การเตรียมอาหารสำหรับลูกเล็กนั้นเป็นเรื่องที่ทุกพ่อแม่ต้องพ้นไม่ได้ การให้อาหารที่อร่อยและสุขภาพดีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเพื่อให้ลูกของเราเจริญเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่
ในบทความนี้เราจะแนะนำเมนูอาหารเด็ก 1 ปีขึ้นไปที่ทำเองได้ง่ายๆ ในบ้านของคุณ ท่านจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่อร่อย ปลอดภัยและส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกของท่าน ทั้งนี้โดยตลอดสาระสำคัญในเมนูอาหารเด็กจะถูกนำเสนออย่างชัดเจนเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเลือกเมนูอาหารเด็กที่ต้องการได้อย่างสะดวก หากลูกยังเล็กกว่า 1 ขวบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อาหารเด็กแรกเกิด - 1 ปี ควรทานเมนูอะไร
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม : เคล็ดลับเตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง ? รับมือยังไงดี ?
สารอาหารที่สำคัญสำหรับลูก 1 ขวบ
ลูกเด็กที่มีอายุ 1 ขวบเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาร่างกายและสมอง จึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอในสารอาหารต่างๆ เพื่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกเด็ก
โดยเฉพาะสารอาหารที่สำคัญในช่วงนี้มีดังนี้
| สารอาหาร | สำคัญอย่างไร | อาหารที่เป็นแหล่ง |
|---|---|---|
| โปรตีน | สร้างกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อของร่างกาย | นมแม่ นม ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ |
| คาร์โบไฮเดรต | ให้พลังงานในการเล่นและการเจริญเติบโต | ข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว มันฝรั่ง ข้าวโพด ธัญพืช |
| ไขมัน | ให้พลังงานและช่วยการพัฒนาสมอง | นม ไข่แดง เนื้อสัตว์ ปลา น้ำมันพืช อะโวคาโด |
| ใยอาหาร | ช่วยการขับถ่าย | ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืช |
| แคลเซียม | เสริมสร้างกระดูกและฟัน | นม โยเกิร์ต ชีส ปลาตัวเล็กบดทั้งกระดูก เต้าหู้ ผักใบเขียว |
| ธาตุเหล็ก | ป้องกันภาวะโลหิตจาง ช่วยพัฒนาการสมอง | เนื้อแดง ตับ ไข่แดง ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง ผักใบเขียวเข้ม |
ปริมาณที่เด็กแต่ละคนต้องการแตกต่างกันตามน้ำหนักตัวและการเจริญเติบโต หากกังวลว่าลูกได้สารอาหารไม่เพียงพอ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือนักโภชนาการ
การเตรียมอาหารให้เด็กโดยเฉพาะลูกเด็กที่มีอายุ 1 ขวบจำเป็นต้องให้อาหารที่ประกอบไปด้วยสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับพัฒนาการของลูกด้วย
เมนูอาหารเด็ก 1 ปีขึ้นไปทำเองได้ง่ายๆ
การเลี้ยงลูกด้วยอาหารที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทั้งร่างกายและสมองของลูก ช่วง 6 เดือนแรกลูกควรกินนมแม่อย่างเดียว และเริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน พอลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไปจึงเริ่มกินอาหารใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ได้มากขึ้น ให้นั่งเก้าอี้กินข้าวเด็กร่วมโต๊ะกับครอบครัว
ข้อควรระวัง: อาหารสำหรับเด็ก 1–3 ปีควรปรุงรสอ่อนมาก ไม่ต้องเติมเกลือ น้ำตาล ซุปก้อน หรือซอสสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูง เพราะไตของเด็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่และเสี่ยงฟันผุ ใช้รสหวานจากผักผลไม้และกลิ่นจากหอมกระเทียมแทน เลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น แฮม ไส้กรอก (ข้อมูลจาก NHS) และหั่นอาหารให้นิ่มเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ไม่ให้ถั่วเม็ดทั้งเม็ด องุ่นทั้งลูก หรือของแข็งกรอบชิ้นใหญ่ เพราะเสี่ยงสำลักติดคอ ทุกสูตรด้านล่างจึงปรับเครื่องปรุงให้เหลือน้อยที่สุดแล้ว
