หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. การเลี้ยงลูก
  4. คาร์ซีทคืออะไร? มีกี่แบบ? เลือกอย่างไร สำหรับเด็กโตและเด็กแรกเกิด
  • การเลี้ยงลูก

คาร์ซีทคืออะไร? มีกี่แบบ? เลือกอย่างไร สำหรับเด็กโตและเด็กแรกเกิด

14 มิ.ย. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 13 นาที
คุณพ่ออุ้มคาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิด

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ประเภทของคาร์ซีท (Car Seat)
  3. การเลือกใช้งานสำหรับเด็กแรกเกิด
  4. การเลือกใช้งานสำหรับเด็กโต
  5. การเลือกตามอายุและน้ำหนัก
  6. คำแนะนำในการใช้งาน
  7. การดูแลรักษา
  8. FAQs
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

คาร์ซีทคืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อยึดและปกป้องเด็กขณะเดินทางด้วยรถยนต์ ช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเบรกกะทันหัน แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก คือ แบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-facing) แบบหันไปด้านหน้ารถ (Forward-facing) และบูสเตอร์ซีท (Booster Seat) โดยต้องเลือกให้เหมาะกับอายุ น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก

สารบัญ (10 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ประเภทของคาร์ซีท (Car Seat)
  3. การเลือกใช้งานสำหรับเด็กแรกเกิด
  4. การเลือกใช้งานสำหรับเด็กโต
  5. การเลือกตามอายุและน้ำหนัก
  6. คำแนะนำในการใช้งาน
  7. การดูแลรักษา
  8. FAQs
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    คาร์ซีทช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยของรถเพียงอย่างเดียว

  2. 02

    ทารกควรนั่งคาร์ซีทแบบหันหลังให้นานที่สุดเท่าที่รุ่นนั้นรองรับ อย่างน้อยถึง 15 เดือนตาม i-Size

  3. 03

    บูสเตอร์ซีทใช้จนเด็กสูงประมาณ 145 ซม. และเข็มขัดนิรภัยของรถพอดีตัว

  4. 04

    ห้ามติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหลังที่เบาะหน้าที่มีถุงลมนิรภัย

  5. 05

    ต้องติดตั้งตามคู่มือผู้ผลิตเสมอ เพราะการติดตั้งผิดลดความปลอดภัยของเด็กลง

สินค้าที่พูดถึงในบทความ

  • GB คาร์ซีท Vaya i-SizeGB คาร์ซีท Vaya i-Size
  • GB คาร์ซีท Unari i-SizeGB คาร์ซีท Unari i-Size
  • GB คาร์ซีทพกพาพับได้ Pockit ArmorGB คาร์ซีทพกพาพับได้ Pockit Armor

คาร์ซีท(Car Seat)คืออะไร ?

อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเด็กขณะเดินทางโดยรถยนต์ หลักการใช้คือเพื่อรักษาความปลอดภัยของเด็กในกรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือการเบรกชะลอในระหว่างการเดินทาง

การใช้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของเด็กในรถยนต์ โดยต้องใช้ให้เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็ก และติดตั้งการใช้งานอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิตและมาตรฐานที่กำหนด

ซึ่งมีหลายแบบตามความต้องการและอายุของเด็ก รวมถึงสำหรับเด็กแรกเกิดถึงสำหรับเด็กโต มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใช้งานได้ตามความเหมาะสมในการเลือกให้สำหรับเด็ก ควรพิจารณาความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเหมาะสมตามอายุและน้ำหนักของเด็ก

(source: ABCTHEBABY, wikipedia, healthychildren).

