หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. การเลี้ยงลูก
  4. 5 สิ่งบ่งบอกได้ว่า ลูกพัฒนาการช้า เกิดจากอะไร? ควรทำอย่างไร?
  • การเลี้ยงลูก

5 สิ่งบ่งบอกได้ว่า ลูกพัฒนาการช้า เกิดจากอะไร? ควรทำอย่างไร?

11 ต.ค. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 9 นาที
คุณแม่ดูพัฒนาการลูกวัยเตาะแตะ

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. พัฒนาการช้าเกิดจากอะไร?
  3. พัฒนาการตามวัยที่ควรรู้
  4. 5 สัญญาณที่บอกว่าลูกอาจมีพัฒนาการช้า
  5. 1. การเคลื่อนไหว
  6. 2. การพูด
  7. 3. การเล่น และความสนใจ
  8. 4. การสื่อสาร
  9. 5. ปัญหาพฤติกรรม
  10. วิธีแก้ไข ลูกมีพัฒนาการที่ช้า ควรทำอย่างไร?
  11. 1. การสนับสนุนจากครอบครัว
  12. 2. การปรึกษาแพทย์
  13. 3. การสนับสนุนจากครู และผู้ดูแล
  14. การฝึกพัฒนาการ
  15. สรุป
  16. คำถามที่พบบ่อย
  17. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

ลูกพัฒนาการช้าอาจเกิดจากการคลอดก่อนกำหนด พันธุกรรม ปัญหาการได้ยิน โรคระบบประสาท ภาวะออทิสติก หรือการได้รับการกระตุ้นน้อย สังเกตได้จาก 5 ด้าน คือ การเคลื่อนไหว การพูด การเล่น การสื่อสาร และพฤติกรรม เทียบกับพัฒนาการตามวัย เช่น นั่งเองได้ราว 9 เดือน เดินเองได้ราว 18 เดือน และพูด 2 คำต่อกันได้ราว 2 ปี หากช้ากว่าเกณฑ์หรือมีทักษะถดถอยควรปรึกษากุมารแพทย์

สารบัญ (17 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. พัฒนาการช้าเกิดจากอะไร?
  3. พัฒนาการตามวัยที่ควรรู้
  4. 5 สัญญาณที่บอกว่าลูกอาจมีพัฒนาการช้า
  5. 1. การเคลื่อนไหว
  6. 2. การพูด
  7. 3. การเล่น และความสนใจ
  8. 4. การสื่อสาร
  9. 5. ปัญหาพฤติกรรม
  10. วิธีแก้ไข ลูกมีพัฒนาการที่ช้า ควรทำอย่างไร?
  11. 1. การสนับสนุนจากครอบครัว
  12. 2. การปรึกษาแพทย์
  13. 3. การสนับสนุนจากครู และผู้ดูแล
  14. การฝึกพัฒนาการ
  15. สรุป
  16. คำถามที่พบบ่อย
  17. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    พัฒนาการช้าอาจเกิดจากคลอดก่อนกำหนด พันธุกรรม ปัญหาการได้ยิน หรือการได้รับการกระตุ้นน้อย

  2. 02

    เด็กส่วนใหญ่นั่งเองได้ราว 9 เดือน เดินเองได้ราว 18 เดือน และพูด 2 คำต่อกันได้ราว 2 ปี

  3. 03

    ติดตามพัฒนาการลูกได้จากคู่มือ DSPM ในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู)

  4. 04

    หากลูกทำทักษะที่เคยทำได้ไม่ได้อีก หรือไม่หันตามเสียง ควรพบกุมารแพทย์โดยเร็ว

  5. 05

    ครอบครัวช่วยได้ด้วยการเล่น อ่านนิทาน และพูดคุยกับลูกเป็นประจำทุกวัน

สินค้าที่พูดถึงในบทความ

  • Hape ตัวต่อไม้ฝึกนับ Counting Stacker 1 ขวบขึ้นไปHape ตัวต่อไม้ฝึกนับ Counting Stacker 1 ขวบขึ้นไป
คุณแม่สังเกตพัฒนาการของลูกน้อย

ในช่วงเวลาที่ลูกเข้าสู่วัยเด็ก พัฒนาการเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องสังเกต และให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม ปัจจัยทางพันธุกรรม หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดู

พัฒนาการช้าเกิดจากอะไร?

