ตีลูก ดีหรือไม่ดี

วิธีลงโทษด้วยการตีลูก ดีหรือไม่ดี ควรทำหรือไม่ ? เพราะอะไร ?

การลงโทษด้วยการตีเป็นหัวข้อที่เกิดความสนใจ และความขัดแย้งอย่างมากในวงกว้างของการเลี้ยงดูเด็ก ในบทความนี้เราจะสำรวจว่าการใช้วิธีตีลูก ดีหรือไม่ดี และทำไมควร หรือไม่ควรใช้วิธีนี้ ส่งผลดี หรือเสียอย่างไรต่อการพัฒนาของลูก 

บทความแนะนำ : แนะนำ 10 หนังสือคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรอ่านเล่มไหนดี 2023

Hitting-the-baby

การตีลูก ดีหรือไม่ดีอย่างไร

การตีเด็กส่งผลร้ายทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัย, ส่งเสริมพฤติกรรมรุนแรง, ทำให้มีปัญหาทางอารมณ์, ส่งเสริมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์. การใช้ความรุนแรงต่อเด็กเป็นการละเมิดสิทธิ และมีผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสังคม และสิทธิมนุษยชน. ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช้ความรุนแรง และส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ในการเติบโตของเด็ก.

การตีเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก

การตีเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กได้ดังนี้:

  • พัฒนาการทางกาย: การตีอาจเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความเจ็บปวด และบาดเจ็บทางกายในเด็ก และอาจปรากฏอาการเบื่อ หรือขาดความสนใจในกิจกรรมทางกาย
  • พัฒนาการปัญญา: การตีเด็กอาจมีผลต่อการเรียนรู้ และความสามารถในการตัดสินใจของเด็ก อาจเกิดผลกระทบทางบวก หรือลบต่อความสนใจในการเรียน หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
  • พัฒนาการสังคม: การตีอาจทำให้เกิดการเสียหายในความสัมพันธ์กับเพื่อน  และอาจทำให้เด็กต้องเผชิญกับปัญหาด้านสังคมในภายหลัง

บทความแนะนำ : 5 สิ่งบ่งบอกได้ว่า ลูกพัฒนาการช้า เกิดจากอะไร? ควรทำอย่างไร?

hit-a-child

ข้อดีของการใช้วิธีตี

การใช้วิธีตีในการลงโทษอาจมีข้อดีที่สำคัญในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการตีให้เป็นไปตามหลัก และคำแนะนำที่ถูกต้อง ข้อดีหลักอาจประกอบด้วยการสร้างสารภาพจิตใจให้กับผู้ถูกตีว่าการกระทำของตนนั้นไม่ถูกต้อง และมีผลเสีย นอกจากนี้ การตีอาจสร้างความหวาดกลัว และกังวล จึงเป็นไปได้ว่าการใช้วิธีตีอาจเป็นสิ่งที่สามารถสร้างอิทธิพลให้กับพฤติกรรมของผู้ถูกตีในอนาคต เช่น

ข้อดีของการใช้วิธีตีผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็ก
ช่วยสร้างสารภาพจิตใจว่าการกระทำของตนไม่ถูกต้องอาจสร้างความกังวล และความหวาดกลัว
เพิ่มการตัดสินใจในการเลือกระหว่างทางที่ถูกต้อง และผิดสามารถสร้างความรู้สึกว่าถ้าทำผิดอีกครั้งอาจมีโทษที่มากขึ้น

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาใช้วิธีตีอย่างระมัดระวังเพื่อประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง และไม่มีผลกระทบที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของเด็กอย่างลบ

Should-I-hit-my-child

ข้อเสียของการใช้วิธีตี

การใช้วิธีตีเพื่อลงโทษอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพจิต และพัฒนาการของเด็กได้ ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นได้แก่

  • เสื่อมสภาพสมอง และสติปัญญา: การตีลูกอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่สมองของเด็ก ทำให้เกิดความสูญเสียในการเรียนรู้  และกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทที่ถูกทำลายอาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางจิตเวช และพัฒนาการที่ช้าลง
  • เพิ่มความรุนแรง และความกังวล: การถูกตีอาจสร้างความกังวล และความเครียดในเด็กที่ถูกลงโทษ ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตในระยะยาว เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือก้าวร้าวพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  • สร้างวงจรลูปของความรุนแรง: การใช้วิธีตีอาจสร้างวงจรลูปของความรุนแรงในครอบครัว ทำให้พ่อแม่ และเด็กเข้าไปในวงจรของความคุกคาม และความอาฆาตที่สร้างความเครียด และความเสียหายต่อสัมพันธภาพครอบครัว
  • ทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงในภายหลัง: เด็กที่ถูกตีอาจมีโอกาสเสี่ยงที่จะพักผ่อนพิการซึมเศร้า และมีพฤติกรรมรุนแรงในภายหลัง และความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจยากที่จะแก้ไขให้กลับมาสู่สภาวะปกติ
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรงในสังคม: การใช้วิธีตีเพื่อลงโทษอาจมีผลให้เด็กเรียนรู้ และได้รับการยอมรับว่าความรุนแรง คือ วิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดวงจรความรุนแรงในสังคมที่ยากต่อการขจัด

