หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. รู้ทัน 5 สัญญาณเตือนอาการใกล้คลอด วิธีสังเกต

รู้ทัน 5 สัญญาณเตือนอาการใกล้คลอด วิธีสังเกต

27 ก.ค. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 7 นาที
คุณแม่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดกับคุณพ่อจัดกระเป๋า

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. สัญญาณเตือนอาการใกล้คลอด
  3. 1.การปวดท้องคลอด
  4. 2.การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่าย
  5. 3. อาการท้องแข็ง (มดลูกบีบตัว)
  6. 4. ท้องลด หายใจโล่งขึ้น
  7. 5. สังเกตการดิ้นของลูกจนถึงวันคลอด
  8. สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  9. แนวโน้มการคลอดก่อนกำหนด
  10. วิธีการดูแลช่วงใกล้คลอด
  11. FAQs
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

อาการใกล้คลอดมักพบในช่วงอายุครรภ์ 37–42 สัปดาห์ สัญญาณที่ควรสังเกตคือ เจ็บท้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่และแรงขึ้น มีมูกปนเลือด ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหลังหรือหน่วงท้องน้อย และท้องลด ส่วนอาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีคือ น้ำเดิน เลือดออกมาก ลูกดิ้นน้อยลง หรือเจ็บท้องสม่ำเสมอก่อน 37 สัปดาห์ หากฉุกเฉินโทร 1669

สารบัญ (13 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. สัญญาณเตือนอาการใกล้คลอด
  3. 1.การปวดท้องคลอด
  4. 2.การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่าย
  5. 3. อาการท้องแข็ง (มดลูกบีบตัว)
  6. 4. ท้องลด หายใจโล่งขึ้น
  7. 5. สังเกตการดิ้นของลูกจนถึงวันคลอด
  8. สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  9. แนวโน้มการคลอดก่อนกำหนด
  10. วิธีการดูแลช่วงใกล้คลอด
  11. FAQs
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    อาการเจ็บท้องคลอดจริงมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่ขึ้น แรงขึ้น และไม่หายเมื่อพัก

  2. 02

    ช่วงใกล้คลอดอาจมีมูกปนเลือด ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหลัง หรือท้องลดต่ำลง

  3. 03

    น้ำเดินหรือเลือดออกมาก ต้องไปโรงพยาบาลทันทีแม้ยังไม่เจ็บท้อง

  4. 04

    ลูกไม่ควรดิ้นน้อยลงก่อนคลอด ถ้าดิ้นน้อยลงหรือเปลี่ยนไปให้ติดต่อแพทย์ทันที

  5. 05

    เจ็บท้องเป็นจังหวะก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ อาจเป็นการคลอดก่อนกำหนด

การคลอดบุตรเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตของผู้หญิง โดยจะมีสัญญาณบอกให้เห็นว่าเวลาใกล้คลอดกำลังเข้ามา ซึ่งการรู้จักและสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่และครอบครัวเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคลอดอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนใหญ่จะแสดงออกมาผ่านหลายๆ สัญญาณต่างๆ ซึ่งต้องรู้จักและสังเกตอย่างถูกต้อง เพื่อตั้งความพร้อมในการคลอดอย่างเต็มที่

คุณแม่ตั้งครรภ์ตรวจอัลตราซาวด์ช่วงใกล้คลอด

สัญญาณเตือนอาการใกล้คลอด

1.การปวดท้องคลอด

คุณแม่ใกล้คลอดมีอาการเจ็บท้องคลอด

การเจ็บท้องคลอดเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าเวลาใกล้คลอดกำลังเข้ามา โดยพบบ่อยที่สุดในช่วง 37-42 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ อาการเจ็บท้องคลอดจริงจะมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่ขึ้น นานขึ้น และแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หายไปเมื่อเปลี่ยนท่าหรือพัก มักเริ่มปวดจากหลังส่วนล่างร้าวมาด้านหน้าท้อง ต่างจากอาการเจ็บท้องเตือนที่มาไม่สม่ำเสมอและหายไปเมื่อพัก อาการของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน หากไม่แน่ใจให้โทรปรึกษาโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ (ACOG)

