจิตใจและระยะห่างจากการพูดเพื่อลดความกดดัน
สลับกิจกรรมให้ลูกมีโอกาสทำกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพูด เช่น เล่นเกมส์ วาดรูป หรือฟังเพลง

การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพูดจะทำให้ลูกมีบรรยากาศที่สบายตัวและเข้าใจว่าการพูดเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดันลูกให้พูดถ้าลูกยังไม่พร้อม ควรให้ลูกมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมและรับมือกับความกดดันได้อย่างเหมาะสม

พัฒนาการการพูดตามวัย และเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์

เด็กแต่ละคนพูดได้เร็วช้าต่างกัน แต่โดยทั่วไปมีพัฒนาการคร่าว ๆ ดังนี้ (ASHA, HealthyChildren.org)

  • ประมาณ 12 เดือน: เริ่มพูดคำที่มีความหมาย 1–2 คำ เช่น "แม่" "พ่อ" และใช้ท่าทาง เช่น ชี้ โบกมือ
  • ประมาณ 18 เดือน: พูดคำเดี่ยวได้หลายคำ และทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้
  • ประมาณ 2 ปี: รู้คำศัพท์ราว 50–100 คำ และเริ่มพูด 2 คำติดกัน เช่น "กินนม" "ไปเที่ยว"
  • ประมาณ 3 ปี: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ และคนในครอบครัวฟังเข้าใจเป็นส่วนใหญ่

ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจการได้ยินและประเมินพัฒนาการ หากอายุ 12 เดือนยังไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่ชี้ ไม่โบกมือ อายุ 18 เดือนยังไม่พูดเป็นคำ อายุ 2 ปียังไม่พูด 2 คำติดกันหรือไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ หรือเคยพูดได้แล้วกลับพูดน้อยลงในวัยใดก็ตาม แพทย์อาจส่งต่อให้นักแก้ไขการพูดช่วยฝึก ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผลดี (อ่านเพิ่มเติม: สัญญาณลูกพัฒนาการช้า)

สรุป

เมื่อลูกไม่ค่อยพูดอย่างปกติ คุณพ่อแม่อาจต้องกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น มีหลายวิธีที่สามารถใช้ได้ในการกระตุ้นให้ลูกพูด ในส่วนนี้เราได้แนะนำวิธีที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณ ควรจดจำว่าการพัฒนาการพูดของลูกต้องใช้เวลาและความสนใจจากพ่อแม่

สรุปที่สำคัญเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้นคือ สร้างสภาวะที่สนุกสนานและมีความสุขให้กับลูก เช่น ให้ลูกมีโอกาสพูดกับคนอื่น อ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่า รวมถึงการให้ความสนใจและช่วยเหลือลูกในทุกๆ ช่วงเวลา อย่าละเลยเวลาพักผ่อนและความสุขของลูก นอกจากนี้คุณยังสามารถรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้

หากคุณพ่อแม่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาการพูดของลูก อย่างไรก็ตามควรจำไว้ว่าการพัฒนาการพูดของลูกต้องใช้เวลา อดทน และความสนใจที่แท้จริงจากพ่อแม่ หากพบปัญหาที่ร้ายแรงหรือไม่แน่ใจ ควรรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้การปรับปรุงและการกระตุ้นที่เหมาะสม

คุณพ่อและคุณแม่ที่กำลังมองหา "วิธีทำให้ลูกน้อยพูด" อ่านมาถึงตรงนี้คงจะรู้จักวิธีการทำให้ลูกกล้าพูดมากยิ่งขึ้น และสามารถอ่านเทคนิคการเลี้ยงลูก เพิ่มเติมได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

ลูกไม่ค่อยพูด ทำยังไงดี?

+

เริ่มจากเล่นกับลูกบ่อย ๆ อ่านนิทานให้ฟัง ชวนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และชมเชยเมื่อลูกพยายามพูด หากยังกังวลควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

อ่านนิทานช่วยให้ลูกพูดเร็วขึ้นไหม?

+

ช่วยได้ เพราะการฟังเรื่องเล่าทำให้ลูกได้ยินคำศัพท์ใหม่และเห็นวิธีใช้ภาษาในบริบทต่าง ๆ ควรเลือกหนังสือภาพสวยที่เหมาะกับอายุ

ลูกกี่ขวบยังไม่พูด ควรพาไปหาหมอ?

+

ควรพาไปพบกุมารแพทย์หากอายุ 18 เดือนยังไม่พูดเป็นคำ อายุ 2 ปียังไม่พูด 2 คำติดกัน ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ หรือเคยพูดได้แล้วกลับพูดน้อยลง เพื่อตรวจการได้ยินและประเมินพัฒนาการ

ให้ลูกดูการ์ตูนช่วยให้พูดเร็วขึ้นไหม?

+

ไม่ได้ช่วยเท่ากับการพูดคุยกับคนจริง องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำหน้าจอสำหรับเด็กต่ำกว่า 2 ปี และเด็ก 2–4 ปีไม่ควรเกินวันละ 1 ชั่วโมง โดยควรดูร่วมกับพ่อแม่

ควรบังคับให้ลูกพูดไหม?

+

ไม่ควร การให้ลูกพูดมากตลอดเวลาอาจทำให้ลูกเครียด ควรสลับกับกิจกรรมอื่นและให้ลูกมีเวลาพร้อมก่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. AshaChart
  2. HealthyChildren.org (AAP)Language Delay
  3. องค์การอนามัยโลก (WHO)24 04 2019 to grow up healthy children need to sit less and play more

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ
  • การเลี้ยงลูก

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ

หมุนเวียนของเล่น : ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ ช่วงเทศกาลวันหยุด เด็กๆ มักจะได้ของเล่นใหม่ๆ เข้าบ้านเสมอ ทั้งได้รับ หรือคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ นี่คือโอกาสสำคัญในการสอนเด็กๆ เกี่

17 เม.ย. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดห่มผ้าอุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น
  • การเลี้ยงลูก

ทำไมถึงมีอาการหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

หนาวหลังคลอดเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังคลอด เมื่อร่างกายของคุณแม่ต้องการเวลาในการฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาพปกติหลังจากการคลอด สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่มีอาการหนาวหลังคลอดได้แก่การขาดสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน และการยอดเสียงของร่างกาย เพื่อรับมือหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ดีสำหรับการฟื้นตัว นอกจากนี้คุณแม่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหวาน และอาหารที่มีความเค็มสูง เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีของคุณแม่หลังคลอด

17 ก.พ. 25676 นาที
เบาะนอนทารกแน่นพร้อมผ้าปูตึง
  • การเลี้ยงลูก

5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย

การนอนของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรใส่ใจเป็นอย่างมากเป็นยังไงกันบ้าง? วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรพิจารณาจากน้ำหนักตัวของลูกน้อย และที่นอนที่สำคัญสะอาดง่าย โดยเฉพาะวัสดุของเบาะที่ดี ไม่ใช่เลือกเบาะที่เก่าเกินไป และสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเลยนั้น ควรพาลูกน้อยไปเลือกด้วยเลย เพื่อให้ได้เบาะนอนทารกที่ถูกใจเบบี๋ที่สุด

10 ก.พ. 25675 นาที