หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. จุกหลอก ดีไหม? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกให้เหมาะกับวัย

จุกหลอก ดีไหม? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกให้เหมาะกับวัย

13 ก.พ. 2567อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 6 นาที
ทารกนอนหงายดูดจุกหลอกในเปลโล่ง

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. จุกนมหลอก คืออะไร
  3. จำเป็นหรือไม่ ?
  4. เลือกจุกนมหลอกแบบไหนดี? หัวแบน หรือ หัวกลม ?
  5. จุกหลอก ดีไหม ? ข้อดี และข้อเสีย
  6. ข้อดี
  7. ข้อเสีย
  8. ควรเริ่มใช้ตอนไหน ?
  9. วิธีใช้ที่ถูกต้อง
  10. เมื่อไหร่ที่ควรเลิกใช้ ?
  11. สรุป
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

จุกหลอกมีประโยชน์ถ้าใช้ถูกวิธี คือช่วยให้ทารกสงบ หลับง่ายขึ้น และการให้ดูดตอนนอนช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารก (SIDS) แต่ห้ามใช้แทนมื้อนม ห้ามคล้องเชือกรอบคอ และห้ามจุ่มน้ำหวาน ถ้าใช้นานหรือบ่อยเกินไปลูกอาจไม่ยอมดูดนมแม่ เสี่ยงหูชั้นกลางอักเสบ และฟันเรียงตัวผิดปกติ ควรรอให้การดูดนมแม่เข้าที่ก่อน (ราว 3–4 สัปดาห์) และค่อย ๆ เลิกก่อนอายุ 2–4 ปี

สารบัญ (13 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. จุกนมหลอก คืออะไร
  3. จำเป็นหรือไม่ ?
  4. เลือกจุกนมหลอกแบบไหนดี? หัวแบน หรือ หัวกลม ?
  5. จุกหลอก ดีไหม ? ข้อดี และข้อเสีย
  6. ข้อดี
  7. ข้อเสีย
  8. ควรเริ่มใช้ตอนไหน ?
  9. วิธีใช้ที่ถูกต้อง
  10. เมื่อไหร่ที่ควรเลิกใช้ ?
  11. สรุป
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    จุกหลอกช่วยให้ทารกสงบและหลับง่ายขึ้น และการให้ดูดตอนนอนช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตาย (SIDS)

  2. 02

    ถ้าลูกกินนมแม่ ควรรอให้การดูดนมแม่เข้าที่ก่อน ราว 3–4 สัปดาห์ และห้ามใช้แทนมื้อนม

  3. 03

    ห้ามผูกจุกหลอกกับเชือกหรือสายคล้องคอ และห้ามจุ่มน้ำหวานหรือน้ำผึ้ง

  4. 04

    เลือกแบบชิ้นเดียว แป้นกว้างมีรูระบายอากาศ และเปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อจุกแตกหรือชำรุด

  5. 05

    ใช้นานเกินอายุ 2–4 ปีอาจกระทบรูปปากและการเรียงตัวของฟัน ควรค่อย ๆ ลดการใช้

สินค้าที่พูดถึงในบทความ

  • Tommee Tippee จุกหลอก Breast-like 0–6 เดือน (แพ็ก 2)Tommee Tippee จุกหลอก Breast-like 0–6 เดือน (แพ็ก 2)
  • Tommee Tippee จุกหลอก Breast-like 6–18 เดือน (แพ็ก 2)Tommee Tippee จุกหลอก Breast-like 6–18 เดือน (แพ็ก 2)
  • Tommee Tippee จุกหลอก Ultra-light 0–6 เดือน (แพ็ก 2)Tommee Tippee จุกหลอก Ultra-light 0–6 เดือน (แพ็ก 2)

บทความแนะนำ :  ปัญหากวนใจ ลูกแหวะนมบ่อย เกิดจากอะไร รับมืออย่างไรดี

ทารกดูดจุกหลอกขณะนอน

จุกนมหลอก คืออะไร

จุกนมหลอก หรือ จุกนมปลอม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ให้กับทารก หรือเด็กเล็กเพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และไม่ร้องไห้งอแง มักทำจากวัสดุเช่นยางหรือซิลิโคน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือเพื่อช่วยลดความอยากดูดที่นิ้วมือของเด็ก อย่างไรก็ตาม การใช้จุกหลอกควรพิจารณาความเหมาะสม และประโยชน์ของการใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของทารก และเด็ก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อในหูชั้นกลาง หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพฟันของทารก

จำเป็นหรือไม่ ?

