- อาการที่แสดงว่าเด็กมีอาหารติดคอ
- วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบเด็กที่อาหารติดคอ
- การเฝ้าระวังหลังการปฐมพยาบาล
- การป้องกันอาหารติดคอในเด็ก
อาการที่แสดงว่าเด็กมีอาหารติดคอ
อาหารหรือสิ่งแปลกปลอมติดคอเป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว พ่อแม่ควรแยกให้ออกว่าลูก "สำลักแต่ยังไอได้" หรือ "ทางเดินหายใจอุดกั้นจนหายใจไม่ได้" เพราะวิธีช่วยเหลือต่างกัน

- สำลักเล็กน้อย (ทางเดินหายใจอุดกั้นบางส่วน): ลูกยังไอเสียงดัง ร้องไห้หรือพูดได้ และยังหายใจได้ ให้ลูกไอต่อไปเอง เพราะการไอเป็นวิธีขับสิ่งแปลกปลอมที่ดีที่สุด ผู้ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ และเฝ้าดูอาการ ไม่ต้องตบหลังหรือล้วงคอระหว่างที่ลูกยังไอได้ดี
- สำลักรุนแรง (ทางเดินหายใจอุดกั้นมาก): ไอไม่มีเสียงหรือไอไม่ออก ร้องหรือพูดไม่มีเสียง หายใจลำบากหรือมีเสียงหวีด ริมฝีปากหรือหน้าเริ่มเขียวคล้ำ เอามือกุมคอ หรือเริ่มซึมไม่รู้สึกตัว ต้องช่วยเหลือทันทีตามขั้นตอนด้านล่าง และให้คนใกล้ตัวโทร 1669
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบอาหารติดคอเด็ก
ขั้นแรก: ตะโกนขอความช่วยเหลือและให้คนใกล้ตัวโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ถ้าอยู่คนเดียว ให้เปิดลำโพงโทรศัพท์โทร 1669 ไว้ระหว่างช่วยลูก แล้วทำตามวิธีที่เหมาะกับอายุดังนี้
ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี: ตบหลัง 5 ครั้ง สลับกดหน้าอก 5 ครั้ง
- วางทารกคว่ำหน้าลงบนแขนหรือต้นขาของผู้ช่วย ใช้มือประคองขากรรไกรและศีรษะไว้ ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย ระวังอย่ากดลำคอ
- ใช้สันมืออีกข้างตบกลางหลังระหว่างสะบักทั้งสองข้างอย่างหนักแน่น 5 ครั้ง
- ถ้ายังไม่หลุด พลิกทารกนอนหงายบนแขนหรือต้นขา ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ใช้ 2 นิ้ววางกลางหน้าอกใต้แนวราวนมเล็กน้อย แล้วกดลงลึกประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาหน้าอก 5 ครั้ง
- ทำสลับตบหลัง 5 ครั้งกับกดหน้าอก 5 ครั้งไปเรื่อย ๆ จนสิ่งแปลกปลอมหลุด ทารกร้องหรือไอได้ หรือเจ้าหน้าที่มาถึง
- ห้ามจับทารกห้อยหัวแล้วเขย่า และห้ามใช้วิธีรัดกระตุกท้อง (Heimlich) กับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี
เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป: ตบหลังแล้วรัดกระตุกท้อง (Heimlich)
- ให้เด็กโน้มตัวไปข้างหน้า ใช้สันมือตบกลางหลังระหว่างสะบัก 5 ครั้ง
- ถ้ายังไม่หลุด ให้ยืนหรือคุกเข่าด้านหลังเด็ก โอบแขนรอบเอว กำมือข้างหนึ่งวางเหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ ใช้มืออีกข้างจับกำปั้นไว้ แล้วกระตุกเข้าหาตัวและขึ้นด้านบนอย่างแรง 5 ครั้ง
- ทำสลับตบหลัง 5 ครั้งกับรัดกระตุกท้อง 5 ครั้ง จนสิ่งแปลกปลอมหลุดหรือเจ้าหน้าที่มาถึง
ถ้าเด็กหมดสติหรือไม่หายใจ
วางเด็กนอนหงายบนพื้นแข็ง โทร 1669 หากยังไม่ได้โทร และเริ่มทำ CPR ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ ก่อนช่วยหายใจให้เปิดปากดู ถ้าเห็นสิ่งแปลกปลอมชัดเจนจึงหยิบออก
ข้อควรระวัง: ห้ามเอานิ้วล้วงหรือกวาดในปากเด็กถ้ามองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม เพราะอาจดันให้ลึกลงไปอีก ห้ามเขย่า กด หรือบีบลำคอ และห้ามให้ดื่มน้ำหรือกินอาหารตามลงไปขณะที่ยังติดคอ การเข้าอบรมปฐมพยาบาลและ CPR สำหรับเด็กจะช่วยให้ทำได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง (ดูขั้นตอนประกอบภาพได้จาก NHS และ MedlinePlus)
การเฝ้าระวังหลังการปฐมพยาบาล
หลังจากที่พ่อแม่ได้ทำการปฐมพยาบาลให้แก่ลูกน้อยเมื่อมีอาหารติดคอ เราต้องการเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบว่าลูกได้รับบาดเจ็บหรือไม่ การเฝ้าระวังนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะจะช่วยให้เราตรวจสอบสภาพลูกน้อยให้ถูกต้อง รวมถึงความปลอดภัยของลูกน้อยด้วย
