หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. อาหารเด็กแรกเกิด - 1 ปี ควรทานเมนูอะไร? ทำเองได้ที่บ้าน

อาหารเด็กแรกเกิด - 1 ปี ควรทานเมนูอะไร? ทำเองได้ที่บ้าน

25 ก.ค. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 7 นาที
ทารกกินอาหารบดบนเก้าอี้กินข้าว

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ความสำคัญของอาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 1 ปี
  3. อาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 3 เดือน
  4. อาหารสำหรับเด็ก 4-6 เดือน และการเริ่มอาหารมื้อแรก
  5. อาหารสำหรับเด็ก 6-8 เดือน
  6. อาหารสำหรับเด็ก 8-12 เดือน
  7. คำแนะนำในการเลือกและเตรียมอาหารเด็ก
  8. สรุป
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

ช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน ลูกควรได้นมแม่หรือนมผสมสำหรับทารกเท่านั้น ไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น WHO และกรมอนามัยแนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุครบ 6 เดือน โดยเริ่มจากข้าวบดละเอียด ไข่แดงต้มสุก ผักและผลไม้สุกบด วันละ 1 มื้อแล้วค่อยเพิ่ม ช่วง 8–12 เดือนจึงเพิ่มเมนูหลากหลาย เช่น ข้าวบดไข่แดงตำลึง ข้าวบดตับไก่ผักหวาน และข้าวบดปลาทูฟักทอง ควบคู่กับนมแม่ ไม่เติมเกลือ น้ำตาล หรือน้ำผึ้ง

สารบัญ (10 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ความสำคัญของอาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 1 ปี
  3. อาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 3 เดือน
  4. อาหารสำหรับเด็ก 4-6 เดือน และการเริ่มอาหารมื้อแรก
  5. อาหารสำหรับเด็ก 6-8 เดือน
  6. อาหารสำหรับเด็ก 8-12 เดือน
  7. คำแนะนำในการเลือกและเตรียมอาหารเด็ก
  8. สรุป
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    ทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนกินนมแม่หรือนมผสมสำหรับทารกอย่างเดียว ไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น

  2. 02

    WHO และกรมอนามัยแนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยเมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน ควบคู่กับนมแม่

  3. 03

    อาหารมื้อแรกควรต้มให้นิ่มและบดละเอียด เริ่มทีละชนิดเพื่อสังเกตอาการแพ้

  4. 04

    ไม่เติมเกลือ น้ำตาล หรือน้ำผึ้งในอาหารทารก และห้ามให้น้ำผึ้งก่อนอายุ 1 ปี

  5. 05

    อาหารชิ้นแข็งหรือกลมเสี่ยงสำลัก ควรบดหรือหั่นเล็กและดูแลลูกขณะกินเสมอ

สินค้าที่พูดถึงในบทความ

  • Tommee Tippee เครื่องทำอาหารเด็ก QuickCook 6 in 1Tommee Tippee เครื่องทำอาหารเด็ก QuickCook 6 in 1
  • Beaba ถาดซิลิโคนแช่อาหารเด็ก 150ml 6 ช่องBeaba ถาดซิลิโคนแช่อาหารเด็ก 150ml 6 ช่อง
  • Bumkins ชุดถ้วยข้าวเด็กซิลิโคน First Feeding SetBumkins ชุดถ้วยข้าวเด็กซิลิโคน First Feeding Set

อาหารเด็กแรกเกิด - 1 ปี เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาร่างกายของทารกโดยเฉพาะการพัฒนาสมองและระบบภายในต่างๆ ดังนั้น การเลือกอาหารที่เหมาะสมและมีประโยชน์ต่อร่างกายของทารกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอายุต่ำกว่า 1 ปี การเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่เพียงพอและครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย

การเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี นั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีความยุ่งยากเพราะเด็กมีความต้องการและความสามารถในการย่อยอาหารที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาตามลักษณะของอาหาร การให้สารอาหารที่เพียงพอและครบถ้วน และการเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัยและสะอาด

อีกทั้งยังต้องตรวจสอบเวลาการเตรียมอาหารและวิธีการปรุงอาหารให้ถูกต้องเพื่อป้องกันการสูญเสียสารอาหารและคุณภาพของอาหาร

อาหารบดสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี

ความสำคัญของอาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 1 ปี

อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมอนามัยแนะนำให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก แล้วเริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุครบ 6 เดือน ควบคู่กับนมแม่ต่อไป เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีต่อไป

อาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ โดยสามารถรับได้จากอาหารต่างๆ ทั้งผัก ผลไม้ และอาหารสัตว์ แต่การเลือกอาหารที่เหมาะสมจะต้องพิจารณาจากปริมาณและคุณภาพของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ

การเลือกอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่ต้องการและส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างดี

เด็กแรกเกิด - 3 เดือน

อาหารสำหรับเด็กแรกเกิด - 3 เดือน

เด็กแรกเกิดถึงอายุ 3 เดือนยังคงต้องรับประทานนมแม่หรือนมผสมเพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาของทารกในช่วงนี้ การที่เด็กได้รับนมแม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดีของทารกในช่วงนี้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้เมนูอาหารเสริมเพิ่มเติมในช่วงอายุนี้เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอสำหรับเด็กในช่วงนี้แล้ว

ตารางการให้นมและอาหารสำหรับเด็กแรกเกิดถึงอายุ 3 เดือน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ตารางให้นมลูกแรกเกิด–12 เดือน):

เวลาอาหาร
ทุก 2-3 ชั่วโมงนมแม่หรือนมผสมที่เหมาะสำหรับเด็ก 0-6 เดือน

หมายเหตุ:

  • ในช่วงอายุ 3 เดือน เด็กควรรับประทานนมแม่หรือนมผสมที่เหมาะสำหรับเด็ก 0-6 เดือน ทุก 2-3 ชั่วโมง โดยควรให้นมให้พอเพียงตามความต้องการของทารก
  • การให้นมแม่เป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและการพัฒนาของระบบภูมิคุ้มกันและระบบสมองของทารก
อาหารสำหรับเด็ก 4-6 เดือน

อาหารสำหรับเด็ก 4-6 เดือน และการเริ่มอาหารมื้อแรก

ในช่วง 4–6 เดือน นมแม่หรือนมผสมสำหรับทารกยังให้สารอาหารเพียงพอ จึงยังไม่จำเป็นต้องให้อาหารอื่นหรือน้ำเปล่า แนวทางของ WHO และกรมอนามัยแนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยเมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน หากแพทย์แนะนำให้เริ่มเร็วกว่านี้ด้วยเหตุผลเฉพาะ ไม่ควรเริ่มก่อนอายุ 4 เดือน และควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมคือ นั่งทรงตัวได้ดีเมื่อมีที่พิง คอแข็ง สนใจอาหาร และไม่ใช้ลิ้นดุนอาหารออก (NHS)

ตัวอย่างอาหารมื้อแรก เมื่อลูกอายุประมาณ 6 เดือน เริ่มวันละ 1 มื้อ ครั้งละ 1–2 ช้อนชา แล้วค่อย ๆ เพิ่ม:

  1. ข้าวบดละเอียด:
    • ใช้ข้าวสวยหุงนิ่ม บดละเอียดผสมนมแม่หรือน้ำต้มสุกให้เนื้อเหลวข้นพอดี
  2. ไข่แดงต้มสุก ตับบด หรือปลาบด:
    • ต้มไข่ให้สุกทั้งไข่แดงและไข่ขาว ใช้ไข่แดงบดผสมข้าว ส่วนเนื้อตับหรือเนื้อปลาต้มให้สุกนิ่ม แกะก้างออกให้หมด แล้วบดละเอียด
  3. ผักสุกบด เช่น ฟักทอง ตำลึง แครอท:
    • ล้างผักให้สะอาด ต้มหรือนึ่งจนนิ่มแล้วบดละเอียด
  4. น้ำต้มผักหรือน้ำซุปสำหรับผสมข้าว:
    • ใช้น้ำต้มผักหรือน้ำซุปที่ทำเอง ไม่ใส่เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ซุปก้อน หรือผงปรุงรส
  5. ผลไม้สุก เช่น กล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก มะม่วงสุก:
    • บดละเอียดให้ลูกกินเป็นของว่างหรือผสมกับข้าวบด

