อาการผื่นคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอาการที่พบได้บ่อยโดยมักเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ เพราะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายของคนท้อง สำหรับคนท้องที่มีผื่นตามตัว การรักษา และดูแลร่างกายอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญในการลดความรุนแรงของอาการให้เกิดขึ้นน้อยลง
ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึง วิธีการรักษา ผื่นคนท้องอ่อนๆ คันตามตัว รักษายังไง ? มารวมรวบไว้ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ศึกษาข้อควรระวัง รวมถึงการวิธีรักษาต่างๆอีกด้วย
บทความน่าสนใจ: คนท้องนอนไม่หลับ ควรรับประทานอะไรดี? ให้หลับสบายขึ้น
ผื่นคนท้องคืออะไร?
ผื่นคนท้องไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มของผื่นและอาการคันที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้หลายชนิด แต่ละชนิดเกิดในช่วงอายุครรภ์ต่างกัน และมีความรุนแรงต่างกัน ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่บางชนิดต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ ตามข้อมูลของ ACOG
ชนิดของผื่นและอาการคันที่พบบ่อยในคนท้อง
- ผิวแห้งคันจากผิวยืดขยาย: พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะหน้าท้องและหน้าอกเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น
- ผื่น PUPPP (หรือ PEP): ผื่นนูนแดงคัน มักเริ่มที่รอยแตกลายบนหน้าท้องในไตรมาสที่สาม แล้วลามไปต้นขาหรือแขน มักหายหลังคลอด และไม่เป็นอันตรายต่อทารก
- ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขณะตั้งครรภ์: ผื่นแดงแห้งคันคล้ายผื่นแพ้ผิวหนัง อาจเริ่มได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สอง
- ภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ (ICP): คันมากโดยเฉพาะฝ่ามือและฝ่าเท้า มักคันมากตอนกลางคืน มักไม่มีผื่นชัดเจน และมักพบในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ภาวะนี้ต้องตรวจเลือดและติดตามใกล้ชิด
- ผื่นตุ่มน้ำพองขณะตั้งครรภ์ (pemphigoid gestationis): พบได้น้อย เริ่มเป็นตุ่มแดงรอบสะดือแล้วกลายเป็นตุ่มน้ำ ต้องพบแพทย์
ลักษณะอาการที่ต้องรีบพบแพทย์
- คันมากที่ฝ่ามือหรือฝ่าเท้า หรือคันทั่วตัวโดยไม่มีผื่น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะน้ำดีคั่งในตับ (NHS)
- มีตุ่มน้ำพอง ผื่นลามเร็ว หรือมีไข้ร่วมด้วย
- ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด หรือตัวเหลืองตาเหลือง
- ลูกดิ้นน้อยลงหรือเปลี่ยนไปจากเดิม
หากมีอาการข้างต้น ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ทันที ไม่ควรรอจนถึงวันนัด
การวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยชนิดของผื่นจากลักษณะผื่น ตำแหน่ง และช่วงอายุครรภ์ที่เริ่มเป็น ร่วมกับการซักประวัติ เช่น ประวัติภูมิแพ้ ผื่นในครรภ์ก่อน หรือยาที่ใช้อยู่
- การตรวจร่างกาย: แพทย์ดูลักษณะและการกระจายของผื่นบนผิวหนัง
- การตรวจเลือด: หากสงสัยภาวะน้ำดีคั่งในตับ แพทย์จะตรวจการทำงานของตับและระดับกรดน้ำดีในเลือด
- การตรวจเพิ่มเติม: ในบางรายที่ผื่นไม่ชัดเจนหรือเป็นตุ่มน้ำ แพทย์ผิวหนังอาจตัดชิ้นเนื้อผิวหนังเล็ก ๆ ไปตรวจ
การวินิจฉัยที่ถูกต้องสำคัญมาก เพราะผื่นแต่ละชนิดดูแลต่างกัน และบางชนิดต้องติดตามสุขภาพทารกในครรภ์ร่วมด้วย
วิธีการรักษาและดูแลตัวเอง
สำหรับผื่นหรืออาการคันเล็กน้อย คุณแม่สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดอาการได้ ดังนี้
- อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ไม่ใช้น้ำร้อน และเลือกสบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม
- ทาครีมบำรุงผิวที่ไม่มีน้ำหอมหลังอาบน้ำขณะผิวยังชื้น เพื่อลดผิวแห้งคัน
- สวมเสื้อผ้าผ้าฝ้ายที่หลวมสบาย ระบายอากาศดี และอยู่ในที่ที่ไม่ร้อนอบอ้าว
- ประคบเย็นบริเวณที่คัน และพยายามไม่เกา ตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดแผลจากการเกา
สำหรับการใช้ยา แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทาสเตียรอยด์อ่อน ๆ หรือยาแก้แพ้บางชนิดที่ปลอดภัยในคนท้อง ส่วนภาวะน้ำดีคั่งในตับต้องรักษาและติดตามโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินหรือยาทาเองระหว่างตั้งครรภ์
| ผลิตภัณฑ์ | วิธีการใช้ | คำเตือน |
|---|---|---|