1. ข้าวต้มกับปลาแซลมอนและผัก
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย (หรือข้าวกล้อง) 1 ถ้วย
- ปลาแซลมอนสด 50-100 กรัม
- ผักสด เช่น คะน้า ผักกาดขาว หรือผักใบเขียวต่าง ๆ 1 ถ้วย
- น้ำสะอาด 1 ถ้วย
วิธีทำ:
นำข้าวสวยใส่หม้อพร้อมน้ำสะอาด ต้มให้น้ำเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน คนเป็นระยะจนข้าวบานเปื่อยนิ่ม
ขณะที่รอข้าวกำลังต้ม นำปลาแซลมอนมาล้างให้สะอาด แกะหนังและก้างออกให้หมด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
นำผักสดมาล้างให้สะอาด แล้วซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ
เมื่อข้าวต้มสุกแล้ว ใส่ปลาแซลมอนลงไปต้มจนสุกทั่วทั้งชิ้น
เมื่อปลาแซลมอนสุกแล้ว ใส่ผักสดที่ซอยให้สุกพอดี คลุกเคล้าให้เข้ากันกับปลาแซลมอน
ไม่ต้องเติมเกลือหรือน้ำตาล เพราะปลาและผักให้รสหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว หากต้องการเพิ่มไขมันดีสามารถใส่น้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันถั่วเหลืองเล็กน้อยได้
เมื่อข้าวต้มกับปลาแซลมอนและผักส่วนผสมเริ่มเสร็จสิ้น นำออกจากเตาและตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ
*หมายเหตุ: ข้าวต้มกับปลาแซลมอนและผักเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป แต่ควรตรวจสอบความพร้อมในการรับประทานอาหารของเด็กและติดต่อแพทย์หากมีอาการเจ็บป่วยหรือภูมิแพ้อาหาร อย่างเช่น แพ้ปลาหรือผักบางชนิด
2. สลัดผักกับไข่ต้ม
วัตถุดิบ:
- ผักตามความชอบ เช่น ผักกาดหอม แครอท (นึ่งให้นิ่มหรือขูดเป็นเส้นฝอย) และผักใบเขียวต่าง ๆ 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือน้ำสลัดครีม 1–2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
ล้างผักสดให้สะอาดและซอยให้ละเอียด
นำไข่ไก่มาล้างให้สะอาดและนำมาต้มในน้ำสะอาดจนไข่สุกทั้งไข่ขาวและไข่แดง ประมาณ 10–12 นาที จากนั้นปอกเปลือกแล้วสับหรือบดให้ละเอียด
ตัดผักสดที่ซอยให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ
นำผักสดและไข่ต้มที่ละเอียดใส่ในชามผสม
คนน้ำสลัดเข้าไปกับผักสดและไข่ต้มในชามผสม ให้เข้ากันเป็นอย่างดี
- หลังจากนั้นตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
สลัดผักกับไข่ต้มเป็นเมนูที่อร่อย และเสริมสร้างพลังงานให้กับเด็ก สามารถรับประทานในเวลาอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเพื่อควบคู่กับอาหารที่หลากหลาย
3. ข้าวหน้าหมูสไลด์ซอสเทอริยากิ
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1/2 ถ้วย
- เนื้อหมูสไลด์ 50 กรัม
- ซีอิ๊วญี่ปุ่นสูตรลดโซเดียม 1/2 ช้อนชา ผสมน้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ (แทนซอสเทอริยากิสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง)
- แอปเปิลขูด 1 ช้อนโต๊ะ (ให้รสหวานตามธรรมชาติ)
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
- หัวหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 กลีบ
- ผักสลัดหรือผักกาดอื่นๆ (สำหรับตกแต่ง)
- ใบโหระพา (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ:
หั่นเนื้อหมูสไลด์เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ แล้วหมักกับซีอิ๊วที่ผสมน้ำ แอปเปิลขูด หัวหอมซอย และกระเทียมสับ ประมาณ 10–15 นาที
ใส่น้ำมันพืชลงไปและใส่เนื้อหมูสไลด์ที่หมักในข้อ 1 ลงไปผัดให้สุกและเนื้อหมูเริ่มสีน้ำตาลอ่อน
เติมน้ำเล็กน้อยแล้วผัดต่อจนเนื้อหมูสุกนิ่ม
ใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากันกับเนื้อหมูและซอส