เด็กนั่งคาร์ซีทในรถยนต์

เหตุผลที่ควรต้องมีติดรถยนต์

เพื่อความปลอดภัยขณะเดินทางในรถยนต์ นี่คือเหตุผลที่ควรใช้งาน:

  1. ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บรุนแรงในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือการเบรกที่รุนแรง โดยจะช่วยยึดเด็ก และการปรับเปลี่ยนท่าทางที่เหมาะสมเมื่อเกิดการชนกัน นอกจากนี้ ยังช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าการคาดเข็มขัดของรถยนต์เพียงอย่างเดียว

  2. การรักษาท่าทางที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บในส่วนของคอร่างกายและส่วนอื่น ๆ ของเด็ก

  3. ช่วยในการป้องกันเด็กจากการหลุดออกขณะรถยนต์เคลื่อนที่ โดยมีระบบรัดแน่นหรือสายรัดที่ช่วยให้เด็กยึดติดได้อย่างปลอดภัย นี่ช่วยให้เด็กมีความมั่นคงและปลอดภัยในรถยนต์

การใช้งานที่เหมาะสมและถูกต้องจะช่วยให้เด็กได้รับความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ และเป็นการปฏิบัติที่สำคัญตามกฎหมายในหลายประเทศ จึงควรใช้ให้เหมาะสมสำหรับอายุและขนาดของเด็กและติดตามคำแนะนำและกฎหมายท้องถิ่นที่ใช้บังคับ

(source:jarrons).

คาร์ซีท และเบาะนั่งเด็กแตกต่างกันหรือไม่ ?

องค์ประกอบที่ใช้ในรถยนต์เพื่อให้เด็กได้รับการยึดติดและความปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง แต่มีความแตกต่างกันดังนี้:

  1. คาร์ซีท (Car Seat):

    • เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กได้รับการยึดติดและความปลอดภัยในรถยนต์ โดยมีระบบการรัดแน่นและคานปรับสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งมีหลายแบบตามช่วงอายุและน้ำหนักของเด็ก เช่น แบบหันหน้าเข้าหาเบาะสำหรับทารกแรกเกิด และแบบหันไปด้านหน้าสำหรับเด็กที่ใหญ่ขึ้น
    • มีระบบรัดแน่นหรือสายรัดเพื่อให้เด็กสามารถยึดติดได้อย่างเข้ากับร่างกาย และเครื่องรัดแน่นที่ถูกติดตั้งในรถยนต์ เช่น เข็มขัดรัดที่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้
  2. เบาะนั่งเด็ก (Booster Seat):

    • เบาะนั่งเด็กเป็นเบาะที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กที่มีอายุและความสูงเพียงพอสามารถใช้ร่วมกับเข็มขัดของรถยนต์เพื่อเพิ่มความสูงและช่วยให้เข็มขัดรัดติดกับเด็กได้อย่างถูกต้อง
    • เบาะนั่งเด็กไม่มีระบบรัดแน่นหรือสายรัดเพิ่มเติม เพราะหน้าที่หลักคือเพิ่มความสูงเท่านั้น เบาะนั่งเด็กจะใช้ร่วมกับเข็มขัดของรถยนต์เพื่อให้เด็กยึดติดและใช้เข็มขัดรัดให้ถูกต้อง

ดังนั้น ความแตกต่างกันในรูปแบบการยึดติดและความปลอดภัยที่สอดคล้องกับอายุและขนาดของเด็กคุณควรเลือกใช้ที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็ก และเมื่อเด็กโตขึ้นเพียงพอคุณสามารถเปลี่ยนเป็นเบาะนั่งเด็กที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กได้รับความปลอดภัยในรถยนต์(source:verywellfamily, autos.).

ควรเลือกอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน ?

การเลือกที่เหมาะสมสำหรับเด็กมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากมีผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของเด็ก ดังนั้น นี่คือบางปัจจัยที่ควรพิจารณา:

  1.  การออกแบบตามกลุ่มอายุและน้ำหนักของเด็ก อาจมีสำหรับทารกแรกเกิด (infant car seat) หรือสำหรับเด็กที่มีอายุมากขึ้น (convertible car seat) ต้องตรวจสอบระยะเวลาการใช้งานที่สามารถรองรับได้ในแต่ละรุ่นด้วย

  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานของหน่วยงานความปลอดภัยในรถยนต์ของประเทศที่คุณใช้ อย่างเช่น มาตรฐาน UN R129 (i-Size) หรือ UN R44/04 ที่ใช้ในยุโรปและหลายประเทศ มาตรฐาน มอก. ของไทย หรือมาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา (FMVSS) ดูรุ่นที่ผ่านมาตรฐานได้ในหมวด คาร์ซีท

