การแหวะนมหรืออ๊อกนมเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในทารก ส่วนใหญ่เกิดจากหูรูดบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ร่วมกับกระเพาะที่ยังเล็ก การกินนมมากหรือเร็วเกินไป และการกลืนอากาศเข้าไประหว่างดูดนม ทำให้นมไหลย้อนกลับออกมาทางปาก ซึ่งมักดีขึ้นเองเมื่อลูกโตขึ้น (NHS)
ในส่วนนี้จะช่วยเสนอแนวทาง และวิธีการช่วยเหลือเพื่อให้คุณ และลูกน้อยสามารถดูแลปัญหานี้ได้อย่างมั่นใจ ดังนั้น มาเริ่มต้นด้วยสาเหตุของปัญหาลูกแหวะนมบ่อยกันเลย
บทความแนะนำ : อาการกรดไหลย้อนในเด็กทารก อันตรายหรือไม่ สาเหตุ และวิธีรักษา
การอ๊อกนม แหวะนม คืออะไร?
การอ๊อกนมหรือแหวะนม คืออาการที่นมในกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นมาทางปาก (บางครั้งทางจมูก) เบา ๆ โดยไม่มีแรงพุ่ง มักเกิดระหว่างหรือหลังกินนม โดยเฉพาะเมื่อทารกกินนมมากหรือเร็วเกินไปจนกลืนอากาศเข้าไปพร้อมนม และมักได้ยินเสียง "อ๊อก" ตอนที่นมไหลย้อนขึ้นมา
สาเหตุมีหลายปัจจัย เช่น การกินนมมากเกินไปในแต่ละครั้ง, การให้นมจากขวด, ปัญหาทางกายภาพ เช่น ลิ้นติด หรืออุปสรรคทางหายใจ เป็นต้น ซึ่งในทารกที่สุขภาพดีมักจะหายเองเมื่อทารกสามารถควบคุมการกินนมได้ดีขึ้น แต่ถ้ามีปัญหา หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัย และการรักษา.
แหวะนม กับ อาเจียนต่างกันอย่างไร ?
แหวะนม และอาเจียนเป็นอาการที่มีลักษณะคล้ายกันในทารก แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญที่ช่วยแยกแยะระหว่างทั้งสองอาการได้:
อาการแหวะนม:
- นมไหลย้อนจากกระเพาะขึ้นมาในหลอดอาหาร.
- ไหลออกมาทางปากหรือจมูกเบา ๆ ไม่มีแรงพุ่ง มักเป็นปริมาณไม่มาก.
- ทารกส่วนใหญ่ยังดูสบายดี ไม่ร้องกวนหรือเจ็บปวด.
อาการอาเจียน:
- เป็นการสำรอกของอาหาร หรือของเหลวออกมาทางปากโดยตรง.
- อาจเกิดพุ่งออกมาด้วยแรง หรือมีลักษณะกระตุก.
- มักมีปริมาณมากกว่า และทารกอาจดูไม่สบายตัวหรือเหนื่อยร่วมด้วย.
การที่ทารกมีทั้งอาการแหวะนม และอาการอาเจียนพร้อมกันอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น ปัญหาทางท้องที่ทำให้นมหรืออาหารไหลย้อนไปที่ปอด หรือหลอดอาหาร, การเจริญเติบโตทางกายภาพ, หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ต้องการการวินิจฉัยจากแพทย์.
หากพบว่าทารกมีอาการแบบนี้ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้ามีลักษณะการเจริญเติบโตไม่ปกติ หรือมีสัญญาณของปัญหาทางท้อง.
สาเหตุอาการแหวะนม
ปัญหาที่พบได้บ่อย และสาเหตุมีได้หลายประการ ดังนี้
ระบบย่อยยังพัฒนาไม่เต็มที่: หูรูดกระเพาะอาหารของทารกยังปิดได้ไม่สนิท และกระเพาะยังเล็ก นมจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย
กินนมมากหรือเร็วเกินไป: ทารกที่หิวจัดมักดูดนมเร็วและกินมากในครั้งเดียว จึงควรให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
กลืนอากาศเข้าไป: เช่น ดูดนมไม่แนบสนิท จุกนมไหลเร็วเกินไป หรือไม่ได้ไล่ลมระหว่างและหลังกินนม
ท่าทางหลังกินนม: การนอนราบทันที การถูกกดท้อง เช่น ผ้าอ้อมรัดแน่น หรือการเล่นโลดโผนหลังกินนม ทำให้แหวะนมได้ง่ายขึ้น
ภาวะอื่น ๆ: เช่น กรดไหลย้อนที่มีอาการรุนแรง หรือแพ้โปรตีนนมวัว ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย
การรับมือจึงควรดูสาเหตุ เช่น ปรับปริมาณและจังหวะการให้นม จัดท่าให้นมให้เหมาะสม และไล่ลมระหว่างและหลังมื้อนม
วิธีการรับมือ
การแหวะนมพบบ่อยในทารกช่วงไม่กี่เดือนแรก และส่วนใหญ่ดีขึ้นเองเมื่ออายุประมาณ 1 ปี การรับมือทำได้ดังนี้:
ให้นมครั้งละน้อยลงแต่บ่อยขึ้น และไม่บังคับให้ลูกกินจนหมดขวด
ไล่ลมระหว่างมื้อและหลังกินนม เช่น อุ้มพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ
หากใช้ขวดนม เลือกจุกนมที่ขนาดรูเหมาะกับวัย ไม่ไหลเร็วเกินไป และเอียงขวดให้นมเต็มจุกเพื่อลดการกลืนอากาศ
ไม่ควรเริ่มอาหารเสริม หรือให้ดื่มนมจากแก้ว/ช้อนเพื่อแก้การแหวะนม โดยทั่วไปควรเริ่มอาหารตามวัยเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และหากจะเปลี่ยนสูตรนมหรือใช้นมสูตรพิเศษควรปรึกษาแพทย์ก่อน
หากปรับวิธีให้นมแล้วยังแหวะนมบ่อยมาก หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน และรับการรักษาที่เหมาะสม
บทความแนะนำ : เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีให้นมลูกอย่างไรให้ถูกวิธี ฉบับคุณแม่มือใหม่
อาการลูกแหวะนมอันตรายหรือไม่ ?