ข้อควรระวัง: ห้ามเติมเกลือ น้ำตาล หรือน้ำผึ้งในอาหารทารก (ห้ามให้น้ำผึ้งก่อนอายุ 1 ปี) และไม่ควรให้น้ำผลไม้แก่ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน เริ่มอาหารใหม่ทีละชนิด ห่างกัน 3–5 วัน เพื่อสังเกตอาการแพ้ เช่น ผื่น อาเจียน ถ่ายเหลว ถ้ามีอาการให้หยุดและปรึกษาแพทย์ ดูเมนูเพิ่มเติมได้ที่ เมนูอาหารเด็ก 6 เดือน

อาหารสำหรับเด็ก 6-8 เดือน

อาหารสำหรับเด็ก 6-8 เดือน

ในช่วงอายุ 6-8 เดือน เด็กเริ่มกินอาหารตามวัยเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่ต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ควบคู่กับนมแม่หรือนมผสมสูตรสำหรับทารก สามารถให้เมนูต่อไปนี้ โดยเพิ่มความหยาบของอาหารทีละน้อย:

  1. ข้าวสวยต้มนิ่ม:
    • ต้มข้าวให้นิ่มแล้วบดละเอียด ก่อนค่อย ๆ บดหยาบขึ้นเมื่อลูกกลืนได้ดี
  2. ผักสุกต้มนิ่มและบดละเอียด:
    • เช่น แครอท บรอกโคลี มันฝรั่ง ฟักทอง ตำลึง
    • เลือกผักที่ต้มแล้วนิ่ม ย่อยง่าย และบดได้ละเอียด
  3. ผลไม้สุกบดละเอียด:
    • เช่น กล้วย มะละกอสุก หรือแอปเปิ้ลและลูกแพร์ที่นึ่งให้นิ่มก่อนบด
    • ผลไม้สุกทำให้เด็กได้รับวิตามินและใยอาหาร
  4. เนื้อสัตว์และไข่สุกบด:
    • เช่น ไข่แดงต้มสุก ตับ เนื้อไก่ หรือเนื้อปลาที่แกะก้างออกหมด เป็นแหล่งโปรตีนและธาตุเหล็กที่ดี
  5. นมแม่หรือนมผสมสูตรสำหรับทารก:
    • ยังคงเป็นอาหารหลักควบคู่กับอาหารตามวัย ช่วงนี้กินอาหารตามวัยวันละ 1–2 มื้อ ตามคำแนะนำของแพทย์

หมายเหตุ:

  • ให้ควบคู่กับการให้นมแม่หรือนมผสมสูตรสำหรับทารกเป็นหลัก
  • การเตรียมอาหารควรคำนึงถึงความพร้อมในการย่อยและความปลอดภัยของอาหารสำหรับทารกในช่วงอายุนี้
  • ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมและวิธีการเตรียมอาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ 6-8 เดือน
อาหารสำหรับเด็ก 8-12 เดือน

อาหารสำหรับเด็ก 8-12 เดือน

ในช่วงอายุ 8-12 เดือน เด็กเริ่มต้นในการรับประทานอาหารหลากหลายและสามารถทดลองรับประทานอาหารที่มีลักษณะเดียวกับอาหารของครอบครัวได้ ในช่วงนี้เด็กควรได้รับอาหารที่มีความหลากหลายและควรคำนึงถึงความพร้อมในการย่อยและความปลอดภัยของอาหาร

แจก 10 เมนูอาหารเด็ก 1 ปีขึ้นไป ทำเองได้ที่บ้าน

ตัวอย่างเมนูสำหรับเด็กอายุ 8-12 เดือน  สามารถเตรียมได้ดังนี้:

  1. ข้าวบด ไข่แดง ตำลึง:
    • นำข้าวสวย 4 ช้อนโต๊ะมาต้มกับน้ำซุปหรือน้ำแกงจืดประมาณครึ่งถ้วยตวง
    • คนให้เข้ากันและใส่ไข่แดงบี้ให้เข้าเนื้อ
    • ใส่ใบตำลึงที่ต้มจนสุกและอ่อนนุ่มลงไป
    • ผสมรวมกันและตักใส่ชาม เหยาะน้ำมันพืชปิดท้ายเพื่อช่วยเรื่องการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน
  2. ข้าวบด ตับไก่ เต้าหู้ ผักหวาน:
    • นำข้าวสวย 4 ช้อนโต๊ะไปต้มและบดให้พอละเอียด
    • ทำแกงจืดโดยใส่ตับไก่ ¼ ช้อนโต๊ะ เต้าหู้หลอดไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ และผักหวาน 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
    • ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันและป้อนให้ลูกได้เลย
  3. ข้าวบด ปลาทู ฟักทอง:
    • ตั้งน้ำซุปให้เดือด นำข้าวลงไปต้มให้เข้าที่
    • ใส่เนื้อปลาทูนึ่งที่แกะก้างออกหมดและยีเนื้อให้ละเอียด ลงไปต้ม
    • คนให้เข้ากันและใส่เนื้อฟักทองนึ่งที่บี้แล้วผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ในหม้อ
    • คนให้เข้ากันและเมื่อเข้าที่แล้วตักใส่ชาม
  4. ข้าวตุ๋นแครอต ไก่ และมันหวาน:
    • นำข้าวตุ๋นข้นปานกลางต้มกับน้ำซุป สามารถลดหรือเพิ่มน้ำซุปได้ตามความต้องการ
    • ใส่อกไก่ต้มสุกที่ยีเป็นเส้นเล็ก ๆ และแครอตสุกบดและมันหวานสุกบด
    • ตุ๋นให้เข้ากัน

น้ำซุปที่ใช้ในทุกเมนูไม่ต้องปรุงรส และช่วงนี้ลูกเริ่มนั่งกินอาหารร่วมโต๊ะได้ การใช้ เก้าอี้กินข้าวเด็ก ที่มีสายรัดช่วยให้ลูกนั่งตัวตรงและกลืนอาหารได้ปลอดภัยขึ้น ดูเมนูอื่นได้ที่ อาหารเด็ก 7 เดือน

 

คำแนะนำอาหารเด็ก

คำแนะนำในการเลือกและเตรียมอาหารเด็ก

การเลือกและเตรียมอาหารเด็กเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเด็กมีระบบย่อยอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้น คุณควรเลือกอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยยึดตามคำแนะนำต่อไปนี้:

1. อาหารที่เหมาะสม

เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือนกินนมแม่หรือนมผสมสำหรับทารกเป็นหลัก เมื่อเริ่มอาหารตามวัยแล้วควรให้อาหารที่หลากหลาย ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ตับ ผัก และผลไม้ เพราะจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม

2. การเตรียมอาหาร

ก่อนที่จะเตรียมอาหารสำหรับเด็ก คุณควรล้างมือให้สะอาด และเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมอาหาร อย่างเช่น ช้อน ส้อม จาน และกระทะ โดยคุณควรเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยสำหรับเด็ก

โดยการเตรียมอาหารสำหรับเด็ก คุณควรใช้วิธีการทำอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็ก และไม่ควรใช้วิธีการทำอาหารที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเด็ก อย่างเช่น การทอดอาหารหรือการปรุงรสจัด ควรใช้วิธีต้ม นึ่ง หรือตุ๋นให้สุกทั่วถึง

ข้อควรระวัง: อาหารชิ้นเล็กแข็งหรือกลมเสี่ยงต่อการสำลัก เช่น ถั่วเม็ด องุ่นทั้งลูก ข้าวโพดเม็ด ควรบดหรือหั่นให้เล็กและนิ่ม ให้ลูกนั่งตัวตรงขณะกิน และอยู่ดูแลตลอดเวลา หากอาหารติดคอให้โทร 1669 และศึกษาวิธีปฐมพยาบาลตามวัยที่ วิธีปฐมพยาบาลเมื่ออาหารติดคอเด็ก

สรุป

เด็กแรกเกิดถึง 1 ปีเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็ก การเลือกเมนูอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และเป็นอาหารที่เด็กสามารถกินได้ง่าย ๆ

อาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี

  • นมแม่ หรือนมผสม
  • อาหารเสริมที่มีเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา
  • ผัก และผลไม้ที่มีสีสันสดใส เช่น แตงกวา มะละกอ และส้ม
  • ข้าว และแป้ง เช่น ข้าวสวยบด ข้าวกล้องต้มนิ่ม และโจ๊ก
  • ไข่ที่ต้มสุก และโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน (ตั้งแต่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป)