  3. มีระบบการติดตั้งที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ เช่น ระบบ ISOFIX (หรือ LATCH ในสหรัฐอเมริกา) หรือระบบยึดด้วยเข็มขัดนิรภัยที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ

  4. มีระบบปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งและระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น มีแนวที่สามารถปรับได้ให้เหมาะสม และมีระบบรักษาความปลอดภัยเชิงลึกเพิ่มเติม เช่น สายรัดคาดเข่าและสายรัดหน้าอก

  5. มีคุณสมบัติที่ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวกสบาย เช่น ระบบปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งสามารถเปิด-ปิดได้ง่าย เป็นต้น

แนวทางทั่วไปในการเลือกให้เหมาะสมสำหรับเด็ก

ประเภทของคาร์ซีท (Car Seat)

การเลือกที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็กเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เด็กมีความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถยนต์ แต่ละประเภทมีความเหมาะสมในการใช้งานตามช่วงอายุและน้ำหนักของเด็ก ดังนั้น ควรรู้จักและเลือกใช้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงอายุ

ประกอบไปด้วย 3 ประเภท ได้แก่

ประเภทเหมาะสมสำหรับเด็ก
Rear-facingตั้งแต่แรกเกิด และควรใช้ให้นานที่สุดจนกว่าเด็กจะเกินน้ำหนักหรือความสูงสูงสุดที่คาร์ซีทรุ่นนั้นรองรับในท่าหันหลัง (มาตรฐาน i-Size กำหนดให้หันหลังอย่างน้อยถึงอายุ 15 เดือน และหลายรุ่นรองรับได้ถึง 3–4 ขวบ)
Forward-facing (มีสายรัด 5 จุด)เมื่อเด็กโตเกินขีดจำกัดของการหันหลังแล้ว ใช้ให้นานที่สุดจนเกินน้ำหนักหรือความสูงที่รุ่นนั้นรองรับ
Booster Seatเมื่อเด็กโตเกินคาร์ซีทแบบมีสายรัด จนกว่าจะสูงประมาณ 145 ซม. (4 ฟุต 9 นิ้ว) และใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้พอดีตัว ซึ่งมักอยู่ในช่วงอายุ 8–12 ปี

การเลือกที่เหมาะสมสำหรับเด็กต้องดูจากอายุและน้ำหนักของเด็ก โดยละเอียด แต่ละประเภทจะมีลักษณะและขนาดที่ต่างกัน 

1.ประเภท Rear-facing

มีลักษณะตั้งตรงกันข้ามกับทิศทางของการเดินทาง กล่าวคือ เด็กจะหันหน้าไปทางหลังรถ ซึ่งจะช่วยป้องกันการกระเด็นกับพื้นผิวหน้ารถ โดยเฉพาะเมื่อชนกัน

คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward-facing baby seat)

2. ประเภท Forward-facing

หมายถึงคาร์ซีทที่ให้เด็กนั่งหันหน้าไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กที่โตเกินขีดจำกัดของการนั่งหันหลังแล้วตามที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ควรเปลี่ยนมาหันหน้าเร็วเกินไปเพียงเพราะอายุครบ 1 ปีหรือน้ำหนักถึง 9 กิโลกรัม เพราะการนั่งหันหลังช่วยรองรับศีรษะ คอ และกระดูกสันหลังของเด็กเล็กได้ดีกว่า (HealthyChildren.org (AAP))

ประเภท Forward-facing มีสายรัด 5 จุดที่ยึดตัวเด็กให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และปรับระดับความสูงของสายรัดได้ตามการเติบโต การติดตั้งกับรถใช้ระบบ ISOFIX หรือเข็มขัดนิรภัยของรถ ร่วมกับสายยึดด้านบน (top tether) หรือขาค้ำพื้น ตามที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อให้คาร์ซีทแน่นหนาและมั่นคงกับรถยนต์

