การขับถ่ายเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และความถี่ในการถ่ายของทารกแต่ละคนแตกต่างกันมาก ขึ้นกับอายุและชนิดของนมที่กิน แต่หากไม่ถ่ายเป็นเวลานานหลายวัน อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ไม่ปกติ หากคุณพ่อ และคุณแม่พบอาการเหล่านี้ ไม่ควรมองข้ามและพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง
สาเหตุที่ทารกถ่ายไม่ออก
-
การเปลี่ยนแปลงในอาหาร: เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในการรับประทานอาหาร หากทารกได้รับนมหรืออาหารใหม่เปลี่ยนจากที่เคยรับมา อาจทำให้ระบบย่อยสลายอาหารของทารกต้องปรับตัวก่อนที่จะเริ่มที่จะขับถ่ายอีกครั้ง
-
การท้องผูก (Constipation): สาเหตุที่พบบ่อยคือการท้องผูก ซึ่งเกิดจากอาหารที่ย่อยยาก ขาดใยอาหารหรือขาดน้ำ ทำให้การขับถ่ายไม่สะดวกและเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง
-
การแพ้อาหาร: บางครั้งทารกอาจมีการแพ้อาหารบางชนิด ที่อาจทำให้ระบบย่อยสลายอาหารไม่ทำงานได้เป็นปกติ และทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง
-
การติดเชื้อ: การติดเชื้อในทางเดินอาหารหรือทางเดินปัสสาวะอาจส่งผลให้ทารกไม่ขับถ่าย ตัวอย่างเช่น การติดเชื้อที่ทำให้ระบบย่อยสลายอาหารและการขับถ่ายไม่ทำงานได้ตามปกติ
-
สภาวะทางกายภาพ: เช่น การมีข้อบกพร่องในระบบทางเดินอาหาร หรือกล้ามเนื้อทางเดินอาหารที่ไม่ทำงานได้
หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทารกควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเพื่อให้ได้คำแนะนำและการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การไม่ถ่ายของทารกอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสม.
อาการที่พ่อแม่ควรสังเกต
การไม่ถ่ายของทารกเป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรสังเกตตั้งแต่เกิด เพราะมันเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าระบบทางเดินอาหารของทารกมีปัญหา ดังนั้น พ่อแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้:
- ไม่ถ่ายนานกว่าปกติของลูกมาก ร่วมกับงอแงผิดปกติ ท้องอืดตึง หรือแหวะนมมากขึ้นกว่าเดิม (ทารกที่กินนมแม่บางคนอาจไม่ถ่ายหลายวันได้โดยปกติ หากยังกินดี ไม่งอแง และท้องไม่อืด)
- อุจจาระแข็งเป็นก้อนหรือเป็นเม็ด มีเลือดปนเนื่องจากอุจจาระแข็ง หรือเบ่งนานเกิน 10 นาทีแล้วยังไม่ออก
- ความถี่ในการถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เช่น ถ่ายน้อยลงมากร่วมกับอุจจาระแข็ง หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยขึ้นมาก
- ถ้าทารกมีอาการท้องบวมแต่ไม่ถ่าย อาจมีปัญหาเรื่องของระบบทางเดินอาหาร ควรนำทารกไปพบแพทย์
- ซึมลงผิดปกติ ไม่ยอมกินนม อาเจียน อาเจียนเป็นสีเขียว หรือมีไข้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว
หากคุณพ่อ และคุณแม่พบอาการเหล่านี้ ควรนำทารกไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีควบคุมอาการ
การควบคุมอาการจะได้รับผลดีเมื่อศึกษาและรู้จักปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหานี้ ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ควรทำเพื่อควบคุมอาการ ได้มีดังนี้
- หากทารกไม่ขับถ่ายตามปกติ และมีอาการ เช่น มีอาการปวดท้อง มีไข้ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ตรวจสอบช่วงเวลาที่ทารกไม่ถ่าย ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในอาหารหรือสภาพเป็นอย่างไร.