การลงโทษด้วยวิธีตีอาจมีผลเสียที่มีความรุนแรง และยากที่จะแก้ไขในระยะยาว การสร้างวงจรลูปของความรุนแรงในครอบครัว และสังคมอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพฤติกรรมรุนแรงในภายหลัง ดังนั้น ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะใช้วิธีตีในการลงโทษเด็ก

How-to-teach-children-1

วิธีการสั่งสอนลูก โดยไม่ต้องตี

  1. ตักเตือน: ใช้การตักเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อลูกทำผิด เพื่อสร้างการรับรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม.

  2. แยกออกมาให้อยู่ตามลำพัง (Time Out): ให้ลูกได้นิ่งคิดเพียงลำพังเพื่อทบทวนพฤติกรรมที่ไม่ดี.

  3. ลงโทษลูกด้วยวิธีการไม่สนใจ/เพิกเฉย: ใช้การไม่สนใจเพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ.

  4. ฝึกให้รับผิดชอบต่อการกระทำ: สอนลูกรับผิดชอบในสิ่งที่ทำเพื่อสร้างวินัยที่ดี.

  5. ลงโทษลูกด้วยวิธีการงดกิจกรรม/ไม่ให้รางวัล: ใช้การลงโทษเพื่อสร้างเงื่อนไขและสอนหลักการ.

การลงโทษควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุ และผล ไม่ใช้ความรุนแรง, และควรแสดงความรักและสนับสนุน.

คำแนะนำในการอบรมเด็กอย่างสร้างสรรค์

ในส่วนนี้เราจะแนะนำวิธีการอบรมเด็กที่สร้างสรรค์ และมีผลเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลิกภาพ และพฤติกรรมของเด็กในทางที่ดี โดยใช้วิธีที่ไม่ใช่การตีลูกในการลงโทษ และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

เมื่อเราต้องการอบรมเด็กอย่างสร้างสรรค์ คุณสามารถใช้วิธีการต่อไปนี้:

  1. ปรับใช้วิธีการเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่างเช่นการใช้วิธีเรียนรู้แบบเกม หรือกิจกรรมที่น่าสนุกสนานซึ่งสามารถเรียนรู้ และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสนุกสนาน
  2. สร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์เพิ่มการตั้งคำถาม และแก้ปัญหาให้กับเด็กโดยให้พวกเขาเริ่มคิดอย่างสร้างสรรค์ และหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
  3. ให้โอกาสให้เด็กทำกิจกรรม และโปรเจกต์สร้างสรรค์เช่น ให้เด็กสร้างงานศิลปะ สร้างโมเดล หรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์เพื่อให้พัฒนาการคิดวิพากษ์วิจารณ์ และความคิดสร้างสรรค์

การอบรมเด็กอย่างสร้างสรรค์สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และพัฒนาทักษะต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างความคิดริเริ่ม สมาธิ ความคิดอย่างเป็นระบบ  และความคิดที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเป็นต้น

การอบรมเด็กอย่างสร้างสรรค์สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีความยั่งยืน และสื่อถึงผลลัพธ์ที่ดีในพฤติกรรม และกิจกรรมของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างสรรค์เด็กให้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และความเชี่ยวชาญในฐานะอาสาสมัครในสังคม

สรุป

ในบทความนี้เราได้สำรวจว่าการตีไม่เป็นวิธีที่เหมาะสมในการลงโทษ เนื่องจากมีข้อดี และข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก  และสร้างความเสียหายในระยะยาว. เราเสนอให้พิจารณาการใช้วิธีการที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง เช่น การปรับใช้กรอบสนทนาและการสังเกตพฤติกรรมเด็กเพื่อสร้างความเข้าใจ และการเติมเต็มความสามารถอย่างสร้างสรรค์.

การศึกษา และการอบรมเด็กเป็นสิ่งสำคัญเพื่อพัฒนาเด็กให้สามารถเติมเต็มพัฒนาการของตนได้อย่างสมบูรณ์ โดยการดูแล และสนับสนุนที่เหมาะสม. นอกจากนี้ยังควรเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์จริยธรรม. ดังนั้น, การลงโทษควรเป็นการสอน และสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนพัฒนาการของเด็ก โดยไม่ต้องพึ่งพาการตี

บทความแนะนำ : 10 คำพูดที่ไม่ควรพูดกับลูก เสี่ยงเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะอะไร?

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Shopping Cart
preloader