บทความแนะนำ : เลือดล้างหน้าเด็ก เป็นยังไง มาจากไหน อันตรายหรือไม่ ?
ภาวะแท้งคุกคาม คืออะไร
การมีเลือดออกในช่องคลอดที่เป็นภาวะผิดปกติของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ภาวะนี้มักเกิดในช่วงต้นครรภ์ 20 สัปดาห์แรก และอาจเป็นสัญญาณที่คุณแม่อาจต้องระวัง. ซึ่งอาการที่พบมักพบว่า มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ปากมดลูกยังปิดอาจมีเลือดออกมาเป็นเลือดสด หรือมูกเลือด การรีบพบแพทย์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้การดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม
หากพบว่ามีอาการควรการพักผ่อน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยง การดูแลทางการแพทย์อย่างระมัดระวังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการแท้งบุตร . อย่างไรก็ตาม, หากมีอาการรุนแรง หรือมีเลือดออกมามากขึ้น, ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ช่วงอายุครรภ์ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงอายุครรภ์ 1–3 เดือนแรก การเฝ้าระวังเป็นพิเศษเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแท้งส่วนใหญ่เกิดในช่วงนี้ และสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือความผิดปกติของโครโมโซมของตัวอ่อน ซึ่งไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คุณแม่ทำ ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ควรงดทันทีตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์หรือวางแผนจะมีบุตร
นอกจากนี้ เลือดออกทางช่องคลอดยังเกิดขึ้นได้ในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ซึ่งอาจเกี่ยวกับปากมดลูกหลวม ความผิดปกติของมดลูกหรือรก การติดเชื้อ หรือโรคประจำตัวของคุณแม่ที่ยังควบคุมได้ไม่ดี เลือดออกในช่วงนี้จึงต้องให้แพทย์ตรวจเสมอ (ข้อมูลจาก ACOG) ส่วนการทำงานบ้าน การออกกำลังกายตามปกติ หรือการมีเพศสัมพันธ์ในการตั้งครรภ์ที่ปกติดี ไม่ได้เป็นสาเหตุของการแท้ง ฉะนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรพบคุณหมอตามที่นัดหมาย และหมั่นสังเกตความผิดปกติของตนเองเป็นประจำ หากมีสิ่งที่ไม่แน่ใจให้รีบปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการไม่ปกติ
สาเหตุ
ปัญหาที่ผู้หญิงตั้งครรภ์อาจพบเจอ การทราบถึงสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงที่เป็นไปได้สามารถช่วยเตรียมตัว และลดความเสี่ยงได้. ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย :
อายุของคุณแม่: คุณแม่ที่อายุมากกว่า 35 ปี มีความเสี่ยงสูงขึ้น และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุ
ประวัติการแท้ง: ผู้หญิงที่เคยมีประวัติการแท้งมีโอกาสสูงขึ้น.
โรคเรื้อรัง: โรคเบาหวาน, โรคอ้วน, และโรคความดันโลหิตสูง.
ความผิดปกติของทารก: ความผิดปกติที่มีต่อโครโมโซม หรือโครงสร้างของทารก.
การติดเชื้อ: การติดเชื้อบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การติดเชื้อในช่องคลอดหรือมดลูก และโรคติดเชื้อบางโรคที่ส่งผลต่อทารก
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาวะแวดล้อม:
พฤติกรรมเสี่ยง: การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์, และการเผชิญกับความเครียด.
ความรู้สึกที่เกิดจากความเครียด : ความดัน และความเครียดจากการทำงาน หรือสถานการณ์ทางสังคม.
การตรวจสอบ และดูแลทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญในช่วงตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงของอาการแท้งคุกคาม ดังนั้น หากพบอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ
วิธีสังเกตอาการ
มีเลือดออกทางช่องคลอด: หากเลือดไม่หยุดไหล, ควรพบแพทย์ทันที.
สีของเลือด: เลือดสีแดงสดอาจแสดงถึงอาการผิดปกติ , ในขณะที่เลือดสีดำอาจแสดงถึงเลือดที่ค้างอยู่ในมดลูก.
อาการปวดท้อง: ปวดท้องมีลักษณะเป็นอาการปวดบีบๆ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของการบีบตัวของมดลูก.
ข้อควรระวัง: ควรไปโรงพยาบาลทันทีหากเลือดออกมาก มีลิ่มเลือดหรือชิ้นเนื้อหลุดออกมา ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ มีไข้ หรือหน้ามืดจะเป็นลม ในกรณีฉุกเฉินโทร 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การรักษา และการดูแลทันทีเมื่อพบอาการเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และทารกในครรภ์.
วิธีรักษา
เนื่องจากยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง แต่การดูแล และรักษามักเน้นที่การบรรเทาอาการ และส่งเสริมการฟื้นตัวของร่างกาย. นอกจากนี้, การดูแลตนเองเล็กน้อยก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยง และสะท้อนสำหรับสุขภาพทั้งร่างกาย และจิตใจของคนตั้งครรภ์. นี่คือขั้นตอนที่สามารถทำได้:
พักผ่อน และลดกิจกรรม: การพักผ่อนในช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการพักมีความสำคัญอย่างมากกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์. การลดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะจะช่วยให้ร่างกายมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้น.
รับประทานอาหารที่เหมาะสม: การบริโภคอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีน, วิตามิน, และแร่ธาตุที่สำคัญ.
การจัดการความเครียด: การให้ความสนใจที่ดีต่อสุขภาพจิตใจ, การทำสมาธิ การหายใจลึก ๆ หรือการพูดคุยกับคนใกล้ชิดสามารถช่วยลดความเครียดได้
งดกิจกรรม: การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยง หรืออันตราย เช่น การมีเพศสัมพันธ์.
สังเกตอาการ: การสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลง และรายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง.
การเช็คความเสี่ยง: คำปรึกษาจากแพทย์เพื่อเข้าใจความเสี่ยง และวางแผนดูแลที่เหมาะสม.
ดูแลจิตใจ: ภาวะแท้งคุกคามไม่ได้แปลว่าจะต้องแท้งเสมอไป คุณแม่จำนวนมากที่มีเลือดออกในช่วงต้นครรภ์ยังตั้งครรภ์ต่อได้ตามปกติ (ข้อมูลจาก NHS) หากรู้สึกกังวลมากควรพูดคุยกับแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลครรภ์
การดูแลตนเองเมื่อเกิดภาวะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สามารถช่วยลดความเครียด และส่งเสริมการฟื้นตัวของร่างกาย.
วิธีป้องกัน
การรักษาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงในระหว่างการตั้งครรภ์. นี่คือวิธีที่สามารถป้องกันได้:
งดการบริโภคสารเสพติด: การสูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์, หรือใช้สารเสพติดมีผลกระทบต่อสุขภาพของทารก และเพิ่มความเสี่ยง.
รับประทานวิตามิน และธาตุอาหารที่สำคัญ: การรับประทานวิตามินและธาตุอาหารที่จำเป็น, โดยเฉพาะกรดโฟลิก (วิตามินบีชนิดหนึ่ง) ตามคำแนะนำของแพทย์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ การทานยาบำรุงครรภ์ กินตอนไหน
รักษา และควบคุมโรคประจำตัว: การควบคุมโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, และโรคต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยง.
การพักผ่อน: การรักษาสุขภาพจิต, พักผ่อนอย่างเพียงพอ, และหลีกเลี่ยงความเครียดสามารถช่วยลดความเสี่ยง.
หลีกเลี่ยงสารเคมี: การลดการสัมผัสกับสารเคมีที่อาจมีผลกระทบต่อทารก, เช่น สารเคมีในที่ทำงาน หรือบ้าน.
ไม่ยกของหนัก: การยกของหนักในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์สามารถเพิ่มความเสี่ยง.
ตรวจสุขภาพ : การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ และการเฝ้าระวังตนเองทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์, เพื่อรักษาสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยง.
อย่างไรก็ตาม การแท้งที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือดูแลสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติ ซึ่งรวมถึง ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่คุณแม่ขณะตั้งครรภ์ควรรู้ และ อาการตกขาวผิดปกติขณะตั้งครรภ์
การป้องกันมีความสำคัญเพื่อรักษาสุขภาพทั้งของคนตั้งครรภ์ และทารก. การดูแลตนเองอย่างดี และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์.