คนให้เข้ากัน ไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม ปิดไฟและพักไว้ให้อุ่น
ใส่ข้าวหน้าหมูสไลด์ซอสเทอริยากิลงในจาน และตกแต่งด้วยผักสลัดหรือผักกาดและใบโหระ
4. ซุปไข่มักกะโรนี
วัตถุดิบ:
- มักกะโรนีต้มสุก 300 กรัม
- น้ำซุปกระดูกไก่ต้มเอง (แทนซุปก้อน)
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- กุ้งสด 10 ตัว (สับเป็นชิ้นเล็ก)
- แครอทหั่นเต๋า 2 หัว
- น้ำเปล่า 1 ลิตร
- ผักชี สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ:
ตั้งหม้อบนเตาแก๊สแล้วใส่น้ำซุปกระดูกไก่หรือน้ำเปล่าลงไป ใช้ไฟกลางจนน้ำเริ่มเดือด ไม่ต้องเติมเกลือหรือพริกไทย
ใส่แครอทหั่นเต๋าลงไป ต้มจนแครอทนิ่ม
เมื่อแครอทสุกแล้วใส่กุ้งสดลงไป จากนั้นนำไข่ไก่มาเทลงบนตะแกรง แล้ววนตะแกรงให้ไข่ไหลลงเป็นเส้นลงในหม้อ จากนั้นใช้ทัพพีคนน้ำซุปเพื่อไม่ให้ไข่ติดกัน
ใส่มักกะโรนีต้มสุกลงไปในหม้อ รอให้น้ำเดือดอีกครั้งก็สามารถยกลงจากเตาได้เลย กุ้งเป็นอาหารที่เด็กบางคนแพ้ ถ้าลูกยังไม่เคยกินกุ้ง ควรให้ลองทีละน้อยและสังเกตอาการผื่น ปากบวม หรืออาเจียน
ตักซุปไข่มักกะโรนีใส่ลงในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ
5. โรลผักไส้หมูสับ
วัตถุดิบ:
- เนื้อหมูสับ 100 กรัม
- ผักสด เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม (สำหรับห่อ)
- แครอทหั่นเต๋า
- หอมใหญ่สับ
- ซีอิ๊วขาวสูตรลดโซเดียม 1/4 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ:
นำหมูสับ แครอทหั่นเต๋า หอมใหญ่สับ และซีอิ๊วขาวใส่ลงในชามผสม จากนั้นใช้ช้อนคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้เตรียมนำไปห่อกับผัก ส่วนใบผักสำหรับห่อให้ลวกในน้ำเดือดให้นิ่มก่อน
นำหมูสับที่เราปรุงรสเตรียมไว้มาปั้นให้พอดีคำ และนำผักที่เตรียมไว้สำหรับห่อมาคลุมหมูที่ปั้นไว้ หลังจากนั้นนำไปนึ่งให้สุกก่อนจัดเสิร์ฟ
- หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำก่อนเสิร์ฟ ไม่จำเป็นต้องมีน้ำจิ้ม เพราะซอสสุกี้มีทั้งน้ำตาลและโซเดียมสูง
6. โรลขนมปังโฮลวีตกล้วยน้ำว้า
วัตถุดิบ:
- ขนมปังโฮลวีต (Whole Wheat Bread) ตัดขอบออก
- กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมสุก
- เนยถั่วชนิดเนื้อเนียน สูตรไม่เติมน้ำตาลและเกลือ
วิธีทำ:
- นำขนมปังโฮลวีทมาวาง และรีดขนมปังให้แบน
- ทาเนยถั่วบาง ๆ ให้ทั่วแผ่นขนมปัง (ทาหนาจะเหนียวติดเพดานปากและกลืนยาก)
- นำกล้วยวางบนขนมปังและม้วนให้แน่น
- หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พร้อมเสิร์ฟ
ข้อควรระวัง: ถั่วลิสงเป็นอาหารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้บ่อย หากลูกยังไม่เคยกินถั่วลิสง หรือมีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังรุนแรง หรือแพ้อาหารอื่นอยู่แล้ว ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อน และเมื่อให้ลองครั้งแรกควรสังเกตอาการ เช่น ผื่นลมพิษ ปากบวม อาเจียน หรือหายใจลำบาก ถ้ามีอาการหายใจลำบากให้โทร 1669 ทันที
7. แตงกวาผัดไข่
วัตถุดิบ:
- แตงกวา (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำมันพืชเล็กน้อย
- ซีอิ๊วขาวสูตรลดโซเดียม 1/4 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ:
- ตั้งกระทะและใส่น้ำมันตามด้วยไข่ไก่ตีให้เข้ากัน แล้วค่อยๆเทไข่ลงในกระทะพร้อมขยี้ไข่เบาๆ
- เมื่อไข่เริ่มที่จะตั้งตัว ใส่แตงกวาลงไป และผัดให้เข้ากันกับไข่
- เติมซีอิ๊วขาวเพียงเล็กน้อย (หรือไม่ใส่) แล้วผัดต่อจนแตงกวาสุกนิ่ม
- ปิดไฟ ใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
8. ราดหน้าเกี๊ยวกรอบ
วัตถุดิบ:
- แผ่นเกี๊ยว
- น้ำมันสำหรับทอด
- หมูสับ 80 กรัม
- แครอทหั่นเต๋า
- บรอกโคลี
- แป้งมัน
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- นํ้าซุปหรือนํ้าเปล่า (ตามความชอบ)