การใช้จุกนมหลอกไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องรีบตัดสินใจ เพราะมันมีทั้งข้อดี และข้อเสียที่ควรพิจารณาในการใช้งาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาตามสถานการณ์ และความต้องการของเด็กแต่ละคน

ดังนั้น การใช้จุกนมหลอกเป็นเพียงแค่การช่วยให้เด็กผ่อนคลาย การช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ และช่วยให้หลับสบายขึ้น แต่ก็ควรพิจารณาถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปัญหาในช่องปาก และฟัน การเกิดการติดเชื้อในหูชั้นกลาง การใช้ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้เด็กได้พัฒนา และเติบโตอย่างเหมาะสม

จุกหลอก ดีไหม จำเป็นหรือไม่

เลือกจุกนมหลอกแบบไหนดี? หัวแบน หรือ หัวกลม ?

การเลือกใช้ที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมันสามารถมีผลต่อการพัฒนาของเด็กได้โดยตรง ต่อไปนี้คือข้อคิดแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้จุกนมแบบหัวกลม หรือหัวแบน:

  1. แบบหัวกลม:

    • ข้อดี: มีลักษณะกลมมนเหมือนกับจุกขวดนมทั่วไป ทำให้เด็กที่ดูดนมจากขวดคุ้นเคยและยอมรับได้ง่าย
    • ข้อควรระวัง: ควรเลือกขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไป เพื่อป้องกันการสำลักน้ำลาย หรือการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  2. แบบหัวแบน:

    • ข้อดี: มีส่วนที่โค้ง และเว้า ทำให้รองรับการสบกันของฟันได้ดี และลดความเสี่ยงของการสำลักน้ำลาย หรือการอุดกั้นทางเดินหายใจของเด็ก
    • ข้อควรระวัง: จุกหลอกแบบนี้มักจะมีขนาดเล็ก อาจหลุดออกจากปากง่าย หากไม่ถูกตำแหน่งอย่างเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการร่วงลงพื้น และสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรีย

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรเลือกจุกหลอกแบบชิ้นเดียวที่แยกส่วนไม่ได้ จุกเป็นวัสดุนุ่ม และแป้นด้านนอกแข็งพอ มีรูระบายอากาศ และกว้างพอที่ลูกจะอมเข้าไปทั้งอันไม่ได้ (AAP แนะนำแป้นกว้างอย่างน้อยราว 1.5 นิ้ว) เลือกขนาดให้ตรงกับช่วงอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ และลองหลายทรงจนเจอแบบที่ลูกชอบ ตามคำแนะนำของ HealthyChildren.org (AAP) สามารถดูอุปกรณ์สำหรับลูกเล็กเพิ่มเติมได้ที่หมวด ของใช้เด็กแรกเกิด

จุกหลอก ดีไหม ? ข้อดี และข้อเสีย

ข้อดี

การใช้อาจมีข้อดีในด้านสุขภาพ และพัฒนาการของทารกได้ แต่ควรพิจารณาว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ และเด็กแต่ละคนหรือไม่ และควรหยุดการใช้งานตามคำแนะนำของแพทย์หากมีความเสี่ยงเกิดขึ้น หรือเมื่อเด็กเริ่มมีความสามารถดูด และกลืนของได้ด้วยตนเองได้ดีพอแล้ว ในขณะเดียวกัน ควรตรวจสอบ และระมัดระวังเสมอเมื่อใช้จุกหลอกเพื่อป้องกันการขัดข้องในการพัฒนาช่องปาก และฟันของทารก และอย่าให้จุกนมหลอกเป็นสิ่งที่เด็กพึงประสงค์ตลอดเวลา ดังนั้นควรใช้ในกรณีที่จำเป็น และเหมาะสมเท่านั้น

