การดูแลทารกให้นอนหลับดีเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาของทารกในช่วงแรกเริ่มของชีวิต แต่การดูแลทารกให้นอนหลับไม่เพียงแค่มีความสำคัญแต่ยังต้องมีความระมัดระวังในการดูแล เนื่องจากมีสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและห้ามทำเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับทารก
ในส่วนนี้ของบทความจะกล่าวถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและห้ามทำเพื่อความปลอดภัยและการเจริญเติบโตของทารก
บทความน่าสนใจ : 5 โรคที่พบในเด็ก ช่วงฤดูฝน พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง
ทารกนอนหลับกี่ชั่วโมง
หมายเหตุ: ระยะเวลาที่ให้การนอนของทารกอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุของทารกและความสุขภาพที่เหมาะสมของทารก ดังนั้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อคำแนะนำที่เหมาะสมกับทารกของคุณ
ทารกนอนกี่ชม.เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาของทารกในช่วงแรกเริ่มของชีวิต ด้วยเหตุนี้ การนอนหลับของทารกต้องได้รับการดูแลเพื่อให้สะดวกสบายและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารกอย่างเต็มที่
ตารางด้านล่างนี้แสดงระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับทารกในแต่ละช่วงวัย
| ช่วงอายุของทารก | ระยะเวลาการนอนหลับโดยประมาณ (รวมงีบกลางวัน) |
|---|---|
| แรกเกิด – 4 เดือน | ประมาณ 16–18 ชั่วโมงต่อวัน กระจายเป็นช่วงสั้น ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะต้องตื่นมากินนมบ่อย |
| 4–12 เดือน | ประมาณ 12–16 ชั่วโมงต่อวัน |
| 1–2 ปี | ประมาณ 11–14 ชั่วโมงต่อวัน |
| 3–5 ปี | ประมาณ 10–13 ชั่วโมงต่อวัน |
ที่มา: Sleep Foundation ซึ่งอ้างอิงคำแนะนำของ American Academy of Sleep Medicine (AASM) ตัวเลขเป็นค่าโดยประมาณ ทารกแต่ละคนอาจนอนมากหรือน้อยกว่านี้เล็กน้อย
นอกจากนี้ หากต้องการให้ทารกหลับสบายและปลอดภัย ควรจัดที่นอนตามหลักการนอนอย่างปลอดภัย คือ ให้ลูกนอนหงายทุกครั้ง บนที่นอนที่แน่นและเรียบ ปูด้วยผ้าปูรัดมุมที่พอดีกับที่นอน ไม่มีหมอน ผ้าห่ม ผ้านวม ตุ๊กตา หรือกันชนเตียงอยู่ในเปล และให้ห้องมีอุณหภูมิพอดี ไม่ร้อนเกินไป อ่านวิธีเลือกได้ที่ วิธีเลือกเบาะนอนทารก และ เปลเด็ก
สิ่งที่ห้ามทำขณะทารกหลับ มีอะไรบ้าง?
1. อย่าเข้าใจว่างีบสั้น ๆ คือการพักผ่อนที่เพียงพอ
สิ่งที่ไม่ควรทำคือคิดว่างีบสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาทีเพียงพอแล้วสำหรับลูก ผู้เขียนหนังสือเรื่องการนอนของเด็กบางท่านมองว่างีบที่สั้นกว่าราว 45 นาทีอาจยังไม่ช่วยให้ทารกได้พักเต็มที่ ทำให้ลูกหงุดหงิดและร้องไห้บ่อยขึ้น ข้อนี้เป็นแนวคิดจากประสบการณ์ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการแพทย์ ทารกแรกเกิดอาจงีบสั้นยาวไม่เท่ากันได้ตามปกติ
การตรวจสอบเวลาการนอนหลับของทารกเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าทารกได้รับพักผ่อนที่เพียงพอ และสามารถเติมพลังงานใหม่ได้อย่างเต็มที่
อ้างอิงจาก Elizabeth Pantley, ผู้เขียนหนังสือ "The No-Cry Nap Solution"
2. ไม่ควรรีบไปหาทารกทันที เมื่อทารกตื่นนอน