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • นมวัวเป็นเครื่องดื่มหลักก่อนอายุ 1 ปี เนื่องจากทารกย่อยได้ยากและมีธาตุเหล็กน้อย
  • น้ำผึ้ง (ห้ามก่อนอายุ 1 ปี) อาหารที่เติมน้ำตาล เกลือ และเครื่องปรุงรส
  • อาหารที่มีส่วนผสมของสารเคมี และอาหารที่มีส่วนผสมของสีและกลิ่นเทียม
  • อาหารชิ้นแข็งหรือกลมที่เสี่ยงสำลัก เช่น ถั่วเม็ด องุ่นทั้งลูก (NHS)

การเตรียมอาหารสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปีสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในครัวเรือน หรือซื้อจากร้านค้าสะดวกซื้อ โดยอาหารที่เตรียมได้แก่ ข้าวบด โจ๊ก ข้าวตุ๋น และผักหรือผลไม้สุกบด ใช้วิธีต้ม นึ่ง หรือตุ๋น ไม่ปรุงรส ส่วนอาหารผัดหรือทอดควรรอจนลูกโตขึ้นและเคี้ยวได้ดี

คำถามที่พบบ่อย

ลูก 4 เดือนกินอาหารเสริมได้ไหม

+

โดยทั่วไปยังไม่ต้อง นมแม่หรือนมผสมให้สารอาหารเพียงพอ แนวทาง WHO และกรมอนามัยแนะนำให้เริ่มเมื่ออายุครบ 6 เดือน หากจำเป็นต้องเริ่มเร็วกว่านี้ควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำ

ลูก 8 เดือนกินอะไรดี

+

ทำเมนูข้าวบดได้หลายแบบ เช่น ข้าวบดไข่แดงตำลึง ข้าวบดตับไก่เต้าหู้ผักหวาน หรือข้าวตุ๋นแครอทไก่มันหวาน โดยไม่ปรุงรส

ทารกกินนมวัวได้ไหม

+

ไม่ควรให้นมวัวเป็นเครื่องดื่มหลักก่อนอายุ 1 ปี เพราะทารกย่อยได้ยากและมีธาตุเหล็กน้อย ควรให้นมแม่หรือนมผสมสำหรับทารกแทน

อาหารเด็กต้องปรุงรสไหม

+

ไม่ต้อง ห้ามเติมเกลือ น้ำตาล น้ำปลา หรือน้ำผึ้ง ใช้น้ำต้มผักหรือน้ำซุปที่ไม่ปรุงรสในการทำอาหารให้ลูก

แหล่งอ้างอิง

  1. FoodinsightStarting solids a resource for parents and their infants
  2. FloridahealthFood for babys first year eng.pdf
  3. องค์การอนามัยโลก (WHO)Infant and young child feeding
  4. NHSBabys first solid foods
  5. NHSFoods to avoid giving babies and young children

บทความที่เกี่ยวข้อง

e3021 3 blog 1
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย ตอนที่คุณยังเด็ก คุณสนุกกับการเล่นสวมบทบาทสมมติใช่ไหม? จินตนาการว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิง

24 มิ.ย. 25676 นาที
คุณแม่อุ้มลูกแรกเกิดรอฉีดวัคซีนที่คลินิกเด็ก

วัคซีนเด็กแรกเกิด มีอะไรบ้าง ตารางวัคซีนพื้นฐานล่าสุด ที่พ่อแม่ต้องรู้

สรุปตารางวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีด และการดูแลหลังฉีดวัคซีน

23 พ.ค. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนกับลูกน้อยที่บ้าน

7 ภาวะหลังคลอด มีอะไรบ้าง? ที่คุณแม่ควรรับมือ

การอุ้มท้องลูกน้อย คนเป็นแม่อาจจะคิดว่าคงเป็นอะไรที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมไปว่าหลังคลอด ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะหลังการคลอด คุณแม่มักจะเจอกับอาการที่เรียกว่า "ภาวะหลังคลอด"

15 พ.ค. 25674 นาที