วิธีทำ:
- นำแผ่นเกี๊ยวมาตัดให้พอดีคำ แล้วนำมาทอด (สำหรับเด็กเล็ก ให้ราดน้ำราดหน้าทิ้งไว้สักครู่ให้เกี๊ยวนิ่มลงก่อนเสิร์ฟ เพราะชิ้นที่แข็งกรอบอาจบาดปากหรือติดคอได้)
- เตรียมน้ำซุป แล้วใส่หมูสับละลายไม่ให้เป็นก้อน
- ใส่ผักลงไปรอให้ผักสุกนิ่ม แล้วใส่ไข่ (ตีให้เข้ากัน) ลงไป เติมซีอิ๊วขาวสูตรลดโซเดียมเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องใส่น้ำตาล
- ละลายแป้งมันแล้วค่อย ๆ เทลงไปพร้อมคนน้ำซุปให้ข้นเล็กน้อย
- จัดใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ
9. นักเก็ตปลา (สูตรไม่ปรุงรส)
วัตถุดิบ:
- ปลากะพงหั่นพอดีคำ 3-5 ชิ้น
- แป้งสาลีหรือเกล็ดขนมปัง 1/2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- นํ้ามันสำหรับทอด
วิธีทำ:
- ล้างปลากะพงที่เตรียมไว้ให้สะอาด และตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีก้างเหลืออยู่
- ตีไข่ไก่ให้เข้ากัน นำปลากะพงลงไปชุบไข่ให้ทั่ว แล้วคลุกแป้งหรือเกล็ดขนมปังบาง ๆ
- เตรียมน้ำมันสำหรับทอด ตั้งไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนจึงนำปลาลงทอดในกระทะ ทอดพอสุกเหลือง ไม่ต้องทอดจนแข็งกรอบ
- พักให้สะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้นเล็กหรือแบ่งเป็นแท่งที่ลูกหยิบกินได้ แล้วจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
10. สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ
วัตถุดิบ:
- เส้นสปาเก็ตตี้
- หัวหอมหั่นซอย 1 ลูก
- มะเขือเทศสด 1 ลูก
- เนยจืด
- หมูสับ 1 ถ้วย
- มะเขือเทศสุกสับเพิ่มอีก 1/2 ถ้วย (แทนซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลและเกลือสูง)
- น้ำมันพืช
วิธีทำ:
- หักเส้นสปาเก็ตตี้ให้สั้นลง แล้วต้มในน้ำเดือดโดยไม่ต้องใส่เกลือ ประมาณ 10–12 นาที คนเป็นระยะไม่ให้เส้นติดกัน (ระหว่างต้มควรเช็คเส้นว่านิ่มใช้ได้แล้วหรือยัง หากได้แล้วสามารถปิดเตาแก๊สและพักทิ้งไว้ให้เย็นได้เลย)
- ตั้งไฟปานกลางเมื่อกระทะร้อนให้ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ตามด้วยเนยจืด และใส่หอมใหญ่ที่หั่นไว้แล้วลงไปผัด
- เมื่อผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วให้ใส่หมูสับลงผัดให้พอสุก จากนั้นตามด้วยมะเขือเทศสับทั้งหมด ผัดให้เข้ากัน
- เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนมะเขือเทศเปื่อยเป็นซอส ไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม เพราะมะเขือเทศและหอมใหญ่ให้รสหวานตามธรรมชาติ
- นำซอสหมูที่ได้ไปราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ
FAQs
อายุ 1 ขวบควรกินอะไรบ้าง?อาหารที่เหมาะสำหรับลูกเด็กที่อายุ 1 ขวบควรมีปริมาณโปรตีนสูง อย่างเช่น นม ไข่ และปลา สารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกเด็กที่อายุนี้ประกอบด้วยไขมันดี (fat) สารอาหารใย (fiber) และแคลเซียม
ลูกเด็ก 1 ขวบทานของหวานได้มั้ย?ไม่ควรให้ลูกเด็กกินอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล หรืออาหารหวานอื่นๆ เพราะอาจเป็นสาเหตุของฟันผุ และการเจริญเติบโตที่ไม่เหมาะสม
ควรเลือกซื้ออาหารที่ประกอบด้วยสารอาหารใด?ควรเลือกอาหารสดที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อไก่ หมู และถั่วเมล็ดแห้ง และเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปอย่างแฮม ไส้กรอก หรือลูกชิ้น เพราะมีโซเดียมสูง ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปควรอ่านฉลากเลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาลและโซเดียมต่ำ ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ NHS และหากลูกมีอาการติดคอ ควรรู้วิธีปฐมพยาบาลเมื่ออาหารติดคอเด็กไว้ล่วงหน้า