- ตรวจสอบว่าทารกได้รับอาหารที่เหมาะสมและสมดุล แน่ใจว่าอาหารที่ให้เพียงพอตามวัยและความต้องการของทารกให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นกระบวนการทางเดินอาหาร.
- การให้ทารกมีการเคลื่อนไหวเพียงพอสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหารและการถ่ายของทารกได้ สามารถให้ทารกกระตุ้นการเคลื่อนไหวโดยการจับขาลูกขยับคล้ายปั่นจักรยาน และนวดท้องเบาๆ วนตามเข็มนาฬิกา.
- สำหรับทารกที่เริ่มกินอาหารตามวัยแล้ว (ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป) ให้จิบน้ำสะอาดระหว่างมื้อได้ ส่วนทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนได้น้ำเพียงพอจากนมแล้ว ไม่ควรให้น้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ (ข้อมูลจาก NHS)
- สำหรับทารกที่กินนมผง ควรชงนมตามสัดส่วนบนฉลากทุกครั้ง ไม่ชงข้นเกินไป และไม่เปลี่ยนสูตรนมเองบ่อยๆ
- หากทารกไม่ขับถ่ายเป็นระยะเวลานานหรือมีอาการไม่ปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม.
- คุณควรเฝ้าระวังสถานการณ์ของทารกและติดตามความเปลี่ยนแปลง หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์อีกครั้ง.
ไม่ถ่ายกี่วันคือปกติหรือผิดปกติ
ความถี่ในการถ่ายของทารกที่ถือว่าปกติมีช่วงกว้างมาก ตามข้อมูลของ American Academy of Pediatrics ทารกที่กินนมผงมักถ่ายอย่างน้อยวันละครั้งในเกือบทุกวัน แต่อาจเว้น 1–2 วันได้ ส่วนทารกที่กินนมแม่ ในช่วงแรกเกิดมักถ่ายบ่อยหลายครั้งต่อวัน และเมื่อโตขึ้นบางคนอาจไม่ถ่ายหลายวันจนถึงราว 1 สัปดาห์ได้โดยปกติ เพราะร่างกายนำนมไปใช้ได้เกือบหมด
สิ่งที่บอกว่าผิดปกติจึงไม่ใช่แค่จำนวนวัน แต่ให้ดูอาการร่วม เช่น อุจจาระแข็งเป็นก้อน มีเลือดปน เบ่งนานแล้วไม่ออก งอแงมาก ท้องอืด อาเจียน หรือไม่ยอมกินนม นอกจากนี้ ทารกแรกเกิดในช่วงสัปดาห์แรกที่ถ่ายน้อยหรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าได้รับนมไม่พอ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
การดูแลทารก
ถ้าลูกของคุณไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสอบสุขภาพของทารก แต่ในบางกรณีคุณอาจทำได้ด้วยการดูแลแบบบ้าน ดังนี้
| วิธี | อธิบาย |
|---|---|
| นวดท้องและขยับขา | นวดท้องลูกเบาๆ วนตามเข็มนาฬิกา และจับขาลูกขยับคล้ายปั่นจักรยาน เพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ |
| ให้นมอย่างเพียงพอ | ให้นมแม่หรือนมผงตามความต้องการของลูก หากใช้นมผงให้ชงตามสัดส่วนบนฉลาก ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่ควรได้น้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ |
| ปรับอาหารตามวัย | สำหรับทารกที่เริ่มอาหารตามวัยแล้ว (ประมาณ 6 เดือน) เพิ่มผักผลไม้บด เช่น ลูกพรุน ลูกแพร์ หรือฟักทอง และให้จิบน้ำสะอาดระหว่างมื้อ (ดูเพิ่มเติม: เมนูอาหารเด็ก 6 เดือน) |
| พบแพทย์ | หากลองดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษา |
ข้อควรระวัง: ห้ามให้ยาระบาย ยาสวนทวาร สมุนไพร หรือใช้สบู่ ปรอทวัดไข้ หรือก้านสำลีเหน็บก้นเพื่อกระตุ้นการถ่ายเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจทำให้ลำไส้และทวารหนักของทารกบาดเจ็บได้
ทารกเบ่งอุจจาระไม่ออก เรื้อรังและวิธีการแก้ไข