พัฒนาการช้าหมายถึงการที่เด็กทำทักษะต่าง ๆ ได้ช้ากว่าเด็กส่วนใหญ่ในวัยเดียวกันอย่างชัดเจน อาจช้าเพียงด้านเดียวหรือหลายด้าน สาเหตุที่พบได้ ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดน้อย ภาวะทางพันธุกรรมหรือโครโมโซม ปัญหาการได้ยินหรือการมองเห็น โรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ภาวะออทิสติก การขาดสารอาหาร รวมถึงการได้รับการกระตุ้นจากการเล่นและการพูดคุยน้อยเกินไป ในหลายกรณีอาจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน

พัฒนาการตามวัยที่ควรรู้

เด็กแต่ละคนพัฒนาเร็วช้าต่างกันได้บ้าง ตารางนี้สรุปทักษะที่เด็กส่วนใหญ่ทำได้ตามวัย จากเกณฑ์ของ CDC (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ) หากลูกยังทำไม่ได้เมื่อถึงวัยดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ ในประเทศไทยคุณพ่อคุณแม่สามารถติดตามพัฒนาการได้จากคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกระทรวงสาธารณสุข ในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู)

อายุทักษะที่เด็กส่วนใหญ่ทำได้
2 เดือนยิ้มตอบเมื่อมีคนคุยด้วย ชันคอได้ขณะนอนคว่ำ
4 เดือนชันคอได้มั่นคงเมื่ออุ้ม ส่งเสียงอ้อแอ้ เอามือเข้าปาก
6 เดือนพลิกคว่ำเป็นหงายได้ หัวเราะเสียงดัง
9 เดือนนั่งได้เองโดยไม่ต้องพยุง ส่งเสียงซ้ำ ๆ เช่น "มามามา" หันตามเมื่อเรียกชื่อ
12 เดือนเกาะยืนและเกาะเดิน โบกมือบ๊ายบาย เรียก "แม่" หรือ "พ่อ" ได้
18 เดือนเดินได้เอง พูดคำที่มีความหมายได้อย่างน้อย 3 คำ
2 ปีวิ่งได้ เตะบอลได้ พูด 2 คำต่อกันได้ เช่น "กินนม"
3 ปีพูดโต้ตอบเป็นบทสนทนาสั้น ๆ ได้ สนใจและเข้าไปเล่นกับเด็กคนอื่น

ข้อควรระวัง: หากลูกเคยทำทักษะใดได้แล้วกลับทำไม่ได้ (พัฒนาการถดถอย) ไม่ว่าในวัยใด หรือไม่สบตา ไม่หันตามเสียง ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยเร็ว การตรวจพบและกระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ผลดีกว่า

5 สัญญาณที่บอกว่าลูกอาจมีพัฒนาการช้า

1. การเคลื่อนไหว

ลูกน้อยฝึกนั่งและเคลื่อนไหวตามวัย

การเคลื่อนไหวที่ช้า หรือเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลาที่สั้น  ลักษณะการเคลื่อนไหวที่ช้าอาจแสดงถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการ อย่างเช่นปัญหาทางกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท การให้ความสนใจ และการฝึกประสาทสัมผัสอาจช่วยส่งเสริมพัฒนาการเคลื่อนไหวของลูกได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องทารกนั่งได้ตอนกี่เดือน และกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก

การเคลื่อนไหว:

สัญญาณการเคลื่อนไหวที่ช้าอาจประกอบด้วย:อาจเกิดจาก:
ลูกไม่สามารถลุกนั่งได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมปัญหาทางกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง
ลูกเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่สั้นการพัฒนาก้าวหน้าทางประสาทสัมผัสที่ช้า
ลูกมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันในช่วงเวลาที่เหมาะสมปัญหาทางกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทที่ส่งผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหวที่ช้าอาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อลูก เช่น ปัญหาทางระบบประสาท การฝึกพัฒนาการทางกายภาพอาจช่วยให้ลูกพัฒนาการเคลื่อนไหวได้เต็มที่

บทความแนะนำ : ของเล่นเสริมพัฒนาการ 1 ขวบ แบบไหนดี? เสริมพัฒนาการก้าวกระโดด

2. การพูด

แม่ชวนลูกน้อยพูดคุยเพื่อฝึกพัฒนาการพูด

การพูด คือสิ่งที่เราใช้ในการสื่อสารกับผู้อื่น แต่ลูกที่มีพัฒนาการช้าอาจมีปัญหาในการพูด หรือพูดไม่ชัดเจน ทำให้ลูกไม่สามารถเข้าใจคำพูด หรือตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง และเหมือนเด็กวัยเดียวกันในช่วงเวลาที่เหมาะสม