การใช้งานและประโยชน์ของประเภท Forward-facing

การใช้งานประเภท Forward-facing จะช่วยให้เด็กมีความสะดวกสบายมากขึ้นในขณะที่เดินทางในรถ รวมถึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือชนกันในขณะเดินทางด้วยรถยนต์ ประเภทนี้สามารถปรับเปลี่ยนและสลับไปมาระหว่าง Forward-facing และ Rear-facing ได้ กล่าวคือ สามารถใช้งานได้หลายแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการและเหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็กได้

คาร์ซีทแบบหันไปด้านหน้ารถ (Forward-facing child seat)

3. ประเภท Booster Seat

ออกแบบมาเพื่อรองรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4-12 ปี หรือมีน้ำหนักประมาณ 15-36 กิโลกรัม เป็นเบาะนั่งที่ช่วยเพิ่มความสูงของเด็กจนสามารถใช้เข้ากับเข็มขัดของรถได้ และยังช่วยปรับเสริมความเข้ากับเข็มขัดของเด็กเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ประเภท Booster Seat แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ประเภทลักษณะการใช้งาน
High-back Booster Seatมีพนักพิงและที่รองศีรษะ พร้อมตัวนำสายเข็มขัดไหล่เหมาะสำหรับเด็กที่เพิ่งเปลี่ยนจากคาร์ซีทแบบมีสายรัด หรือรถที่ไม่มีพนักพิงศีรษะ ช่วยจัดแนวเข็มขัดไหล่ให้พาดกลางไหล่
Backless Booster Seatเป็นเบาะนั่งที่มีเพียงที่รองนั่งเหมาะสำหรับเด็กที่โตขึ้นอีกระดับ และรถมีพนักพิงศีรษะที่สูงพอ ทั้งสองแบบใช้จนกว่าเด็กจะสูงประมาณ 145 ซม. (4 ฟุต 9 นิ้ว) และใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้พอดี

การใช้งานประเภท Booster Seat ให้ตั้งบนเบาะนั่งปกติของรถ ให้เชื่อมต่อเข้ากับเข็มขัดของรถเพื่อรักษาความปลอดภัยของเด็ก สำหรับประเภท High-back Booster Seat จะมีให้ปรับเปลี่ยนความสูงและความลึกของพนักพิงหัวให้สามารถใช้งานได้หลากหลายจุดตามขนาดของเด็ก

ประเภท Booster Seat เป็นเบาะนั่งที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย และเป็นที่นิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกับเด็กที่มีน้ำหนักและความสูงเพิ่มขึ้น โดยเด็กแต่ละกลุ่มจะมีเบาะนั่งที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็ก

คาร์ซีทแบบผสม (Combination seat)

การเลือกใช้งานสำหรับเด็กแรกเกิด

เลือกใช้งานสำหรับเด็กแรกเกิดนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เด็กได้รับความปลอดภัยระหว่างการเดินทางในรถยนต์ ดังนั้นควรคำนึงถึงข้อดีต่อไปนี้:

  1. แบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward-facing): เนื่องจากมีประโยชน์ในการป้องกันการบาดเจ็บบริเวณคอและหลังของเด็กเมื่อเกิดการชนหรือความเสี่ยงจากเบาะรถ

  2. ขนาดและน้ำหนัก: เลือกที่มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับเด็กแรกเกิด เพื่อให้เข้ากับร่างกายของเด็กและมั่นใจได้ว่าคาร์ซีทสามารถรองรับน้ำหนักและความยาวของเด็กได้อย่างเหมาะสม

  3. มาตรฐานความปลอดภัย: เลือกคาร์ซีท (Child Restraint System หรือ CRS) ที่ผ่านมาตรฐาน เช่น UN R129 (i-Size) หรือ UN R44/04

  4. ระบบการติดตั้ง: ตรวจสอบระบบติดตั้งที่เหมาะสมกับรถของคุณ เช่น การใช้เข็มขัดหรือระบบ LATCH (Lower Anchors and Tethers for Children) เพื่อให้สามารถติดตั้งและรักษาความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง

  5. ความสะดวกสบาย: มีคุณสมบัติที่ทำให้เด็กสบายและสะดวกต่อการใช้งาน เช่น การปรับรอบคอและตัวรองรับระดับความสูง

