ยาพาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) เป็นยาแก้ปวดและลดไข้ที่ใช้กันแพร่หลาย ใช้บรรเทาอาการปวดหัว ปวดฟัน ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และลดไข้ คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนกังวลว่ายาจะกระทบลูกในท้องหรือไม่ คำตอบคือ คนท้องกินยาพาราเซตามอลได้ และเป็นยาแก้ปวดลดไข้ทางเลือกแรกที่แนะนำในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ต้องใช้อย่างถูกวิธี ตามขนาดบนฉลากหรือตามที่แพทย์สั่ง และใช้เท่าที่จำเป็น
คนท้องกินยาพาราได้ไหม
ได้ หน่วยงานด้านสุขภาพอย่าง NHS ของสหราชอาณาจักร และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกัน (ACOG) ระบุว่ายาพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนท้องเมื่อมีความจำเป็น โดยแนะนำให้ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล และใช้ในระยะเวลาสั้นที่สุด
แม้ช่วงหลังจะมีข่าวและการศึกษาบางชิ้นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ ACOG ยืนยันว่าหลักฐานในปัจจุบันไม่สนับสนุนว่ายาพาราเซตามอลเป็นสาเหตุของปัญหาพัฒนาการของลูก ขณะที่การปล่อยให้แม่มีไข้สูงหรือปวดรุนแรงโดยไม่รักษาก็อาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูกได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การใช้ยาอย่างพอดี และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อไม่แน่ใจ
วิธีกินยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัยขณะตั้งครรภ์
- อ่านฉลากและกินตามขนาดที่ระบุ หรือตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ห้ามกินเกินขนาดหรือกินถี่กว่าที่กำหนด
- ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และใช้ในระยะเวลาสั้นที่สุด หากต้องกินติดต่อกันหลายวันหรืออาการปวดไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
- ตรวจส่วนประกอบของยาอื่นที่กินร่วม เช่น ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสม เพราะหลายชนิดมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว การกินซ้ำซ้อนอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดและเป็นอันตรายต่อตับ
- กินพร้อมอาหารหรือตอนท้องว่างก็ได้ ดื่มน้ำตาม และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- หากมีไข้ระหว่างตั้งครรภ์ แม้กินยาแล้วไข้ลง ก็ควรแจ้งแพทย์ที่ฝากครรภ์ เพราะไข้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา
ยาพาราเซตามอลช่วยบรรเทาอาการอะไรได้บ้าง
ยาพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ จึงช่วยบรรเทาอาการที่พบบ่อยในคนท้อง เช่น
- ปวดหัว ปวดฟัน
- ปวดหลัง ปวดเอว หรือปวดกล้ามเนื้อจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย (ดูวิธีดูแลเพิ่มเติม: แก้อาการคนท้องปวดหลัง)
- ไข้จากหวัดหรือการติดเชื้อ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย
ยาพาราเซตามอลไม่ได้ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนหัวจากการแพ้ท้อง และไม่ควรใช้กลบอาการปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ หากปวดท้องมาก ปวดท้องร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด หรือท้องแข็งถี่ ๆ ควรไปพบแพทย์ทันที
ยาแก้ปวดที่คนท้องควรระวัง
ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน และแอสไพรินขนาดแก้ปวด ไม่ควรซื้อกินเองระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะอาจส่งผลต่อไตของทารกและทำให้น้ำคร่ำน้อย (FDA) ยกเว้นกรณีที่แพทย์สั่งเพื่อการรักษาเฉพาะ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ก่อนรับยาใด ๆ (อ่านเพิ่มเติม: คนท้องกินยาแก้ปวดได้ไหม)
เมื่อไหร่ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์
- มีอาการแพ้ยา เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ปากหรือหน้าบวม หายใจลำบาก ให้หยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669
- เผลอกินยาเกินขนาด แม้ยังไม่มีอาการ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาการตับอักเสบจากยาเกินขนาดอาจแสดงออกช้า
- อาการปวดหรือไข้ไม่ดีขึ้น หรือต้องใช้ยาต่อเนื่องหลายวัน
- ปวดหัวรุนแรงร่วมกับตาพร่ามัว หรือมีอาการบวมที่หน้าและมือ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ
ข้อมูลที่ควรเตรียมไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เมื่อไปพบแพทย์หรือเภสัชกร ควรแจ้งอายุครรภ์ ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ทั้งหมด ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว เช่น โรคตับ วัคซีนที่ได้รับล่าสุด และอาการที่เป็นอยู่ เพื่อให้แพทย์แนะนำยาและขนาดที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่และลูกน้อย (NHS)
สรุป
คนท้องกินยาพาราเซตามอลได้ และเป็นยาแก้ปวดลดไข้ที่แนะนำเป็นทางเลือกแรกระหว่างตั้งครรภ์ แต่ควรกินตามขนาดบนฉลากหรือตามที่แพทย์สั่ง ใช้เท่าที่จำเป็นในระยะเวลาสั้นที่สุด ระวังยาสูตรผสมที่มีพาราเซตามอลซ้ำซ้อน และไม่ซื้อยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดกินเอง หากอาการไม่ดีขึ้น มีไข้ หรือมีอาการแพ้ยา ให้รีบปรึกษาแพทย์
บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณแม่ได้
อ่านเรื่องการดูแลครรภ์เพิ่มเติม: การทานยาบำรุงครรภ์ กินตอนไหน จำเป็นหรือไม่