การเบ่งอุจจาระไม่ออกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยในทารกและเด็ก เหตุผลอาจเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร หรือปัจจัยทางสุขภาพอื่นๆ ที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหารของทารก
| อาการเรื้อรัง | วิธีการแก้ไข |
|---|---|
| ทารกเบ่งอุจจาระไม่ออกเป็นเวลานาน หลายวันหรือหลายสัปดาห์ |
|
| ทารกเบ่งอุจจาระไม่ออกและมีอาการแสดงอื่นๆ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย และอ่อนเพลีย | หากทารกมีอาการแสดงอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเบ่งอุจจาระ, ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพของทารกและการรักษา |
หากทารกเบ่งอุจจาระไม่ออกเป็นเวลานาน, ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพของทารกและหาสาเหตุของปัญหา และการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละกรณี นอกจากนี้ ควรเฝ้าระวังและดูแลทารกอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทารกเข้าสู่กระบวนการเบ่งอุจจาระได้อย่างปกติ
สาเหตุที่ทารกถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไป
การถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไปของทารกอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ อาจเกี่ยวข้องกับอาหารที่ทารกรับประทาน หรือการเจ็บป่วย ดังนี้
- การรับประทานนมผิดปกติ - การรับประทานอาหารที่รสชาติและส่วนผสมไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดการไม่ย่อยอาหารได้ และทำให้ทารกถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไป
- การเปลี่ยนแปลงในอาหาร - การเปลี่ยนแปลงในอาหารที่ทารกได้รับอาจเป็นสาเหตุของการถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไป อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงอาหารรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการย่อยอาหารของทารกด้วย
- การติดเชื้อหรือการแพ้ - การติดเชื้อในทางเดินอาหาร (ลำไส้อักเสบ) หรือการแพ้โปรตีนนมวัว (อ่านเพิ่มเติม: สัญญาณที่บอกว่าเด็กแพ้นมวัว) อาจทำให้ถ่ายบ่อยหรือถ่ายเหลว หากมีไข้ อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำบ่อย หรือมีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง ซึม ควรรีบพบแพทย์
- ทารกแรกเกิดที่กินนมแม่ - ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ทารกที่กินนมแม่อาจถ่ายหลังกินนมแทบทุกมื้อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากลูกกินได้ดี ร่าเริง และน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์
การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
การรับประทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาการถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไปของทารกได้ พ่อแม่ควรให้นมเป็นอาหารหลักในช่วงแรกๆ และควรเลือกอาหารที่ต่อเนื่องตามอายุของทารก และเมื่อเริ่มอาหารตามวัยประมาณ 6 เดือน อย่าลืมเสริมด้วยผัก ผลไม้ (ดูเพิ่มเติม: อาหารเด็กแรกเกิด - 1 ปี) เพื่อลดปัญหาทางเดินอาหารของทารก
การตรวจสุขภาพทางเดินอาหาร
การตรวจสุขภาพทางเดินอาหารของทารก เป็นเรื่องที่สำคัญสาเหตุของปัญหาการถ่ายอุจจาระบ่อยเกินไป แม่ควรเฝ้าระวังอาการที่พบบ่อยๆ เช่น ท้องบวม การถ่ายของทารกไม่สม่ำเสมอ หรือการมีเลือดออกกับอุจจาระ เพื่อที่จะได้รู้ว่าทารกมีปัญหาอะไร และให้แพทย์ดูแล
วิธีการป้องกัน