  6. สามารถปรับขนาด: เลือกที่สามารถปรับขนาดได้เพื่อให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็กซึ่งจะมีประโยชน์ในระยะยาว

  7. การรีวิวและความเชื่อถือ: ศึกษาและอ่านรีวิวเกี่ยวกับยี่ห้อต่าง ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความเชื่อถือของแบรนด์และประสบการณ์การใช้งานจากผู้ใช้งานคนอื่น

  8. ราคา: กำหนดงบประมาณสำหรับการซื้อควรเน้นความปลอดภัยและคุณภาพโดยไม่เสียเรื่องราคา

ควรจำไว้ว่าเป้าหมายสำคัญคือการเลือกซื้อที่มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับเด็กของคุณในขณะที่เดินทางในรถยนต์

การเลือกใช้งานสำหรับเด็กโต

ควรเลือกที่มีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับน้ำหนักและสูงพอที่จะสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ นอกจากนี้ ควรมีเบาะที่สูงพอที่จะรองรับเข่าของเด็กโต และมีเข็มขัดที่สามารถปรับได้ สำหรับเด็กที่มีน้ำหนักมากกว่า 18 กิโลกรัม ควรเลือกที่มีเบาะที่กว้างพอที่จะรองรับขนาดของเด็ก

ขนาด

เลือกที่เหมาะสมขนาดกับเด็ก ไม่ควรเลือกที่มีขนาดเล็กเกินไป หรือใหญ่เกินไป เพราะอาจทำให้ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกายของเด็ก

ความปลอดภัย

ควรเลือกที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น มาตรฐานการผลิตและการทดสอบความปลอดภัย ควรเช็คหาข้อมูลจากผู้ผลิตหรือเว็บไซต์ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความปลอดภัย

ความสะดวกสบาย

การปรับระดับความสูงได้ตามขนาดของเด็ก และลักษณะใช้งานที่สะดวกสบายสำหรับเด็ก

ความทนทาน

ควรเลือกที่ทนทาน และทนต่อการใช้งานตามปกติ เพื่อให้ท่านนำไปใช้ได้ในระยะยาว

การติดตั้งและใช้งาน

ควรเลือกที่ง่ายต่อการติดตั้งและใช้งาน โดยควรติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต และพิจารณาตัวเลือกที่อำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งาน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้งานสำหรับเด็กโต

เด็กโตยังต้องการคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทจนกว่าเข็มขัดนิรภัยของรถจะพอดีตัว ควรตระหนักถึงข้อควรระวังต่อไปนี้

  • เด็กพร้อมใช้เข็มขัดนิรภัยของรถเมื่อนั่งพิงเบาะได้สุด เข่างอพอดีขอบเบาะ สายคาดเอวพาดต่ำบนต้นขา ไม่ใช่หน้าท้อง และสายไหล่พาดกลางไหล่และหน้าอก ไม่พาดคอ
  • การติดตั้งที่ผิดพลาดลดความปลอดภัยของเด็กลงมาก ควรติดตั้งตามคู่มือและตรวจความแน่นทุกครั้ง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีควรนั่งเบาะหลังเสมอ
  • ไม่ควรให้เด็กสวมเสื้อหนาหรือเสื้อกันหนาวเทอะทะขณะคาดสายรัด เพราะทำให้สายหลวมเมื่อเกิดการชน
คาร์ซีทสำหรับเด็กติดตั้งบนเบาะรถยนต์

การเลือกตามอายุและน้ำหนัก

การเลือกที่เหมาะสมตามอายุและน้ำหนักของเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรให้ความสำคัญ เพื่อให้เด็กมีความปลอดภัยในรถยนต์อย่างสูงสุด ดังนั้นการเลือกเบาะนั่งเด็กต้องทำอย่างรอบคอบ โดยควรใช้ที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็กการเลือกตามช่วงอายุและน้ำหนักถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเบาะนั่งเด็กแต่ละช่วงอายุจะมีขนาดและความต้องการที่แตกต่างกันไป