การพูดที่ช้า หรือไม่ชัดเจนอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาการได้ยิน พัฒนาการด้านสติปัญญาหรือด้านสังคมที่ช้ากว่าวัย ภาวะออทิสติก หรือการที่ลูกได้ฟังและได้พูดคุยกับผู้ใหญ่น้อยเกินไป เด็กที่พูดช้าจึงควรได้รับการตรวจการได้ยินด้วย บางครั้งอาจส่งผลให้ลูกไม่สามารถเข้าใจภาษา หรือคำสั่งต่างๆ ได้ ซึ่งอาจทำให้ลูกไม่สามารถเรียนรู้ และจดจำคำศัพท์ หรือสื่อสารได้อย่างถูกต้อง

วิธีการช่วยเร่งพัฒนาการพูด

  • สนับสนุนการพูดโดยการให้ลูกอ่านหนังสือ หรือฟังเรื่องราว ที่มีความน่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของลูก
  • ให้ลูกมีโอกาสฟัง และพูดภาษาได้มากที่สุด 
  • สร้างประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพูด เช่น สมมติภาพ หรือเลียนแบบการพูดของเด็กอื่น

การพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ อ่านนิทานให้ฟังทุกวัน และตอบสนองเมื่อลูกส่งเสียงหรือชี้ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยกระตุ้นภาษาได้ ดูไอเดียเพิ่มเติมใน7 วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด

3. การเล่น และความสนใจ

สัญญาณพัฒนาการช้าในเด็กเล็ก

การเล่นเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาการของลูก เพราะเล่นช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ และประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้น ถ้าลูกพัฒนาการช้า คุณควรให้ลูกมีโอกาสเล่นอย่างมีความหลากหลาย และมีความสนใจในตัวเลือกที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถให้ลูกเล่นกับของเล่นที่เหมาะสมสำหรับอายุของลูก หรือสอนลูกวิธีการเล่นที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ลูกสนใจสิ่งต่างๆ หลากหลาย เช่น นำลูกไปเยี่ยมชมสวนสัตว์ หรือพาลูกเดินเล่นในสวนสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความสนุกสนานและแรงจูงใจในการเรียนรู้

หากลูกไม่สนใจในการเล่นหรือมีความยากลำบากในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำแนะนำ และการดูแลที่เหมาะสมเพื่อช่วยลูกในการพัฒนาการอย่างสมบูรณ์

บทความแนะนำ : ของเล่น เสริมพัฒนาการลูกในแต่ละช่วงอายุมีอะไรบ้าง?

4. การสื่อสาร

เด็กที่มีพัฒนาการด้านการสื่อสารช้า

การสื่อสารที่มีปัญหาเป็นอีกอาการหนึ่งที่บ่งบอกว่าลูกอาจไม่สามารถเข้าใจคำถาม หรือไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้และเติบโตได้ตามเกณฑ์ครั้งแรก ถ้าคุณรับรู้ว่าลูกมีปัญหาในการสื่อสาร คุณสามารถใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อช่วยเสริมสร้างการสื่อสารของลูก:

  • ให้ใช้ภาษาง่ายๆ และเข้าใจง่ายเมื่อคุยกับลูก
  • ใช้ภาษามือ และภาษาตัวชี้ให้ลูกเรียนรู้
  • ให้ลูกมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้การสื่อสาร เช่น เล่าเรื่องราว หรือเล่นเกมที่ต้องสื่อสารกับผู้อื่น

การสื่อสารที่ดีจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ และเติบโตได้อย่างเต็มที่ อย่าลืมให้ความสนใจ และสนับสนุนลูกในการพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง

5. ปัญหาพฤติกรรม

ปัญหาพฤติกรรมในเด็กที่มีพัฒนาการช้า

อาจมีปัญหาในพฤติกรรม ซึ่งอาจแสดงออกในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น มีอาการทำร้ายตนเอง  หรือไม่สามารถปฏิบัติตนเหมือนเด็กวัยเดียวกัน

ปัญหาพฤติกรรมที่แสดงขึ้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การเลี้ยงดูที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของลูก หรือสภาวะทางจิตใจที่มีผลต่อพฤติกรรมของลูก

หากพบว่าลูกมีปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้คำแนะนำ และการดูแลที่เหมาะสม โดยการประเมินพฤติกรรมของลูกและตรวจสอบปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุ เช่น สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม หรืออาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม

การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของลูกที่มีพัฒนาการที่ช้าต้องเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับลูก การให้ความรัก และความสนใจอย่างสม่ำเสมอ  และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

วิธีแก้ไข ลูกมีพัฒนาการที่ช้า ควรทำอย่างไร?

