บทความแนะนำ : เตรียมห้องนอนทารกแรกเกิด จัดอย่างไรดี ควรมีอะไรบ้าง ?
วิธีจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ควรจัดอย่างไร ?
1. เก็บของอันตรายให้ไกลมือเด็ก
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากของที่มีความอันตรายต่อเด็ก, คำแนะนำรวมถึงการเก็บของในตู้สูง, การปรับตู้ล็อกหรือใช้ตู้ปิดล็อก, การใช้กล่องเก็บของที่ล็อกได้, การเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย, การเก็บของร้อนอยู่ในที่ปลอดภัย, การสร้างความเข้าใจในครอบครัว, และการสอนเด็กเกี่ยวกับความอันตรายของของ. การใช้มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างบ้านที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก ของที่ต้องเก็บให้พ้นมือเด็กเป็นพิเศษ ได้แก่ ยา วิตามิน น้ำยาทำความสะอาด ถ่านกระดุม แม่เหล็กชิ้นเล็ก ถุงพลาสติก และของชิ้นเล็กที่เด็กอาจกลืนหรือสำลักได้ (อ่านวิธีปฐมพยาบาลเมื่อของติดคอเด็ก)
ข้อควรระวัง: หากเด็กกลืนยา สารเคมี หรือถ่านกระดุม ห้ามล้วงคอหรือทำให้อาเจียนเอง ให้รีบโทร 1669 หรือปรึกษาศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 1367 และนำบรรจุภัณฑ์ไปด้วย
2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่ปลอดภัย
เมื่อจัดบ้านให้เป็นระเบียบ และปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณควรใส่ใจ คือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็กเล็ก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเหมาะสม
ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขอบมนหรือติดยางกันกระแทกที่มุมโต๊ะ ยึดตู้ ชั้นวาง และทีวีเข้ากับผนังเพื่อป้องกันล้มทับเมื่อเด็กปีนหรือดึง วางของเล่นไว้ในชั้นเตี้ยที่เด็กหยิบเองได้โดยไม่ต้องปีน และปูแผ่นรองคลานในมุมเล่นเพื่อลดแรงกระแทกเวลาหกล้ม
3. ใส่ใจการขึ้นลงบันไดของลูกน้อย
เพื่อความปลอดภัยของเด็กที่มีห้องนอนอยู่ชั้นบน, การใส่ใจ และดูแลการขึ้นลงบันไดเป็นสิ่งสำคัญ. การใช้วัสดุปูพื้นที่บันไดที่ไม่ลื่น, การติดราวบันไดที่มั่นคง, การติดไฟ หรือสัญลักษณ์ในบริเวณบันได, การใช้ที่กั้นบันได, และการใช้อุปกรณ์ป้องกันล้มจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุในบริเวณบันไดอย่างมีประสิทธิภาพ.
4. เก็บสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มิดชิด
การจัดเก็บสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มิดชิดเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยภายในบ้าน นอกจากเทคนิคการใช้เทป หรือคลิปสายไฟ และอุปกรณ์จัดเก็บสายไฟต่างๆ ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ:
ซิลิโคนเทป หรือคลิปสายไฟ: ใช้เพื่อรวมสายไฟให้เป็นกลุ่ม และควบคุมความยาวได้อย่างง่าย.
กล่องเก็บสายไฟ: ใช้กล่องที่มีที่ปิดเพื่อปกป้องสายไฟ และป้องกันการถูกกระทำโดยมือเด็ก.
อุปกรณ์จัดเก็บสายไฟ: ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยแยกสายไฟ และป้องกันการปนเปื้อน.
เส้นทางสายไฟ: ติดตั้งเพื่อป้องกันสายไฟหลุด และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย.
ตัวยึดสายไฟ: ช่วยควบคุมการหลุด หรือทับตัวเองของสายไฟ.
ท่อสายไฟ: วางสายไฟในท่อเพื่อป้องกันการกระทำของเด็ก และลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ.
ตรวจสอบ: ตรวจสอบสายไฟเป็นประจำ หากสายชำรุดให้เปลี่ยนทันที
ปลั๊กกันเด็ก: ใช้ฝาครอบปลั๊กหรือเต้ารับแบบมีม่านนิรภัย เพื่อไม่ให้เด็กเอานิ้วหรือสิ่งของแหย่
การใช้เทคนิคการจัดเก็บสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและสร้างบ้านที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น.
5. ระวังพื้นที่ต่างระดับ
เพื่อรักษาความปลอดภัยของเด็กในบ้านที่มีพื้นที่ต่างระดับ, คำแนะนำป้องกันอุบัติเหตุรวมถึงการใช้มาตรการต่างๆ ได้แก่การปูพรมรองรับการกระแทก, เลือกวัสดุกันลื่น, การติดราวจับสำหรับทรงตัว, ระบบไฟสัญญาณ, การใช้ที่กั้นปิดทาง, และการสอนเด็กเกี่ยวกับความปลอดภัย. การใช้เทคนิคเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในบ้าน.
6. ประตู และหน้าต่างต้องปลอดภัย
เพื่อทำให้ประตู และหน้าต่างปลอดภัยสำหรับเด็ก, คำแนะนำรวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์กันประตู และปิดล็อก, เลือกใช้หน้าต่างที่แข็งแรง และไม่แตกง่าย, ปิดล็อกหน้าต่าง, ป้องกันการเข้าถึงบริเวณหน้าต่าง เช่น ไม่วางเตียง โซฟา หรือเก้าอี้ไว้ใต้หน้าต่างเพื่อไม่ให้เด็กปีน ติดเหล็กดัดหรือตัวล็อกให้หน้าต่างเปิดได้ไม่เกินราว 10 เซนติเมตร เก็บสายม่านหรือสายมู่ลี่ให้สูงพ้นมือเด็กเพราะเสี่ยงรัดคอ และการสอนเด็กเกี่ยวกับความปลอดภัย การใช้มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก.
7. ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ
เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพของเด็ก, ควรทำความสะอาดพื้นที่ในบ้านอย่างสม่ำเสมอโดยล้างพื้น, ทำความสะอาดระบบอากาศ, รักษาระบบระบายน้ำ, และทำความสะอาดห้องน้ำ.
นอกจากนี้, การเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบ, รักษาความเรียบร้อยของพื้นที่เดินทาง, และการเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือเครื่องฟอกอากาศที่มีไส้กรองฝุ่นจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ฝุ่น และโรคติดเชื้อ การดูแลบ้านให้เรียบร้อยจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเหมาะสมสำหรับเด็กในการเรียนรู้ และเล่น
8. เลือกใช้อุปกรณ์ หรือของใช้ที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี
เพื่อความปลอดภัยของเด็กที่มีนิสัยอยากรู้อยากลอง, ควรเลือกใช้อุปกรณ์ และของใช้ที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัย, ของเล่นที่ผลิตจากวัสดุปลอดภัย, เสื้อผ้า และที่นอนที่ปลอดภัย, เครื่องปรุงอาหาร และของกินที่ปลอดภัย, ของในห้องน้ำที่ไม่มีสารเคมีเสี่ยง, และอุปกรณ์เดินทางที่ปลอดภัย. การดูแลรักษาเลือกใช้อุปกรณ์ และของใช้ที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงในการนำสารเคมีอันตรายเข้าสู่ร่างกายของเด็กผ่านทางการเล่น.
9. แสงสว่างภายในบ้าน
การมีแสงสว่างภายในบ้านที่เพียงพอสำหรับลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเติบโต และการพัฒนาของเด็ก. ควรใช้แสงธรรมชาติให้เต็มที่, ใช้หลอด LED ที่อ่อนนุ่ม, และติดตั้งไฟตกแต่งหรือโคมไฟพิเศษที่มีดีไซน์น่ารักในห้องเล่น.
นอกจากนี้ ควรใช้ผ้าม่านทึบหรือม่านกันแสงในห้องนอนเพื่อควบคุมแสงในช่วงเวลาที่ต้องการให้ลูกน้อยหลับ. การใช้โคมนอนที่สามารถปรับระดับแสง และการให้แสงสว่างเพียงพอในห้องเล่นยังเป็นแนวทางที่ดี. ทั้งหมดนี้มีผลทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตา, ปลอดภัย, และสนุกสนานในสภาพแวดล้อมภายในบ้าน.
10. ใส่ใจเตียง และเปลลูกน้อย
สำหรับเด็กทารกที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้, เตียง หรือเปลก็เป็นแหล่งเสี่ยงต่ออันตรายได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการตกลงมา, ควรให้ความสำคัญกับการใช้เปลหรือเตียงเด็กที่มีโครงสร้างมั่นคงและมีที่กั้นกันตกรอบด้าน
นอกจากนี้ การใช้เหล็กกั้นเป็นวิธีที่ดีเพื่อป้องกันการตกลงมาของเด็ก. ที่กั้นควรสูงพอที่เด็กจะปีนข้ามไม่ได้ และเมื่อลูกเริ่มนั่งหรือเกาะยืนได้ ควรลดระดับฟูกลง ส่วนระยะห่างระหว่างซี่กั้นต้องแคบจนศีรษะเด็กลอดไม่ได้ ตามมาตรฐานสากลไม่ควรห่างเกินประมาณ 6 เซนติเมตร และควรเลือกที่นอนที่แน่นและพอดีกับเตียง
ทั้งนี้ American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้ทารกนอนห้องเดียวกับพ่อแม่แต่แยกที่นอน โดยวางเปลหรือเตียงเด็กไว้ใกล้เตียงพ่อแม่ อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรก วิธีนี้ยังสะดวกต่อการดูแลและให้นมกลางดึก และช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารก (SIDS) ไม่แนะนำให้ทารกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ เพราะเสี่ยงถูกนอนทับ ติดหมอนหรือผ้าห่มจนหายใจไม่ออก ให้ลูกนอนหงายบนที่นอนแน่น ไม่มีหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา หรือกันชนเตียง อ่านเพิ่มเติมเรื่องสิ่งที่ห้ามทำขณะทารกนอนหลับ
การเลือกใช้เตียง หรือเปลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง, การติดตั้งเหล็กกั้นอย่างถูกต้อง, และการสังเกตลูกน้อยเป็นปัจจัยที่สำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น.
บทความแนะนำ : เลือกเตียงเด็กแรกเกิด แบบไหนดี? ยังไงให้รู้สึกคุ้ม
สรุป
บทความนี้แนะนำวิธีการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ และปลอดภัยสำหรับเด็กน้อย ได้แก่ เก็บของอันตรายให้ไกลมือเด็ก เลือกเฟอร์นิเจอร์และยึดให้มั่นคง ดูแลบันได เก็บสายไฟและปิดปลั๊ก ระวังพื้นต่างระดับ ทำประตูหน้าต่างให้ปลอดภัย ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ เลือกของใช้ที่ไม่มีสารเคมีเสี่ยง จัดแสงสว่างให้เหมาะ และเลือกเตียงหรือเปลที่ได้มาตรฐาน โดยให้ทารกนอนห้องเดียวกับพ่อแม่แต่แยกที่นอน ดูคำแนะนำความปลอดภัยในบ้านเพิ่มเติมได้ที่ HealthyChildren.org การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และปลอดภัยสำหรับการเติบโตของเด็กน้อยในบ้านของคุณ.