การป้องกันนั้นสำคัญที่สุดคือการดูแลเรื่องอาหารที่ทารกรับประทาน และปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ทารกถ่ายไม่ออก ดังนั้น หากคุณกำลังจะเลี้ยงทารก เราขอแนะนำวิธีการป้องกันทารกไม่ถ่ายดังนี้
- เลือกอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก
- สังเกตและจัดการกับปัจจัยที่อาจทำให้ทารกถ่ายไม่ออก เช่น การได้รับนมเพียงพอ (และน้ำสะอาดสำหรับทารกที่เริ่มอาหารตามวัยแล้ว) การดูแลระบบทางเดินอาหารและการเคลื่อนไหวของทารก
- เสริมสร้างระบบทางเดินอาหารของทารก โดยการให้นมแม่หรือนมผสม เพื่อช่วยล้างลบของเสียออกจากร่างกาย
- สังเกตอาการของทารก และตรวจสุขภาพโดยแพทย์บ่อยๆ
คำแนะนำในการรักษา
การดูแลทารกเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยจะต้องพยายามรักษาทารกให้ร่าเริงและปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทารกของคุณ เช่น
- ตรวจสุขภาพทางเดินอาหารของทารกให้เป็นประจำ. หากพบว่ามีปัญหาก็ควรนำทารกไปพบแพทย์ทันที
- ดูแลให้ทารกได้รับอาหารที่เหมาะสมและธรรมชาติ เช่น นมแม่ หรืออาหารเสริมที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าเหมาะสมกับทารก
- ไม่ควรใช้ยาระบบทางเดินอาหารหรือวิธีการแพทย์ที่ไม่เหมาะสมกับทารก หากคุณไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ติดตามอาการของทารกอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสังเกตและปรับปรุงสภาพของทารกได้ทันที
หากคุณมีข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับการรักษา คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
สรุป
การไม่ถ่ายของทารกเป็นปัญหาที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพ หากพบว่าทารกไม่ขับถ่ายหลายวันร่วมกับมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืด งอแง อาเจียน หรืออุจจาระแข็ง พ่อแม่ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทารกมีสุขภาพที่ดี
นอกจากนี้ การดูแลทารกที่ไม่ถ่ายอย่างถูกต้อง เช่น การให้นมอย่างเพียงพอ การนวดท้อง และการใช้วิธีการส่งเสริมกระบวนการถ่ายของทารก สามารถช่วยในการควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการพบปัญหาทางสุขภาพในอนาคต
บทความใหม่น่าสนใจ : เคล็ดลับเตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง ? รับมือยังไงดี ?
FAQs
ทารกควรถ่ายบ่อยแค่ไหน?ความถี่ในการถ่ายของทารกสามารถแตกต่างกันไปได้ ทารกแรกเกิดที่กินนมแม่มักถ่ายบ่อยหลายครั้งต่อวัน เมื่อโตขึ้นบางคนอาจไม่ถ่ายหลายวันได้โดยปกติ ส่วนทารกที่กินนมผงมักถ่ายแทบทุกวัน
ทารกที่ไม่ถ่ายมากกว่า 48 ชั่วโมง ควรทำอย่างไร?หากลูกยังกินได้ดี ไม่งอแง ท้องไม่อืด และอุจจาระยังนิ่ม อาจยังเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะทารกที่กินนมแม่ แต่ถ้าเป็นทารกแรกเกิดในช่วงสัปดาห์แรก หรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น อาเจียน ท้องอืด ไม่ยอมกินนม ควรปรึกษาแพทย์
อุจจาระทารกสีไหนปกติ สีไหนผิดปกติ?สีแตกต่างกันไปตามสารอาหารที่ทารกได้รับ โดยสีเหลือง เขียว หรือน้ำตาลถือว่าปกติ แต่ถ้าอุจจาระเป็นสีขาวซีด สีเทา สีดำ (หลังพ้นช่วงขี้เทาในวันแรกๆ) หรือมีเลือดปน ควรรีบพาไปพบแพทย์
การให้นมแม่มีผลต่อการถ่ายของทารกไหม?การให้นมแม่เป็นสิ่งที่สามารถช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและการถ่ายของทารก