การใช้มีข้อดีหลายประการที่คุณควรพิจารณา:

  1. ช่วยปรับอารมณ์ลูกน้อย: ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสบาย มีความสุข  และผ่อนคลาย ทำให้ลูกน้อยหลับได้ง่าย และนานขึ้น

  2. ช่วยในการเบี่ยงเบนความสนใจ: การใช้ช่วยในการเบี่ยงเบนความสนใจของลูกน้อยในสถานการณ์ที่ต้องการความสนใจพิเศษ เช่น เวลาที่ต้องฉีดยา หรือเข้ารับการรักษา

  3. ป้องกันไม่ให้ทารกดูดนิ้ว: ช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะดูดนิ้วซึ่งอาจเป็นที่มาของเชื้อโรค และแบคทีเรีย

  4. ลดความเสี่ยงของโรคไหลตาย (SIDS): การใช้ขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงของโรคไหลตายในทารกได้

บทความแนะนำ : 5 วิธีแก้ปัญหาลูกชอบดูดนิ้ว ปัญหาใหญ่ขัดใจพ่อแม่ ข้อดีและข้อเสียของจุกหลอก

ข้อเสีย

การใช้จุกนมหลอกมีข้อเสียดังนี้:

  1. ทารกอาจไม่ยอมทานนมแม่: การใช้เป็นระยะเวลานาน หรือให้ในช่วงเวลาที่ลูกน้อยควรกินนมแม่อาจทำให้ทารกไม่ยอมทานนมแม่ได้ เนื่องจากมีความสนใจในการดูดจุกนมหลอกมากกว่า

  2. เสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูชั้นกลาง: อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความดันขณะการดูดจุกหลอก ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้เชื้อ และสารคัดหลั่งเข้าสู่หูชั้นกลางได้

  3. มีปัญหาต่อสุขภาพฟันของทารก: การใช้เป็นระยะเวลานาน หรือใช้มากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพฟันของทารก เช่น การขึ้นฟันผิดปกติ

  4. ลูกน้อยติดจุกนมหลอก: การให้ใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสมแต่ไม่จำเป็นอาจทำให้ลูกน้อยเกิดพฤติกรรมติดจุกได้

ควรพิจารณาคำแนะนำจากแพทย์ และพิจารณาความเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาด้านสุขภาพของทารกได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย

ควรเริ่มใช้ตอนไหน ?

เหมาะสำหรับเด็กทารกในช่วงอายุแรกเกิดถึงอายุ 1 ปี หรือ 2 ปี แต่ควรใช้โดยมีข้อความมีสองเป้าหมายหลักคือ:

  1. เมื่อเด็กอิ่มแล้วแต่ยังอยากดูด: ทารกบางคนมีความต้องการดูดสูงแม้จะอิ่มนมแล้ว จุกหลอกช่วยตอบสนองความต้องการนี้ได้ แต่ห้ามใช้แทนหรือเลื่อนมื้อนม ควรให้เฉพาะเมื่อแน่ใจว่าลูกไม่หิว

  2. ในช่วงเวลาที่สำคัญของการหลับ หรือสบาย: ใช้เมื่อเด็กต้องการผ่อนคลาย หรือช่วยในการหลับ อย่างไรก็ตาม หากลูกกินนมแม่ ควรรอให้การดูดนมแม่เข้าที่ก่อน ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์ (อ่านเพิ่มเติม วิธีให้นมลูกอย่างถูกวิธี) และลดการใช้เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย และการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต

จุกหลอกหัวกลมและหัวแบนหลายแบบ

วิธีใช้ที่ถูกต้อง

วิธีการใช้ต้องทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. สังเกตพฤติกรรมของเด็ก: สังเกตว่าเด็กอยากดูด หรือระงับความรู้สึกอย่างไร ดูด เพราะหิวนม หรือรู้สึกดี หรืออาจเป็นการระงับความรู้สึก หรือความเครียด