| ครีมบำรุงผิวไม่มีน้ำหอม | ทาบาง ๆ หลังอาบน้ำวันละ 1–2 ครั้ง | ทดสอบก่อนใช้ หากแสบหรือผื่นมากขึ้นให้หยุดใช้ |
| ยาทาหรือยาแก้แพ้ | ใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น | อ่านฉลาก แจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่าตั้งครรภ์ |
ผื่นแพ้ฮอร์โมนตั้งครรภ์ ดูแลอย่างไร
คำว่า "ผื่นแพ้ฮอร์โมน" ที่คนทั่วไปใช้ มักหมายถึงผื่นคันที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ผื่น PUPPP หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขณะตั้งครรภ์ ซึ่งผื่นเหล่านี้มักดีขึ้นเองหลังคลอด การดูแลหลักคือบรรเทาอาการคันตามวิธีข้างต้น และให้แพทย์ประเมินว่าเป็นผื่นชนิดใด
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติช่วยได้ไหม
น้ำมันหรือครีมบำรุงจากพืชที่ไม่มีน้ำหอม อาจช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดอาการแห้งคันได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยรักษาผื่นคนท้องโดยตรง ควรทดสอบที่ผิวบริเวณเล็ก ๆ ก่อน และไม่ควรใช้น้ำมันหอมระเหยหรือสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนผสมแน่ชัด
อาหารและการดื่มน้ำ
ไม่จำเป็นต้องงดนม อาหารทะเล หรืออาหารกลุ่มใดเป็นพิเศษ เว้นแต่คุณแม่รู้ว่าแพ้อาหารนั้นอยู่แล้ว เพราะการงดอาหารโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ขาดสารอาหารที่สำคัญต่อทารก ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้ง
วิธีป้องกันและลดอาการคัน
- ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะหน้าท้อง หน้าอก และต้นขาที่ผิวยืดขยาย
- เลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำนาน ๆ
- ใช้ผงซักฟอกที่อ่อนโยน และล้างเสื้อผ้าให้สะอาดหมดฟอง
- ควบคุมน้ำหนักให้เพิ่มตามเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ ซึ่งอาจช่วยลดการยืดของผิว
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะอาการคันมักแย่ลงเมื่ออ่อนเพลีย หากคันจนนอนไม่หลับ อ่านวิธีรับมือเมื่อคนท้องนอนไม่หลับ และแจ้งแพทย์
ผื่นบางชนิด เช่น PUPPP มักเริ่มที่รอยแตกลาย การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นจึงช่วยให้สบายผิวขึ้น ดูตัวอย่างครีมทาผิวสำหรับคนท้อง และวิธีดูแลท้องแตกลายหลังคลอด
ผลกระทบของผื่นต่อแม่ และทารกในครรภ์
ผื่นคนท้องส่วนใหญ่ เช่น ผิวแห้งคันและผื่น PUPPP ไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่สร้างความรำคาญและรบกวนการนอนของคุณแม่ การเกาอาจทำให้เกิดแผลและติดเชื้อได้
อย่างไรก็ตาม บางภาวะต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด เช่น ภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและภาวะแทรกซ้อนของทารก แพทย์จึงอาจนัดตรวจเลือดและติดตามครรภ์บ่อยขึ้น และผื่นตุ่มน้ำพองขณะตั้งครรภ์ซึ่งพบน้อย ก็ต้องให้แพทย์ดูแลเช่นกัน (อ่านเพิ่มเติม: ภาวะแทรกซ้อนที่คุณแม่ควรรู้)
ข้อควรระวังเรื่องยาและสมุนไพร
- ไม่ควรกินยาแก้แพ้ ยาสมุนไพร หรืออาหารเสริมเพื่อรักษาผื่นเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- แจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ก่อนรับยา
- หากใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วผื่นแย่ลง ให้หยุดใช้และนำผลิตภัณฑ์ไปปรึกษาแพทย์
สารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ควรหลีกเลี่ยง
- เรตินอยด์ เช่น tretinoin, retinol ในครีมลดริ้วรอยหรือรักษาสิว ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารก
- ไฮโดรควิโนน ในครีมทาฝ้า และกรดผลัดผิวความเข้มข้นสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- น้ำหอมและน้ำมันหอมระเหย อาจทำให้ผิวที่กำลังเป็นผื่นระคายเคืองมากขึ้น
ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดสอบโดยทาเล็กน้อยที่ท้องแขน แล้วรอดูอาการ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการแพ้หรือระคายเคือง
สรุป
ผื่นคนท้องมีหลายชนิด เกิดได้ในช่วงอายุครรภ์ต่างกัน ส่วนใหญ่ไม่อันตรายต่อทารกและดีขึ้นหลังคลอด การดูแลเบื้องต้นคืออาบน้ำไม่ร้อน ทาครีมบำรุงที่ไม่มีน้ำหอม สวมเสื้อผ้าหลวมสบาย และไม่ใช้ยาเอง แต่หากคันมากที่ฝ่ามือฝ่าเท้า คันทั่วตัวโดยไม่มีผื่น มีตุ่มน้ำ หรือลูกดิ้นน้อยลง ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่ต้องตรวจเลือดและติดตามใกล้ชิด