ตารางต่อไปนี้จะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเบาะนั่งเด็กที่เหมาะสมตามอายุและน้ำหนักของเด็ก

ช่วงวัยโดยประมาณเกณฑ์ที่ใช้เลือกประเภท
แรกเกิด – อย่างน้อย 15 เดือน (และนานกว่านั้นเท่าที่รุ่นรองรับ)ใช้จนเกินน้ำหนักหรือความสูงสูงสุดของการหันหลังที่ผู้ผลิตกำหนดRear-facing
เมื่อโตเกินการหันหลัง – ประมาณ 4–7 ปีใช้จนเกินน้ำหนักหรือความสูงสูงสุดของสายรัด 5 จุดForward-facing
เมื่อโตเกินคาร์ซีทมีสายรัด – ประมาณ 8–12 ปีใช้จนกว่าจะสูงประมาณ 145 ซม. และเข็มขัดของรถพอดีตัวBooster Seat

ช่วงอายุในตารางเป็นค่าโดยประมาณ ให้ยึดน้ำหนักและความสูงที่ระบุบนคาร์ซีทแต่ละรุ่นเป็นหลัก (อ่านเพิ่มเติมจาก HealthyChildren.org)

คำแนะนำในการใช้งาน

การเลือกและติดตั้งให้ถูกต้อง โดยคุณควรเลือกที่เหมาะสมสำหรับเด็กของคุณตามอายุและน้ำหนักของเด็ก นอกจากนี้คุณยังควรติดตั้งให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต และต้องตรวจสอบความปลอดภัยของอย่างสม่ำเสมอ

  1. เลือกที่เหมาะสมตามอายุและขนาดของเด็ก ตรวจสอบความเหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็กก่อนการซื้อหรือการเช่า แนะนำให้อ่านคู่มือผู้ใช้และคำแนะนำการติดตั้งอย่างละเอียด

  2. อ่านคู่มือผู้ใช้หรือคำแนะนำการติดตั้งอย่างละเอียดและปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด แนะนำให้ติดตั้งในที่นั่งหลังของรถยนต์และสายรัดให้แน่น

  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกติดตั้งอย่างแน่นหนาและมีการยึดติดที่ถูกต้องกับเข็มขัดของรถยนต์ ตรวจสอบระยะเวลาการใช้งานและอย่าใช้ที่มีสภาพที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด

  4. ปรับสายรัดให้พอดี โดยแบบหันหลังให้สายรัดออกจากเบาะที่ระดับหรือต่ำกว่าไหล่เด็กเล็กน้อย แบบหันหน้าให้อยู่ที่ระดับหรือสูงกว่าไหล่ คลิปหน้าอกอยู่ระดับรักแร้ และดึงสายให้แน่นจนจับผ้าสายรัดบริเวณไหล่จีบไม่ได้

    ข้อควรระวัง: ห้ามติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหลังที่เบาะหน้าที่มีถุงลมนิรภัยทำงาน เพราะแรงระเบิดของถุงลมอาจทำให้เด็กบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ดูวิธีติดตั้งที่ถูกต้องที่ วิธีติดตั้งคาร์ซีทในรถยนต์

  5. ไม่ว่าจะเดินทางในระยะสั้นหรือยาวให้ใช้งานตลอดเวลา อย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและคำแนะนำของผู้ผลิต

  6. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เด็กต้องใช้รวมถึงเวลาหยุดพักเพื่อให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเหมาะสม

  7. อธิบายและสอนเด็กเกี่ยวกับการใช้และความสำคัญอย่างถูกต้อง เป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็นและให้คำแนะนำในการใช้งานให้เหมาะสม

  8. ตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสภาพที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด เช่น สายรัดหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่หลุดหรือเสื่อมสภาพ

  9. ทราบกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เช่น อายุที่กำหนด

การใช้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เด็กได้รับความปลอดภัยในรถยนต์ และในกรณีที่มีคำถามหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการติดตั้งหรือการใช้งาน แนะนำให้ปรึกษาคำแนะนำจากผู้ผลิตหรือติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เด็กนั่งคาดสายรัดในคาร์ซีท