แม้สิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมาแล้ว ถ้าได้กดหน้าอกหรือรัดกระตุกท้อง ควรพาลูกไปพบแพทย์ทุกครั้งเพื่อตรวจว่าไม่มีการบาดเจ็บภายใน และถ้าลูกยังไอต่อเนื่อง หายใจมีเสียงหวีด หายใจเร็ว หรือมีไข้หลังสำลัก ต้องรีบพบแพทย์ เพราะอาจมีเศษอาหารหลงลงไปในหลอดลมหรือปอด
| สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง | เหตุผล |
|---|---|
| การหายใจของลูกน้อย | ตรวจสอบว่าลูกน้อยหายใจได้ดีหลังจากการปฐมพยาบาล อาจต้องเรียกความช่วยเหลือหรือได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์ |
| การบาดเจ็บจากการปฐมพยาบาล | ตรวจสอบว่าลูกน้อยมีบาดเจ็บหรือรอยแดงบริเวณคอหรือที่อื่น ถ้ามีบาดเจ็บให้นำไปพบแพทย์ทันที |
| อาการผิดปกติหลังการปฐมพยาบาล | ตรวจสอบว่าลูกน้อยมีอาการเจ็บปวดหรือไม่สบายหลังการปฐมพยาบาล ถ้ามีอาการผิดปกติให้นำไปพบแพทย์ทันที |
การป้องกันอาหารติดคอในเด็ก
การป้องกันอาหารติดคอในเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรทราบ เพราะอาหารติดคออาจเป็นอันตรายและสามารถก่อให้เกิดความเสียหายในลูกน้อยได้ ดังนั้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบอาการอาหารติดคอในเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัยจากอันตรายนี้
เพื่อช่วยให้พ่อแม่เข้าใจและรับรู้ถึงวิธีการป้องกันอาหารติดคอในเด็กที่เหมาะสม ดังนี้คือบางวิธีที่จะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยจากอาหารติดคอ:
- ตรวจสอบอาหาร: หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กหรือบดให้เนื้อเหมาะกับวัย (ดูแนวทาง อาหารเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี) และสอนให้ลูกเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงติดคอในเด็กเล็ก เช่น องุ่นหรือมะเขือเทศเชอร์รี่ทั้งลูก (ควรผ่าตามยาวเป็น 4 ส่วน) ถั่วเม็ด ลูกอมแข็ง ไส้กรอกหั่นเป็นแว่น และเยลลี่ก้อน
- เฝ้าดูเด็กขณะรับประทานอาหาร: การเฝ้าดูแลลูกน้อยรับประทานอาหารคือสิ่งสำคัญ ไม่ให้เด็กวิ่งเล่น หัวเราะ ร้องไห้ หรือดูหน้าจอขณะมีอาหารอยู่ในปาก และไม่ปล่อยให้กินอาหารตามลำพัง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดคอ
- ช่วยให้เด็กนั่งตรง: เมื่อลูกน้อยรับประทานอาหารควรช่วยปรับท่านั่งให้ตรง ซึ่งจะช่วยให้การกลืนอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น การให้ลูกนั่งเก้าอี้กินข้าวเด็กที่ล็อกตัวได้ช่วยให้นั่งตัวตรงและอยู่กับที่ขณะกิน
- เก็บของชิ้นเล็กให้พ้นมือเด็ก: ของเล่นชิ้นเล็ก เหรียญ กระดุม แบตเตอรี่กระดุม และฝาขวด เสี่ยงต่อการสำลักไม่แพ้อาหาร ดูวิธีจัดบ้านเพิ่มเติมได้ที่ 10 วิธีจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก
| วิธีการป้องกันอาหารติดคอในเด็ก | คำอธิบาย |
|---|---|
| ตรวจสอบอาหาร | หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กหรือบดให้เหมาะกับวัย สอนลูกเคี้ยวให้ละเอียด และเลี่ยงอาหารเม็ดกลมแข็ง |
| เฝ้าดูเด็กขณะรับประทานอาหาร | การเฝ้าดูแลลูกน้อยรับประทานอาหารคือสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการติดคอ |
| ช่วยให้เด็กนั่งตรง | ให้ลูกนั่งตัวตรงขณะกิน เพื่อให้กลืนอาหารได้ง่ายและลดโอกาสสำลัก |
ในส่วนนี้เราได้รวบรวมคำแนะนำและข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณเป็นพ่อแม่ที่รู้วิธีปฐมพยาบาลเมื่อเจอสถานการณ์อาหารติดคอลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเจอสถานการณ์อาหารติดคอลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถช่วยลูกน้อยให้ปลอดภัยในสถานการณ์เหล่านี้ได้ และคุณพ่อคุณแม่ สามารถเรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกน้อย เพิ่มเติมได้ที่นี่


