อาการสะอึกเกิดจากกล้ามเนื้อกะบังลม (กล้ามเนื้อแผ่นใหญ่ใต้ปอด) หดเกร็งขึ้นมาเองเป็นจังหวะ ทำให้สายเสียงปิดลงทันทีจนเกิดเสียง "ฮึก" ลูกสะอึกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในทารกและเด็กเล็ก ทารกบางคนสะอึกได้ตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ และหลังคลอดก็อาจสะอึกได้วันละหลายครั้ง โดยเฉพาะระหว่างหรือหลังกินนม
ข่าวดีคือการสะอึกในทารกส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย ไม่ทำให้ลูกเจ็บ และมักหายไปเองภายในไม่กี่นาที บทความนี้จะอธิบายสาเหตุที่พบบ่อย วิธีบรรเทาที่ปลอดภัย สิ่งที่ไม่ควรทำ และอาการแบบไหนที่ควรพาลูกไปพบแพทย์
สาเหตุที่ลูกสะอึก
ในทารก การสะอึกมักเกี่ยวข้องกับการกินนมและลมในกระเพาะ ซึ่งไปกระตุ้นกะบังลมที่อยู่ติดกัน (ข้อมูลจาก Cleveland Clinic) สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- กินนมเร็วหรือมากเกินไป: กระเพาะที่ขยายตัวเร็วจะไปดันกะบังลม ทำให้สะอึกระหว่างหรือหลังกินนม
- กลืนลมเข้าไประหว่างดูดนม: เช่น ลูกงับเต้าไม่ลึก จุกนมไหลเร็วหรือช้าเกินไป หรือขวดนมเอียงจนมีอากาศในจุก
- ร้องไห้นาน ๆ: การร้องไห้ทำให้ลูกกลืนลมเข้าไปมากขึ้น
- กรดไหลย้อน: ทารกบางคนที่สะอึกบ่อยร่วมกับแหวะนมมาก อาจมีภาวะกรดไหลย้อน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อาการกรดไหลย้อนในเด็กทารก
- ไม่มีสาเหตุชัดเจน: หลายครั้งลูกสะอึกโดยไม่มีสาเหตุที่ระบุได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
ลูกสะอึก อันตรายไหม
โดยทั่วไปการสะอึกในทารกไม่เป็นอันตราย ไม่รบกวนการหายใจ และลูกส่วนใหญ่ไม่รู้สึกทรมาน หลายคนยังกินนมหรือหลับต่อได้ตามปกติ อาการจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อลูกโตขึ้น
ควรพาลูกไปพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย
- สะอึกบ่อยร่วมกับแหวะนมหรืออาเจียนมาก ร้องกวนหรือแอ่นตัวหลังกินนม
- สะอึกจนรบกวนการกินนมหรือการนอน หรือน้ำหนักขึ้นน้อย
- หายใจลำบาก หายใจเสียงดัง หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
- สะอึกต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงไม่หยุด
วิธีแก้ลูกสะอึก
ส่วนใหญ่การสะอึกจะหายไปเองโดยไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าลูกสะอึกบ่อยหรือคุณแม่อยากช่วยให้ลูกสบายตัวขึ้น ลองใช้วิธีที่ปลอดภัยเหล่านี้
1. หยุดพักแล้วจับลูกเรอ
ถ้าลูกสะอึกระหว่างกินนม ให้หยุดพักแล้วอุ้มลูกพาดบ่าหรือนั่งบนตัก ประคองคางและอก แล้วลูบหรือตบหลังเบา ๆ ให้เรอ การจับเรอระหว่างมื้อ เช่น ตอนเปลี่ยนข้างเต้าหรือทุกครั้งที่ลูกกินนมไปได้ครึ่งหนึ่ง ช่วยไล่ลมออกจากกระเพาะได้
2. ปรับวิธีให้นม
ให้นมก่อนที่ลูกจะหิวจัดจนร้องไห้ เพราะเด็กที่หิวมากจะดูดเร็วและกลืนลมมาก จัดท่าให้ศีรษะสูงกว่าท้อง ให้ลูกงับเต้าให้ลึกถึงลานนม (ดู วิธีให้นมลูกให้ถูกวิธี) ถ้าใช้ขวดนม ให้เลือกจุกที่อัตราไหลเหมาะกับวัยและเอียงขวดให้น้ำนมเต็มจุกเสมอ
3. อุ้มลูกตัวตั้งตรงหลังกินนม
หลังกินนม อุ้มลูกในท่าตัวตั้งตรงสักพัก ช่วยให้ลมออกได้ง่ายขึ้นและลดการแหวะนม หากลูกแหวะนมบ่อย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ลูกแหวะนมบ่อยเกิดจากอะไร
4. ให้ลูกดูดจุกนมหลอก
สำหรับลูกที่ใช้จุกนมหลอกอยู่แล้ว การดูดอาจช่วยให้กะบังลมผ่อนคลายและหยุดสะอึกได้ในบางคน แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน (ข้อดีข้อเสียของ จุกหลอก)
5. รอให้หายเอง
ถ้าลูกไม่ได้งอแงหรือดูไม่สบาย ปล่อยให้สะอึกหายเองได้เลย ส่วนใหญ่จะหยุดเองภายในไม่กี่นาที ไม่จำเป็นต้องปลุกหรือรบกวนลูกที่หลับอยู่
ข้อควรระวัง: ไม่ควรให้ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เพื่อแก้สะอึก ห้ามให้น้ำผึ้งหรือน้ำตาลกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ห้ามทำให้ลูกตกใจ ดึงลิ้น กดกระหม่อม หรือเขย่าตัวลูก ไม่ควรนวดลูกด้วยน้ำมันหอมระเหยหรือจุดเทียนใกล้ลูก เพราะอาจระคายเคืองผิวและทางเดินหายใจ และเสี่ยงไฟไหม้ การแปะกระดาษหรือด้ายที่หน้าผากไม่มีหลักฐานว่าช่วยได้และอาจหลุดเข้าปากจนสำลัก หากลูกสะอึกขณะหลับ ยังคงให้ลูกนอนหงายบนที่นอนแน่นตามหลักการนอนที่ปลอดภัย
สรุป
ลูกสะอึกเป็นเรื่องปกติที่พบบ่อยในทารก ส่วนใหญ่เกิดจากการกินนมเร็ว กินมาก หรือกลืนลมเข้าไป และมักหายเองภายในไม่กี่นาทีโดยไม่เป็นอันตราย วิธีช่วยที่ปลอดภัยคือหยุดพักจับเรอ ปรับท่าและจังหวะการให้นม อุ้มตัวตั้งตรงหลังกิน และรอให้หายเอง ส่วนวิธีตามความเชื่อที่อาจไม่ปลอดภัย เช่น ให้ดื่มน้ำในทารกเล็ก ทำให้ตกใจ หรือใช้น้ำมันหอมระเหย ควรหลีกเลี่ยง หากลูกสะอึกบ่อยร่วมกับอาเจียน งอแงมาก หายใจลำบาก หรือกินนมได้น้อย ควรปรึกษากุมารแพทย์ (ดูข้อมูลเรื่องกรดไหลย้อนในทารกจาก NHS)
สำหรับคุณแม่มือใหม่ท่านไหน ที่กำลังหาทางรับมือกับการดูแลลูกน้อย ABCTHEBABY เรารวบรวมทริคคู่มือสำหรับคุณแม่ไว้ให้แล้ว คลิ๊ก!