การดูแลรักษา

การดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กมีความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ โดยเป็นเครื่องมือที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในทางการจราจร ดังนั้น ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญและควรระมัดระวังในการดูแลรักษา

  1. อ่านและปฏิบัติตามคู่มือผู้ใช้เน้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการใช้งานและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

  2. ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อล้างสิ่งสกปรกและฝุ่นที่อาจสะสมอยู่ ใช้ผ้านุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่นเพื่อเก็บความสะอาด

  3. ตรวจสอบเป็นประจำเพื่อตระหนักถึงสภาพที่มีอาการสึกหรอหรือชำรุด ตรวจสอบสายรัดหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยว่ายังใช้งานได้อยู่หรือไม่

  4. หลีกเลี่ยงการวางในที่ที่อุณหภูมิสูงเช่นในรถที่อากาศร้อนจัด เนื่องจากอุณหภูมิสูงอาจทำให้วัสดุเสียหาย

  5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายังคงมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่มีสภาพที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด และไม่มีส่วนประกอบที่หลุดหรือเสื่อมสภาพ

  6. จัดเก็บในที่ที่แห้งและมีอุณหภูมิเหมาะสม หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีแสงแดดตรง หรือที่มีความชื้นสูง

  7. หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษาแนะนำให้ติดต่อผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติม

การดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยให้ใช้งานได้นานและมีประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุในรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ ยึดมั่นในการทำความสะอาดและการตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้เด็กของคุณเดินทางอย่างปลอดภัยทุกครั้ง

FAQs

ควรเปลี่ยนเป็นประเภทใดเมื่อเด็กโตขึ้น?

ควรเปลี่ยนเป็นประเภทต่างๆ เมื่อเด็กโตขึ้น โดยตัวเลือกขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักของเด็ก ดังนั้น อย่างน้อยเด็กจะต้องใช้เบาะนั่งเด็ก (Car Seat) ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอายุและน้ำหนักของเด็กที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา จนกระทั่งเด็กโตเพียงพอที่จะใช้เข้าในเข็มขัดของรถยนต์โดยตรง

ควรติดตั้งในที่ใดบนรถยนต์?

ต้องติดตั้งในที่ติดตั้งเข็มขัดของรถยนต์ โดยต้องติดตั้งบนที่นั่งหลังของรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุน้อยที่สุด ซึ่งก็คือที่นั่งหลังของรถยนต์ ตำแหน่งกลางของเบาะหลังมักปลอดภัยที่สุดหากติดตั้งได้แน่นหนาตามคู่มือ หากรถไม่มีจุดยึดที่ตำแหน่งกลาง ให้ติดตั้งด้านข้างที่ยึดได้แน่น และห้ามติดตั้งคาร์ซีทหันหลังที่เบาะหน้าที่มีถุงลมนิรภัย

เมื่อเด็กโตขึ้นแล้วจะต้องทำอย่างไร?

เมื่อเด็กโตขึ้นแล้ว จะต้องแยกเบาะนั่งเด็กออกจากรถยนต์และเปลี่ยนเป็นเข็มขัดของรถยนต์ตามปกติ ซึ่งโดยทั่วไปทำได้เมื่อเด็กสูงประมาณ 145 ซม. หรืออายุราว 8–12 ปี ก่อนหน้านั้นควรให้เด็กนั่งคาร์ซีทหรือบูสเตอร์ซีทจนกว่าจะใช้เข็มขัดของรถยนต์ได้พอดีตัว ทั้งนี้กฎหมายไทยกำหนดให้เด็กต้องใช้ที่นั่งนิรภัยด้วย อ่านเพิ่มเติมที่ กฎหมายคาร์ซีทไทย

เหมาะสมกับรถยนต์ยี่ห้อใด?