2.การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่าย

คุณแม่ตั้งครรภ์ขับถ่ายบ่อยขึ้นช่วงใกล้คลอด

การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่ายเป็นสัญญาณเตือนอีกอย่างหนึ่งที่บอกว่าใกล้ถึงเวลาคลอดแล้วเป็นสิ่งที่อยู่ในข้อความเสมอที่กล่าวถึงเรื่องการตั้งครรภ์และการคลอด อาจมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าคุณแม่ใกล้คลอดแล้ว ซึ่งรวมถึง:

  1. ท้องไส้ปั่นป่วน: อาจมีความรู้สึกเหมือนท้องเสีย หรือปวดท้องถ่ายบ่อยขึ้น

  2. การขับถ่ายบ่อยขึ้น: อาจมีการขับถ่ายบ่อยขึ้นหรืออาจมีอาการท้องร่วง

  3. มีมูกปนเลือด: อาจมีมูกเหนียวสีชมพูหรือปนเลือดเล็กน้อยออกทางช่องคลอด จากการที่มูกอุดปากมดลูกหลุดออก (ถ้าเลือดออกมากคล้ายประจำเดือน ต้องไปโรงพยาบาลทันที)

  4. ปวดหลังหรือปวดหน่วง: อาจปวดหลังส่วนล่างหรือปวดหน่วงท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน

  5. อาการซึมเศร้า: อาจมีอาการรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์

  6. ความอยากอาหาร: อาจมีความอยากอาหารหรือการอาเจียน

การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่ายและอาการอื่นๆ ที่กล่าวถึงเป็นสิ่งที่พบบ่อยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ แต่ควรทราบว่าอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนการคลอดก็ได้

3. อาการท้องแข็ง (มดลูกบีบตัว)

คุณแม่ตั้งครรภ์จับท้องที่แข็งตึง

อาการท้องแข็งเกิดจากมดลูกบีบตัว เมื่อคลำหน้าท้องจะรู้สึกว่าท้องแข็งตึงทั้งท้องแล้วคลายลง ไม่ได้เกิดจากการอักเสบของมดลูก ในช่วงไตรมาสสุดท้ายมักมีการบีบตัวแบบเตือน (Braxton Hicks) ซึ่งเกิดไม่สม่ำเสมอ ไม่ค่อยเจ็บ และหายไปเมื่อพักหรือเปลี่ยนท่า

เมื่อใกล้คลอดจริง มดลูกจะบีบตัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่ขึ้นและเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ทุก 5 นาทีหรือถี่กว่านั้น ควรจับเวลาการบีบตัวและติดต่อโรงพยาบาลตามที่แพทย์แนะนำ

หากท้องแข็งเป็นจังหวะสม่ำเสมอก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณคลอดก่อนกำหนด ควรไปโรงพยาบาลทันที อ่านเพิ่มเติมที่ อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ อันตรายไหม

4. ท้องลด หายใจโล่งขึ้น

คุณแม่ตั้งครรภ์หายใจหอบเหนื่อยช่วงใกล้คลอด

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนคลอด ศีรษะของทารกมักเคลื่อนต่ำลงสู่อุ้งเชิงกราน ทำให้ท้องดูต่ำลง คุณแม่จะรู้สึกหายใจโล่งขึ้นและแน่นท้องน้อยลง แต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้นและรู้สึกหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน ในคุณแม่ท้องแรกอาการนี้อาจเกิดก่อนคลอดหลายสัปดาห์ ส่วนท้องหลังอาจเกิดใกล้วันคลอด

ถ้าคุณแม่หายใจหอบเหนื่อยมาก แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม ไม่ใช่อาการใกล้คลอดตามปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที

5. สังเกตการดิ้นของลูกจนถึงวันคลอด

ทารกในครรภ์ดิ้นและขยับตัวช่วงใกล้คลอด

ช่วงใกล้คลอด ลูกน้อยอาจขยับตัวและหมุนตัวลงสู่อุ้งเชิงกราน ลักษณะการดิ้นอาจเปลี่ยนไปจากเตะแรง ๆ เป็นการบิดหรือขยับตัว เพราะพื้นที่ในมดลูกน้อยลง แต่ลูกไม่ควรดิ้นน้อยลง และการดิ้นมากขึ้นไม่ได้เป็นสัญญาณที่บอกได้แน่นอนว่าจะคลอด

ข้อควรระวัง: หากรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง ดิ้นช้าลง หรือรูปแบบการดิ้นเปลี่ยนไปจากเดิม อย่ารอดูอาการจนถึงวันรุ่งขึ้น ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันที (NHS)

สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

  • น้ำเดิน มีน้ำใส ๆ ไหลพุ่งหรือซึมออกจากช่องคลอด แม้ยังไม่เจ็บท้อง
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก หรือมีเลือดสด
  • ลูกดิ้นน้อยลงหรือไม่ดิ้น
  • เจ็บท้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
  • ปวดท้องรุนแรงตลอดเวลา ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว หน้าหรือมือบวมมาก หรือมีไข้

หากมีอาการรุนแรงหรือฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด (NHS)

แนวโน้มการคลอดก่อนกำหนด

แนวโน้มการคลอดก่อนกำหนดหรือการคลอดก่อนกำหนด (Preterm Birth) คือการคลอดที่เกิดขึ้นก่อนที่ภายในการตั้งครรภ์จะครบระยะเวลา 37 สัปดาห์ หรือประมาณ 259 วัน (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย)

แนวโน้มการคลอดก่อนกำหนดมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดขึ้น อาทิเช่น:

  1. ประวัติการคลอดก่อนกำหนด: หากคุณแม่เคยคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อน มีโอกาสเกิดซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งนี้มากขึ้น

  2. ความอ่อนแอของระบบร่างกาย: คุณแม่ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคของระบบภูมิคุ้มกัน อาจมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากขึ้น

  3. ปัจจัยของการตั้งครรภ์: เช่น ครรภ์แฝด การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือช่องคลอด ปากมดลูกสั้น หรือการสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ บางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน

  4. ปัจจัยสภาพแวดล้อม: สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น การมีมลภาวะอากาศหรือสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาจมีผลให้คลอดก่อนกำหนด

ควรระมัดระวังและดูแลสุขภาพของคุณแม่ในช่วงการตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดโอกาสการคลอดก่อนกำหนด หากคุณแม่มีความกังวลหรือมีอาการผิดปกติในการตั้งครรภ์ ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและคำปรึกษาเพิ่มเติม

วิธีการดูแลช่วงใกล้คลอด

วิธีการดูแลช่วงใกล้คลอดอย่างถูกต้อง ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก การยกของหนัก และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการหกล้ม
  • ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน ตามที่แพทย์อนุญาต
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นั่งหรือนอนตะแคงในท่าที่สบายเพื่อลดความตึงเครียดของร่างกาย
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย และไม่สวนล้างช่องคลอด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • อาหารที่มีประโยชน์ กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สุก
  • การนอนตะแคงโดยใช้หมอนรองครรภ์ช่วยพยุงท้องและหลัง ลดอาการปวดหลังและช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น
  • จดเบอร์โทรโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์และวางแผนการเดินทางไปโรงพยาบาลไว้ล่วงหน้า
  • ควรเตรียมของใช้สำหรับเตรียมคลอดและไม่ควรลืมเอกสารที่จำเป็นต่างๆ เช่นบัตรประชาชน บัตรประกันสุขภาพ โปรดไม่ลืมโทรศัพท์มือถือของคุณ เพื่อให้สามารถติดต่อญาติ มืออาชีพและสถานพยาบาลได้ทันที 

FAQs

หากคุณพบว่าอาการของคุณเป็นเหมือนหรือคล้ายกับสัญญาณใกล้คลอด คุณอาจมีคำถามเกี่ยวกับกระบวนการคลอด ดังนั้นเราได้รวบรวมคำถามประจำสำหรับผู้หญิงที่กำลังตระหนักถึงการคลอดเพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมของตัวเองมากยิ่งขึ้น

การคลอดจะเป็นอย่างไร?

กระบวนการคลอดจริงๆ นั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละผู้หญิง และมีลักษณะเฉพาะของแต่ละกระบวนการคลอด โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการคลอดจะแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนหลักดังนี้:

  1. ระยะที่ 1 ปากมดลูกเปิด (Cervical Dilation): มดลูกบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อให้ปากมดลูกบางลงและเปิดจนถึงประมาณ 10 เซนติเมตร เป็นระยะที่ใช้เวลานานที่สุด โดยเฉพาะท้องแรก

  2. ระยะที่ 2 การเบ่งคลอด (Expulsion): เมื่อปากมดลูกเปิดหมด คุณแม่จะเบ่งตามการบีบตัวของมดลูก เพื่อให้ทารกเคลื่อนผ่านช่องคลอดออกมา