  2. ให้เด็กกินนมตามความต้องการ: หากเด็กดูด เพราะหิวนม ให้เด็กกินนมทันที ไม่ใช้จุกหลอกหลอกให้ลืมหิว

  3. เลิกใช้เมื่อเห็นสัญญาณ: หากเด็กเริ่มร้องไห้ หรือแสดงสัญญาณว่าไม่ต้องการจุกอีกต่อไป ให้หาวิธีปลอบหรือเบี่ยงเบนความสนใจด้วยวิธีอื่น เช่น อุ้มกอด โยกเบา ๆ ร้องเพลง อ่านนิทาน หรือเล่นของเล่นด้วยกัน ไม่ควรใช้หน้าจอ เช่น ทีวีหรือแท็บเล็ต เพราะ AAP แนะนำให้เลี่ยงสื่อหน้าจอในเด็กอายุต่ำกว่า 18–24 เดือน (ยกเว้นวิดีโอคอลกับครอบครัว)

  4. ลดการใช้ไปเรื่อย ๆ: ค่อย ๆ ลดการใช้เมื่อเด็กเริ่มหย่านม และสามารถเบี่ยงเบนความสนใจอื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเร่งเด็กให้เลิกใช้หากเด็กยังไม่พร้อม เพราะอาจทำให้เด็กหย่านมแล้วเริ่มดูดนิ้วแทน

  5. ไม่ควรใช้ตลอดเวลา: ควรใช้เมื่อเด็กจริง ๆ ต้องการ และไม่สบายตัวจริง ๆ เท่านั้น หากใช้ตลอดเวลาอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนา และการเรียนรู้ของเด็กได้

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามผูกจุกหลอกกับเชือก สายคล้องคอ ข้อมือ หรือผูกไว้กับเตียง เพราะเสี่ยงสายรัดคอจนเกิดอันตรายถึงชีวิต
  • ห้ามจุ่มจุกหลอกในน้ำหวาน น้ำผึ้ง หรือนมข้นหวาน เพราะทำให้ฟันผุ และน้ำผึ้งห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบโดยเด็ดขาด
  • ล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ ช่วง 6 เดือนแรกควรต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อบ่อย ๆ และไม่ใช้ปากผู้ใหญ่อมทำความสะอาดแทน
  • ตรวจจุกทุกครั้งก่อนใช้ ถ้ามีรอยแตก ฉีกขาด เหนียว หรือเปลี่ยนสี ให้ทิ้งและเปลี่ยนอันใหม่ทันที เพราะชิ้นส่วนที่หลุดอาจทำให้สำลักได้
  • เวลาให้ใช้ตอนนอน ไม่ต้องบังคับถ้าลูกไม่เอา และไม่ต้องใส่กลับเข้าปากเมื่อจุกหลุดระหว่างลูกหลับ

เมื่อไหร่ที่ควรเลิกใช้ ?

การเลิกใช้เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาของเด็ก หลายครอบครัวเริ่มลดการใช้ตั้งแต่ช่วงที่ลูกเริ่มหย่านม หรืออายุราว 1 ขวบเศษ เพราะเลิกได้ง่ายกว่าตอนโต ทั้งนี้ AAP ระบุว่าหากเด็กยังดูดจุกหลอกหรือดูดนิ้วอย่างแรงหลังอายุ 2–4 ปี อาจส่งผลต่อรูปปากและการเรียงตัวของฟัน จึงควรเลิกให้ได้ก่อนช่วงวัยนั้น

อย่างไรก็ตาม การเลิกใช้อาจเป็นข้อเสียทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นคุณแม่ควรให้ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเลิกใช้ โดยเริ่มจากการลดจำนวนเวลา หรือให้เด็กใช้เพียงในบางสถานการณ์เท่านั้น เช่น ก่อนนอน ในระหว่างนี้ คุณแม่สามารถส่งเสริมกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือความต้องการของเด็ก อาทิ เล่นเกม ร้องเพลง หรือการรับฟังเรื่องราว เป็นต้น