เบาะนั่งเด็ก (Car Seat) สามารถใช้งานได้กับรถยนต์ทุกยี่ห้อ แต่ด้วยความหลากหลายของรถยนต์มีความแตกต่างกันไปในการใช้งานในบางกรณี ซึ่งอาจทำให้บางรุ่นไม่สามารถใช้งานได้กับรถยนต์บางยี่ห้อ ดังนั้น ควรตรวจสอบว่าที่ใช้เหมาะสมกับรถยนต์ที่ใช้งานอยู่หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

คาร์ซีทกับบูสเตอร์ซีทต่างกันยังไง

+

คาร์ซีทมีสายรัดในตัวสำหรับยึดเด็กเล็ก ส่วนบูสเตอร์ซีทไม่มีสายรัด ทำหน้าที่เพิ่มความสูงให้เด็กโตใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้พอดีตัว

เด็กแรกเกิดควรใช้คาร์ซีทแบบไหน

+

ใช้แบบหันหลัง (Rear-facing) ที่รองรับน้ำหนักและความยาวตัวของทารก ผ่านมาตรฐาน และควรหันหลังให้นานที่สุดเท่าที่รุ่นนั้นรองรับ

เมื่อไหร่เปลี่ยนคาร์ซีทเป็นแบบหันหน้าได้

+

เมื่อเด็กโตเกินน้ำหนักหรือความสูงสูงสุดของการหันหลังตามที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะอายุครบ 1 ปี และมาตรฐาน i-Size กำหนดให้หันหลังอย่างน้อยถึง 15 เดือน

บูสเตอร์ซีทใช้ได้ถึงกี่ขวบ

+

ใช้จนกว่าเด็กจะสูงประมาณ 145 ซม. และเข็มขัดนิรภัยของรถพอดีตัว ซึ่งมักอยู่ในช่วงอายุ 8–12 ปี ควรดูเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนดของแต่ละรุ่นด้วย

เลือกซื้อคาร์ซีทต้องดูอะไรบ้าง

+

ดูน้ำหนักและความสูงที่รองรับ มาตรฐานความปลอดภัย เช่น UN R129 ระบบติดตั้งที่เข้ากับรถ และความสะดวกในการปรับและใช้งาน

แหล่งอ้างอิง

  1. En.wikipediaCar seat
  2. HealthyChildren.org (AAP)Car Safety Seats Information for Families
  3. HealthyChildren.org (AAP)On the go
  4. Jarrons.comImportance of car seats for babies and childre
  5. Verywell FamilyBooster seats and harness straps
  6. AutosWhat is the difference between a child safety car seat and a baby safety car seat
  7. HealthyChildren.org (AAP)Car Safety Seats Product Listing

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ
  • การเลี้ยงลูก

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ

หมุนเวียนของเล่น : ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ ช่วงเทศกาลวันหยุด เด็กๆ มักจะได้ของเล่นใหม่ๆ เข้าบ้านเสมอ ทั้งได้รับ หรือคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ นี่คือโอกาสสำคัญในการสอนเด็กๆ เกี่

17 เม.ย. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดห่มผ้าอุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น
  • การเลี้ยงลูก

ทำไมถึงมีอาการหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

หนาวหลังคลอดเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังคลอด เมื่อร่างกายของคุณแม่ต้องการเวลาในการฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาพปกติหลังจากการคลอด สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่มีอาการหนาวหลังคลอดได้แก่การขาดสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน และการยอดเสียงของร่างกาย เพื่อรับมือหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ดีสำหรับการฟื้นตัว นอกจากนี้คุณแม่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหวาน และอาหารที่มีความเค็มสูง เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีของคุณแม่หลังคลอด

17 ก.พ. 25676 นาที
เบาะนอนทารกแน่นพร้อมผ้าปูตึง
  • การเลี้ยงลูก

5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย

การนอนของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรใส่ใจเป็นอย่างมากเป็นยังไงกันบ้าง? วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรพิจารณาจากน้ำหนักตัวของลูกน้อย และที่นอนที่สำคัญสะอาดง่าย โดยเฉพาะวัสดุของเบาะที่ดี ไม่ใช่เลือกเบาะที่เก่าเกินไป และสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเลยนั้น ควรพาลูกน้อยไปเลือกด้วยเลย เพื่อให้ได้เบาะนอนทารกที่ถูกใจเบบี๋ที่สุด

10 ก.พ. 25675 นาที