อาการนี้ไม่รุนแรงส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นอันตรายต่อลูก แต่ก็ควรสังเกต และดูแลอาการของทารกอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่าอาการนี้มีความผิดปกติ หรือไม่ และหากมีควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำถึงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ เช่น ลูกกินนมมากเกินไป การใช้ขวดนมที่ไม่เหมาะสม หรืออาจเป็น เพราะปัจจัยทางกายภาพอื่น ๆ หรือท่าทางในการกินนมที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ควรรีบพบแพทย์หากลูกอาเจียนพุ่งแรง อาเจียนเป็นสีเขียวหรือเหลือง มีเลือดปน น้ำหนักไม่ขึ้น ไม่ยอมกินนม ร้องกวนมากผิดปกติ มีไข้หรือท้องเสีย หรือเริ่มแหวะนมหลังอายุ 6 เดือน (NHS) แพทย์จะได้ตรวจเพื่อการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง อาจจะต้องให้การวินิจฉัยเพิ่มเติมเช่น การทำรังสี, การตรวจเลือด, หรือการตรวจทางชีวภาพอื่น ๆ ตามที่แพทย์เห็นสมควร.
วิธีการดูแลสุขภาพลูกน้อย
การดูแลสุขภาพลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อป้องกันการแหวะนมที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิด หรือเด็กทารก การดูแลสุขภาพลูกน้อยสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรค และปัญหาด้านสุขภาพต่างๆได้ ดังนั้น การดูแลสุขภาพลูกน้อยเพื่อป้องกันการแหวะนมจึงเป็นสิ่งที่ควรให้คำแนะนำ และคำปรึกษาให้เหมาะสม ดังนี้
- การป้อนนมทีละน้อย: ให้ลูกกินนมทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง
- ไล่ลมทุกครั้ง: ระหว่างและหลังกินนม ให้อุ้มลูกพาดบ่าหรืออุ้มนั่งตัวตรงแล้วลูบหลังเบา ๆ เพื่อไล่ลม
- การอยู่ในท่าทางตั้งศีรษะ: หลังกินนม ให้อุ้มลูกในท่าตัวตั้งตรงสักพัก (ราว 20–30 นาที) ขณะที่ลูกยังตื่นและมีผู้ใหญ่ดูแล เพื่อลดการไหลย้อนของนม
- การให้นมในท่าทางสบาย: ให้ลูกนอน หรือนั่งในท่าทางที่สบาย ๆ และไม่ทำให้ลูกต้องหงายหลังไปมากนัก
- หลีกเลี่ยงการกดท้อง: ไม่ใส่ผ้าอ้อมหรือเสื้อรัดท้องแน่น และงดการเล่นโลดโผน เขย่าตัว หรือกดนวดท้องทันทีหลังกินนม
- การปรึกษาแพทย์: หากอาการอ๊อกนม และแหวะนมไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการให้คำปรึกษาที่เหมาะสม
ข้อควรระวัง: เวลาลูกนอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืน ให้นอนหงายบนที่นอนที่แน่นและราบ ไม่ใช้หมอนหรือผ้ารองให้ศีรษะสูง ไม่ใช้หมอนกันแหวะนมหรือที่นอนเอียง และไม่มีผ้าห่ม ตุ๊กตา หรือกันชนเตียงในเปล ทารกที่นอนหงายมีกลไกป้องกันทางเดินหายใจตามธรรมชาติ จึงไม่ได้สำลักนมง่ายขึ้นจากการนอนหงาย (AAP) อ่านเพิ่มเติม: 5 สิ่งที่ห้ามทำขณะทารกนอนหลับ
ทั้งนี้ควรจะทดลองเทคนิคต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง และหากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็ก และการอาศัยอยู่ร่วมกับคำแนะนำของพ่อแม่คนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ในการดูแลลูกในช่วงนี้ด้วยค่ะ
สรุป
ลูกแหวะนม คือ การที่นมไหลย้อนกลับออกมาทางปากเบา ๆ มักเกิดจากกระเพาะและหูรูดของทารกที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ร่วมกับการกินนมมากหรือเร็วเกินไปจนกลืนอากาศเข้าไป สาเหตุอาจมีต้นตอจากการกินนมมาก, การให้นมจากขวด, ปัญหาทางกายภาพ, เจริญเติบโตของทารก, หรือภาวะทางการแพทย์ เช่น โรคหรือปัญหาทางทางอาหาร. การแหวะนมในทารกที่สุขภาพดีมักหายเองเมื่อทารกสามารถควบคุมการกินนมได้ดีขึ้น แต่หากมีปัญหา หรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษา.
https://www.forbes.com/health/family/baby-spit-up-guide/
https://www.babycentre.co.uk/x554826/my-baby-frequently-vomits-whats-causing-this