  3. ระยะที่ 3 การคลอดรก (Placental Delivery): หลังทารกคลอด มดลูกจะบีบตัวต่อเพื่อขับรกและเยื่อหุ้มทารกออกมา จากนั้นมดลูกจะค่อย ๆ หดตัวกลับสู่ขนาดเดิม (NHS)

ทั้งนี้บางคนอาจต้องผ่าคลอดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อ่านเพิ่มเติมที่ คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด ควรเลือกอย่างไร

เนื่องจากกระบวนการคลอดแต่ละครั้งมีความหลากหลาย ควรให้ความสำคัญในการศึกษาและเตรียมตัวในการคลอดอย่างถูกต้อง และติดตามคำแนะนำของแพทย์ในการคลอด

ถ้าฉันรู้สึกปวดมากขณะคลอด จะต้องทำอย่างไร?

หากคุณรู้สึกปวดมากขณะคลอด คุณควรแจ้งให้แพทย์หรือผู้ช่วยทันที ทีมแพทย์และพยาบาลจะประเมินอาการ แนะนำการหายใจ การเปลี่ยนท่า และวิธีบรรเทาปวด รวมถึงการใช้ยาหรือการระงับปวดทางไขสันหลังตามความเหมาะสม

อาการเจ็บท้องเตือนเป็นแบบไหน

อาการเจ็บท้องเตือนว่าการคลอดอาจเกิดขึ้นได้ในไม่ช้า อาการเจ็บท้องอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน หรือมีความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง อาการเจ็บท้องอาจมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น มีอาการปวดหลัง มีอาการปวดบริเวณสะดือ เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อย

ท้องกี่สัปดาห์ถึงจะมีอาการใกล้คลอด

+

อาการเจ็บท้องคลอดพบบ่อยในช่วง 37–42 สัปดาห์ ถ้าเจ็บท้องคลอดก่อน 37 สัปดาห์ถือเป็นการคลอดก่อนกำหนด ควรไปโรงพยาบาลทันที

เจ็บท้องจริงกับเจ็บท้องเตือนต่างกันยังไง

+

เจ็บท้องจริงมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่และแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หายเมื่อพัก ส่วนเจ็บท้องเตือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่ค่อยเจ็บ และหายไปเมื่อพักหรือเปลี่ยนท่า

น้ำเดินต้องทำยังไง

+

ให้ไปโรงพยาบาลทันทีแม้ยังไม่เจ็บท้อง สังเกตสีของน้ำ ถ้าเป็นสีเขียว น้ำตาล หรือมีกลิ่น ให้แจ้งแพทย์ด้วย

ใกล้คลอดลูกดิ้นน้อยลงปกติไหม

+

ไม่ปกติ ลูกควรดิ้นสม่ำเสมอจนถึงวันคลอด ถ้ารู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงหรือเปลี่ยนไปให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที

ใครเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

+

คุณแม่ที่เคยคลอดก่อนกำหนด ครรภ์แฝด มีการติดเชื้อ สูบบุหรี่ หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. NHSSigns that labour has begun
  2. AcogHow to tell when labor begins
  3. NHSYour babys movements
  4. NHSThe stages of labour and birth

บทความที่เกี่ยวข้อง

e3021 3 blog 1
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย ตอนที่คุณยังเด็ก คุณสนุกกับการเล่นสวมบทบาทสมมติใช่ไหม? จินตนาการว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิง

24 มิ.ย. 25676 นาที
คุณแม่อุ้มลูกแรกเกิดรอฉีดวัคซีนที่คลินิกเด็ก

วัคซีนเด็กแรกเกิด มีอะไรบ้าง ตารางวัคซีนพื้นฐานล่าสุด ที่พ่อแม่ต้องรู้

สรุปตารางวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีด และการดูแลหลังฉีดวัคซีน

23 พ.ค. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนกับลูกน้อยที่บ้าน

7 ภาวะหลังคลอด มีอะไรบ้าง? ที่คุณแม่ควรรับมือ

การอุ้มท้องลูกน้อย คนเป็นแม่อาจจะคิดว่าคงเป็นอะไรที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมไปว่าหลังคลอด ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะหลังการคลอด คุณแม่มักจะเจอกับอาการที่เรียกว่า "ภาวะหลังคลอด"

15 พ.ค. 25674 นาที