1. การสนับสนุนจากครอบครัว

ครอบครัวช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการลูก

ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนพัฒนาการของลูก และช่วยให้ลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ คุณภาพของความสัมพันธ์ในครอบครัวมีผลสำคัญต่อการเรียนรู้ และพัฒนาการของลูก ครอบครัวที่มีสัมพันธภาพดีจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับลูกในการพัฒนาทั้งด้านกาย อารมณ์ สติปัญญา และสังคม

การสนับสนุนจากครอบครัว เช่น การเล่นเกมร่วมกัน การอ่านหนังสือเสียง หรือการเล่าเรื่องเล่ากัน เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาภาษา การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์

โดยอย่างเฉพาะควรให้ความรัก และความสนใจอย่างสม่ำเสมอ พร้อมสร้างโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ สังเกตสิ่งต่างๆ  และสนับสนุนในการพัฒนาการอย่างเต็มที่

2. การปรึกษาแพทย์

แพทย์ตรวจประเมินพัฒนาการเด็ก

เมื่อพบว่าลูกมีพัฒนาการที่ช้า การปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณา เพื่อทำการวินิจฉัย และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับลูกของคุณ แพทย์ที่เชี่ยวชาญจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยโดยใช้เทคนิค และเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ช้า และมอบคำแนะนำในการรักษา

การปรึกษาแพทย์ยังช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการดูแลลูกที่บ้าน และวิธีการฝึกพัฒนาการเพื่อช่วยลูกให้พัฒนาการได้อย่างเต็มที่ แพทย์อาจแนะนำวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมในการเลี้ยงดูลูก  และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ และการพัฒนาการของลูก

อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์หากคุณมีความกังวลหรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก การแนะนำจากแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจและทำความเข้าใจในสถานการณ์ของลูกของคุณได้ดียิ่งขึ้น

3. การสนับสนุนจากครู และผู้ดูแล

ครูสอนและดูแลเด็กในห้องเรียน

ครู และผู้ดูแลมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพัฒนาการของลูกในกระบวนการเรียนรู้ การให้คำแนะนำ และกำกับในแต่ละขั้นตอนช่วยให้ลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ควรให้คำแนะนำ และการสอนให้เหมาะสมกับความสามารถ และระดับพัฒนาการของลูก

ครู และผู้ดูแลควรสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน และน่าสนใจ เช่น การใช้เครื่องมือการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย และบูรณาการกันอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สามารถสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างลูก และเพื่อนร่วมเรียนได้อีกด้วย เช่น การสร้างกลุ่มเล็กๆ ให้ลูกมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมชั้น เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้จากความคิด และประสบการณ์ของผู้อื่น

วิธีการสนับสนุนการเรียนรู้ของครูและผู้ดูแลในส่วนของลูกพัฒนาการช้า
1. ให้คำแนะนำ และกำกับในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับลูก
2. สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าสนใจ และสนุกสนาน
3. เสริมสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างลูกและเพื่อนร่วมเรียน

ด้วยการสนับสนุนที่เหมาะสมจากครู และผู้ดูแล สามารถเรียนรู้ และพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาของลูก

การฝึกพัฒนาการ

การฝึกพัฒนาการเป็นวิธีที่สำคัญในการช่วยให้ลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ ด้วยการให้ความสนใจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เทคนิค และกิจกรรมที่สอดคล้องกับช่วงอายุของลูกเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะต่างๆ ได้อีกด้วย

เทคนิคการฝึกพัฒนาการ

เพื่อช่วยให้ลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ คุณควรใช้เทคนิคที่เหมาะสมในการฝึกพัฒนาทักษะ หรือความสามารถที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น การเล่นเกมที่ใช้ความคิด เช่น เกมส์สำหรับสร้างความคิดสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมกลุ่มที่เน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น

กิจกรรมการฝึกพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการฝึกพัฒนาการของลูกอย่างเต็มที่ อาทิเช่น การอ่านหนังสือเล่มที่มีเรื่องราวที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ การเล่นกับของเล่นที่ต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการคิดสร้างสรรค์ และกิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหว เช่น เต้นรำ การเล่นกีฬา หรือเกมที่เน้นการเคลื่อนไหว เพื่อพัฒนา และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และระบบประสาท

การฝึกพัฒนาการเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการช่วยลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นคุณควรให้ความสนใจ และสนับสนุนลูกในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยใช้เทคนิค และกิจกรรมที่เหมาะสมตามอายุ และความต้องการของลูก