สรุป

การใช้จุกนมหลอกเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมันสามารถสร้างผลกระทบได้ในบางกรณี การใช้จุกนมหลอกอาจมีประโยชน์ในการเลี้ยงดู เช่น ช่วยปลอบลูกที่อิ่มแล้วแต่ยังอยากดูด ช่วยให้หลับง่ายขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายเมื่อใช้ตอนนอน แต่ไม่ควรใช้แทนมื้อนม และถ้าใช้นานเกินไปก็อาจกระทบการดูดนมแม่ หู และฟันได้ ดังนั้น ควรใช้อย่างปลอดภัยและเลิกตามวัย หากลูกร้องไห้งอแงมากผิดปกติ ลองอ่านเรื่องโคลิคและปรึกษากุมารแพทย์

บทความแนะนำ : วิธีปั๊มนม สำหรับคุณแม่มือใหม่ ปั๊มอย่างไรให้ถูกวิธี !

คำถามที่พบบ่อย

จุกหลอกควรเริ่มใช้ตอนกี่เดือน?

+

ใช้ได้ตั้งแต่ทารก แต่ถ้าลูกกินนมแม่ ควรรอให้การดูดนมแม่เข้าที่ก่อน ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์

ควรเลิกใช้จุกหลอกตอนไหน?

+

ควรเริ่มลดตั้งแต่ราว 1 ขวบเศษซึ่งเลิกได้ง่ายกว่า และเลิกให้ได้ก่อนอายุ 2–4 ปี โดยค่อย ๆ ลดเวลาใช้ แล้วใช้การกอด ร้องเพลง หรือเล่านิทานแทน

จุกหลอกทำให้ฟันเกไหม?

+

ถ้าเด็กยังดูดจุกหลอกแรง ๆ หลังอายุ 2–4 ปี อาจกระทบรูปปากและการเรียงตัวของฟัน จึงควรใช้เฉพาะตอนจำเป็นและเลิกตามวัย

ใช้สายคล้องจุกหลอกได้ไหม?

+

ห้ามผูกจุกหลอกกับเชือกหรือสายคล้องคอ ข้อมือ หรือเตียง เพราะเสี่ยงสายรัดคอจนเป็นอันตรายถึงชีวิต

จุกหลอกช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายจริงไหม?

+

จริง การให้ทารกดูดจุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารก (SIDS) ได้ แต่ไม่ต้องบังคับ และไม่ต้องใส่กลับเข้าปากถ้าจุกหลุดออกระหว่างที่ลูกหลับแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. WebMDPros and cons of using a pacifier
  2. Mayo ClinicPacifiers
  3. ImoiPacifiers for children advantages and disadvantages
  4. BabyCenterPacifiers pros cons and smart ways to use them
  5. HealthyChildren.org (AAP)Pacifiers and Thumb Sucking

บทความที่เกี่ยวข้อง

e3021 3 blog 1
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย ตอนที่คุณยังเด็ก คุณสนุกกับการเล่นสวมบทบาทสมมติใช่ไหม? จินตนาการว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิง

24 มิ.ย. 25676 นาที
คุณแม่อุ้มลูกแรกเกิดรอฉีดวัคซีนที่คลินิกเด็ก

วัคซีนเด็กแรกเกิด มีอะไรบ้าง ตารางวัคซีนพื้นฐานล่าสุด ที่พ่อแม่ต้องรู้

สรุปตารางวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีด และการดูแลหลังฉีดวัคซีน

23 พ.ค. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนกับลูกน้อยที่บ้าน

7 ภาวะหลังคลอด มีอะไรบ้าง? ที่คุณแม่ควรรับมือ

การอุ้มท้องลูกน้อย คนเป็นแม่อาจจะคิดว่าคงเป็นอะไรที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมไปว่าหลังคลอด ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะหลังการคลอด คุณแม่มักจะเจอกับอาการที่เรียกว่า "ภาวะหลังคลอด"

15 พ.ค. 25674 นาที