ทารกมักขยับตัว ส่งเสียง หรือลืมตาขึ้นมาชั่วขณะระหว่างรอบการนอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากลูกไม่ได้ร้องไห้ การรอดูสักครู่ก่อนเข้าไปอุ้มอาจช่วยให้ลูกหลับต่อเองได้ เพราะการรีบอุ้มทุกครั้งอาจทำให้ลูกตื่นเต็มตาและหลับต่อยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทารกแรกเกิดถึงประมาณ 3–4 เดือนต้องกินนมบ่อย การตื่นกลางดึกส่วนใหญ่จึงเป็นเพราะหิวหรือไม่สบายตัว ถ้าลูกร้องไห้ ควรเข้าไปดูแลเรื่องนม ผ้าอ้อม และความปลอดภัยทันที ไม่ควรปล่อยให้ร้องนาน ส่วนวิธีฝึกให้ลูกหลับเองควรเริ่มเมื่อลูกโตขึ้นและปรึกษากุมารแพทย์ (อ่านเพิ่ม ลูกไม่นอนกลางคืน ทำยังไงดี)
3. อย่าปลุกทารกขณะนอนหลับ
ไม่ควรปลุกลูกในช่วงเวลาที่เขากำลังหลับเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและการเติบโตของทารก แม้ว่าลูกอาจจะนอนตอนกลางวันนานๆ แต่ไม่ควรเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกหลับยากในช่วงกลางคืน การรักษารูปแบบการนอนที่เหมาะสมในตอนกลางวันและกลางคืนจะช่วยให้ลูกมีระยะเวลาการหลับที่เพียงพอและสามารถพัฒนาอย่างสมบูรณ์ได้
การปลุกลูกในช่วงเวลาการหลับอาจทำให้ลูกไม่ได้รับประโยชน์และพลังงานจากการนอนเพียงพอ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายหรืออาจก่อให้เกิดรูปแบบการนอนที่ไม่เสถียรทำให้ลูกหลับยากในอนาคต
การปลุกลูกเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรปล่อยให้ลูกหลับตามความต้องการของเขา แต่หากมีเหตุจำเป็นเช่นการให้นมหรือการเปลี่ยนผ้าอ้อม คุณสามารถทำให้มันโดยอ่อนโยนเพื่อไม่รบกวนการหลับของลูกน้อยของคุณ
4. ไม่ควรเมินเฉยต่ออาการง่วง
สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการง่วง เช่น ขยี้ตา หาว จ้องมองเหม่อ หรือเปลือกตาเริ่มปรือ เป็นสัญญาณว่าลูกกำลังง่วง นอกจากนี้ การมีพฤติกรรมอื่นๆ เช่นการหงุดหงิดหรือร้องไห้ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความง่วงของลูก
Dr. Marc Weissbluth ที่เขียนหนังสือ "Healthy Sleep Habits, Happy Child" ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญว่าคุณควรรับรู้และรับรู้สัญญาณเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ลูกน้อยเข้าสู่ภาวะเหนื่อยมากเกินไป (overtired) ซึ่งอาจทำให้ลูกงอแง หลับยาก และตื่นบ่อยขึ้น การเฝ้าดูแลและตอบสนองต่อความต้องการของลูกเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างนิสัยการนอนที่ดีและสนับสนุนการพัฒนาที่เหมาะสมของลูกน้อยของคุณ
5. ไม่ควรใช้ผ้าห่มและเครื่องนอนนุ่ม ๆ ในเปล
เนื่องจากเครื่องนอนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทารก องค์กรสมาคมกุมารเวชศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatrics) ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างสภาพแวดล้อมการนอนที่ปลอดภัยสำหรับทารก โดยหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าห่มและเครื่องนอนเกี่ยวข้องในช่วงที่ทารกกำลังเติบโตและเคลื่อนไหวได้น้อย ซึ่งเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการตายแบบกะทันหันหรืออาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome - SIDS)
ผ้าห่ม ผ้านวม หมอน ตุ๊กตา และกันชนเตียง อาจพันตัวหรือปิดหน้าทารกจนขัดขวางการหายใจได้ จึงไม่ควรวางไว้ในเปลเลยในช่วงขวบปีแรก หากกลัวลูกหนาว ให้ใส่ชุดนอนที่อุ่นพอหรือถุงนอนสำหรับทารก (sleep sack) แทนการห่มผ้า และให้ลูกนอนหงายในเปลของตัวเองในห้องเดียวกับพ่อแม่ (อ้างอิง HealthyChildren.org (AAP) และ NHS) ดูการจัดห้องนอนที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่ เตรียมห้องนอนทารกแรกเกิด