เทคนิคการฝึกพัฒนาการกิจกรรมการฝึกพัฒนา
การให้ความสนใจ และสนับสนุนการอ่านหนังสือเล่มที่น่าสนใจ
การใช้เทคนิคที่เหมาะสมการเล่นกับของเล่นที่ต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจ
กิจกรรมการเคลื่อนไหวเต้นรำ การเล่นกีฬา หรือเกมที่เน้นการเคลื่อนไหว
ลูกเล่นของเล่นฝึกพัฒนาการ

สรุป

การพัฒนาการที่ช้าในเด็กอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่นปัจจัยทางสภาพแวดล้อม ปัจจัยทางพันธุกรรม หรือปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูก เมื่อพบว่าลูกมีพัฒนาการช้า ควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อทำการวินิจฉัย และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม

การเคลื่อนไหวที่ช้า การพูดที่ช้า การไม่มีความสนใจในการเล่น และการเรียนรู้ การมีปัญหาในการสื่อสาร และปัญหาพฤติกรรม เป็นบ่งบอกว่าลูกมีพัฒนาการช้า ในกรณีที่พบว่าลูกมีพัฒนาการช้า ควรให้ความสนใจ และสนับสนุนให้ลูกมีโอกาสฝึกพัฒนาการอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ครอบครัว และครูผู้ดูแลก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพัฒนาการของลูก ควรให้ความรัก และความสนใจอย่างสม่ำเสมอ ให้การแนะนำ และกำกับในการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ลูกพัฒนาการได้อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อย

ลูกพัฒนาการช้า สังเกตยังไง?

+

เทียบกับพัฒนาการตามวัย และสังเกต 5 ด้าน ได้แก่ การเคลื่อนไหว การพูด การเล่น การสื่อสาร และพฤติกรรม หากช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันชัดเจนควรปรึกษาแพทย์

ลูกควรนั่ง เดิน พูดได้ตอนกี่เดือน?

+

เด็กส่วนใหญ่นั่งเองได้ราว 9 เดือน เกาะเดินราว 12 เดือน เดินเองได้ราว 18 เดือน พูดคำที่มีความหมายราว 12 เดือน และพูด 2 คำต่อกันได้ราว 2 ปี

ลูกพัฒนาการช้า ต้องไปหาหมอไหม?

+

ควรไป แพทย์จะตรวจหาสาเหตุ เช่น ตรวจการได้ยิน และแนะนำการกระตุ้นพัฒนาการ ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผลดี และหากพัฒนาการถดถอยควรไปโดยเร็ว

ลูกพูดช้า ช่วยยังไงได้บ้าง?

+

พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ อ่านนิทานให้ฟังทุกวัน ตอบสนองเมื่อลูกส่งเสียงหรือชี้ และควรให้แพทย์ตรวจการได้ยินร่วมด้วย

แหล่งอ้างอิง

  1. YalemedicineDevelopmental delay
  2. SsmhealthDevelopmental delay
  3. SsmhealthCardinal glennon
  4. HealthlineDevelopmental delay
  5. CDCIndex
  6. NHSBabys development

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ
  • การเลี้ยงลูก

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ

หมุนเวียนของเล่น : ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ ช่วงเทศกาลวันหยุด เด็กๆ มักจะได้ของเล่นใหม่ๆ เข้าบ้านเสมอ ทั้งได้รับ หรือคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ นี่คือโอกาสสำคัญในการสอนเด็กๆ เกี่

17 เม.ย. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดห่มผ้าอุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น
  • การเลี้ยงลูก

ทำไมถึงมีอาการหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

หนาวหลังคลอดเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังคลอด เมื่อร่างกายของคุณแม่ต้องการเวลาในการฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาพปกติหลังจากการคลอด สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่มีอาการหนาวหลังคลอดได้แก่การขาดสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน และการยอดเสียงของร่างกาย เพื่อรับมือหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ดีสำหรับการฟื้นตัว นอกจากนี้คุณแม่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหวาน และอาหารที่มีความเค็มสูง เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีของคุณแม่หลังคลอด

17 ก.พ. 25676 นาที
เบาะนอนทารกแน่นพร้อมผ้าปูตึง
  • การเลี้ยงลูก

5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย

การนอนของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรใส่ใจเป็นอย่างมากเป็นยังไงกันบ้าง? วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรพิจารณาจากน้ำหนักตัวของลูกน้อย และที่นอนที่สำคัญสะอาดง่าย โดยเฉพาะวัสดุของเบาะที่ดี ไม่ใช่เลือกเบาะที่เก่าเกินไป และสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเลยนั้น ควรพาลูกน้อยไปเลือกด้วยเลย เพื่อให้ได้เบาะนอนทารกที่ถูกใจเบบี๋ที่สุด

10 ก.พ. 25675 นาที