สำหรับคนที่มีลูกน้อย เมื่อลูกเริ่มเติบโตขึ้น ก็จะเจอพัฒนาการต่างๆ แต่จะมีพัฒนาการนึงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอพฤติกรรม นั่นคือ "การดูดนิ้ว" ซึ่งคุณพ่อคุณแม่กำลังกลุ้มใจ เพราะการดูดนิ้วของเด็ก อาจมีผลกับฟัน หรือหน้า และการติดในระยะยาว ในบทความนี้ ABC THE BABY อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ลูกน้อยของคุณหมดปัญหาการชอบดูดนิ้ว เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เห็นผลจริง
ทำไมเด็กน้อยต้องดูดนิ้ว?
เด็กน้อยที่ดูดนิ้วมักเป็นเรื่องปกติในขณะที่พัฒนาการทางจิตใจและร่างกายกำลังเกิดขึ้น การดูดเป็นรีเฟล็กซ์ตามธรรมชาติที่ทารกมีมาตั้งแต่ในครรภ์ และช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัย สงบ และผ่อนคลาย โดยเฉพาะเวลาง่วง เหนื่อย หรือกังวล เด็กส่วนใหญ่จะค่อย ๆ เลิกดูดนิ้วได้เองเมื่อโตขึ้น ตามข้อมูลของ HealthyChildren.org (AAP) อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่มีความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมดูดนิ้ว ควรพิจารณาการติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำปรึกษาและแนวทางการจัดการ
เด็กดูดนิ้วทำให้เกิดผลเสียอย่างไร ?
การดูดนิ้วของเด็ก คุณพ่อและคุณแม่หลายๆคน อาจมองว่าจะไม่มีข้อดีบ้างเลยหรือ? จริงๆแล้ว เหรียญมักมีสองด้านเสมอ แค่การดูดนิ้วของเด็กน้อยนั้นมีข้อเสียมากกว่าเท่านั้นเอง โดยจะส่งผลเสียดังนี้
- ปัญหาทางฟัน: การดูดนิ้วมากๆ หรือในระยะเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาทางฟัน เช่น ฟันทับกัน, ฟันซ้อน หรือไม่ตรงตามแนว นี้อาจทำให้ต้องมีการรักษาทางทันตกรรมในภายหลัง
- ผลกระทบทางสังคม: การดูดนิ้วอาจทำให้เกิดปัญหาทางสังคม คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวเด็ก แต่ถ้าไม่หาวิธีช่วยให้เด็กค่อย ๆ เลิกดูดนิ้วเมื่อโตขึ้น อาจติดเป็นนิสัยในระยะยาวได้ ทั้งนี้อาจมีปัญหาในเรื่องของการคบหากับเพื่อนร่วมวัยและการรับรู้จากสิ่งแวดล้อมได้
- ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ: การดูดนิ้วอาจเป็นทางเข้าที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อมือไม่สะอาด
เมื่อไหร่ถึงควรที่จะเริ่มกังวลการดูดนิ้วของลูก
การดูดเป็นพฤติกรรมปกติที่พบได้ทั่วไปในเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 2 ขวบ แต่ถ้าหากฟันเด็กมีปัญหา หรือ หากเด็กอายุเกิน 3 ขวบแล้วยังไม่เลิกดูดนิ้ว ผู้ปกครองควรเริ่มปรึกษาทันตแพทย์ เพราะสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ระบุว่าการดูดนิ้วต่อเนื่องหลังฟันแท้เริ่มขึ้นอาจกระทบการเรียงตัวของฟันและเพดานปาก โดยเฉพาะเด็กที่ดูดแรง
5 วิธีแก้ปัญหาลูกชอบดูดนิ้ว
1. ทำความเข้าใจกับการดูดนิ้วของลูกน้อย
การจะทำความเข้าใจระหว่างคุณพ่อและคุณแม่กับลูกน้อย เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก โดยต้องใช้ความอ่อนโยน อย่างเช่น ถ้าคุณพ่อและคุณแม่การเอานิ้วออกจากปากลูกน้อย ต้องใช้ความนุ่มนวล และพูดคุยให้เข้าใจผ่านการสื่อสารกับลูกน้อย
2. อย่าใช้อารมณ์ เมื่อลูกดูดนิ้ว
เมื่อลูกดูดนิ้ว คุณพ่อและคุณแม่พยายามอย่าใช้อารมณ์ เมื่อลูกดูดนิ้ว เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกเครียด และอาจทำให้เด็กรู้สึกต่อต้าน ดังนั้นควรใช้การสื่อสารและความใจเย็นนั่นเอง ลองชมเชยเมื่อลูกไม่ดูดนิ้ว หรือทำตารางสติกเกอร์ให้รางวัลเล็ก ๆ ได้ผลดีกว่าการดุหรือการลงโทษ (อ่านเพิ่มเติม: 2 วิธีคุยกับลูก สร้างการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว)
3. ดึงดูดความสนใจลูกไปที่อื่น
เมื่อสังเกตว่าลูกเริ่มจะดูดนิ้ว ควรดึงดูดความสนใจของลูกด้วยกิจกรรมอย่างอื่น เช่น เล่านิทาน เล่นของเล่นที่ต้องใช้สองมือ เพื่อที่ทำให้ลูกรู้สึกโฟกัสอย่างอื่นมากกว่าการดูดนิ้ว
4. ทำความสะอาดนิ้วลูกเป็นประจำ
การทำความสะอาดมือลูกไม่ใช่วิธีหยุดการดูดนิ้ว แต่การหมั่นล้างมือและตัดเล็บให้สั้นช่วยให้แน่ใจว่ามือสะอาด ไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย หลีกเลี่ยงเชื้อโรคนั่นเอง
5. พาลูกน้อยไปปรึกษาทันตแพทย์
อย่างที่กล่าวไว้ เมื่อลูกน้อยมีอายุมากขึ้น แต่ยังไม่เลิกดูดนิ้ว ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของฟัน ดังนั้นควรพาลูกน้อยไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและวางแผนแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน
ABC THE BABY หวังว่าบทความนี้จะช่วยแก้ปัญหาลูกชอบดูดนิ้ว ของคุณพ่อและคุณแม่ได้บ้าง แต่อย่าเครียดมากนัก เพราะ "การดูดนิ้ว" ลูกไม่ใช่พฤติกรรมที่ร้ายแรงนัก เป็นธรรมชาติที่ผู้ปกครองและเด็กต้องเจอ มีบางเหตุที่ต้องห่วงคือสุขภาพฟันของลูกน้อยนั่นเอง สำหรับครอบครัวที่ลังเลระหว่างจุกหลอกกับการดูดนิ้ว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ จุกหลอก ดีไหม? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกให้เหมาะกับวัย


