แน่นอนว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของลูก คำพูดแรกของลูก หรือครั้งแรกที่ลูกกินอาหารจนหมดมื้อ แต่ก็ยังมีเป้าหมายทางสังคมบางอย่างที่ลูกหลานเราจะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ นั่นคือ "Teamwork" หรือ ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
teamwork เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญมาก หมายถึงการทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมทางสังคมทั่วๆ ไป เช่น ที่โรงเรียน การเล่นกีฬา และที่ทำงาน การรู้จักความร่วมมือกับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าสังคมของมนุษย์
จึงมีความจำเป็นที่เด็กควรเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นตั้งแต่เนิ่นๆ โดยผ่านขั้นตอนเฉพาะของการพัฒนาในเด็ก นั่นคือ การเล่นเป็นกลุ่ม
การเล่นเป็นกลุ่มคืออะไร?
การให้ความร่วมมือ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันความรับผิดชอบ ดังนั้น การเล่นเป็นกลุ่ม คือการที่เด็กเล่นและให้ความร่วมมือกับผู้อื่นไปด้วย เพื่อเป้าหมายหรือจุดประสงค์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการชนะเป็นทีม หรือได้รับรางวัล

ก่อนที่ลูกหลานจะไปถึงขั้นนี้ พวกเขาต้องก้าวผ่านขั้นตอนการเล่นก่อนหน้านี้ก่อน ในช่วงสองสามปีแรกของชีวิต เด็กๆ จะเล่นร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องรับรู้เหตุผล หรือโต้ตอบอะไรที่ซับซ้อนของการเล่นเป็นกลุ่ม
เด็กวัย 3 ขวบมีแนวโน้มที่จะรู้จักเล่นกับผู้อื่น และในช่วงอายุ 4 - 5 ขวบ เขามีส่วนร่วมกับการเล่นแบบกลุ่มมากขึ้น เพราะพร้อมที่จะแบ่งปันของเล่น และเข้าใจถึงความสำคัญของการรวมกลุ่ม
เมื่อเด็กๆ ร่วมมือกัน พวกเขามีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในเชิงบวกมากขึ้น และมีทักษะในการหาเพื่อน และเป็นเพื่อนที่ดีขึ้น พ่อแม่และครูสามารถช่วยลูกหลานพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงทางสังคมในเชิงบวกได้ โดยการสอนและส่งเสริมการเข้ากลุ่มในการเล่นตั้งแต่เนิ่นๆ
วิธีส่งเสริมการเข้ากลุ่ม ได้แก่...
ในฐานะผู้ปกครอง เราควรสร้างครอบครัวให้เป็น teamwork family ตั้งแต่การทำอาหารไปจนถึงการซื้อของ แบ่งงานกันทำ และแสดงให้เห็นว่าครอบครัวจะได้รับประโยชน์จากการทำงานร่วมกันได้ยังไง การมีส่วนร่วมกับลูกในงานบ้านจะส่งเสริมให้เขาสร้างรูปแบบการทำงานเป็นทีมในขั้นต้น
นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถส่งเสริมการเล่นเป็นกลุ่มได้ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์และกิจกรรมที่เน้นเรื่องการแบ่งปันได้ดังต่อไปนี้ รับรองว่าเด็กๆ จะค่อยๆ เริ่มเรียนรู้วิธีโต้ตอบกับผู้อื่น ลองมาทำตามคำแนะนำ และเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นกับลูกกันเถอะ
1. ทำอาหารด้วยกัน
เด็กๆ ชอบทำอาหารร่วมกับพ่อแม่ เพราะกิจกรรมทำอาหารกลุ่มเล็กๆ เป็นวิธีที่สนุกในการแบ่งงานและฝึกฝนทักษะการทำงานร่วมกัน เนื่องจากต้องกำหนดบทบาทให้เด็กแต่ละคน ตวงแป้ง นับจำนวนไข่ เทนม หรือคนให้เข้ากัน เราต้องปล่อยให้เด็กเข้าใจว่าความพยายามแต่ละอย่างของพวกเขามีความสำคัญในการก้าวไปสู่ขั้นต่อไปของการทำอาหารมื้อนี้ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่างานของเขามีประโยชน์สำหรับเป้าหมายสูงสุด: นั่นคือ อาหารค่ำสำหรับครอบครัว!
ข้อควรระวัง: ผู้ใหญ่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในครัว ให้เด็กเล็กทำงานที่ไม่ใช้ความร้อนหรือของมีคม เช่น ล้างผัก ฉีกผักสลัด ตวงแป้ง หรือคนส่วนผสมในชาม ให้อยู่ห่างจากเตาและของร้อน หันด้ามกระทะเข้าด้านในเตา งานหั่นและงานใช้เตาเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ และไม่ให้ชิมแป้งหรือไข่ดิบ (Kitchen Safety – AAP, Cooking with Your Children – AAP)
2. ต่อ Puzzle
นอกจากความสนุกแล้ว การหาชิ้นส่วนปริศนากับผู้อื่นยังต้องอาศัยความร่วมมือและการสื่อสารแบบสุดๆ เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะการเข้าสังคม ตั้งแต่การแก้ไขชิ้นที่ผิดช่อง ไปจนถึงการขอความช่วยเหลือในการค้นหาชิ้นส่วนอื่นๆ เด็กๆ จะได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญขณะที่เล่นเป็นทีม

เราสามารถจำลองทักษะทางสังคมด้วยการไขปริศนากับลูกๆ ตัวอย่างเช่น การประกอบปริศนาระบบสุริยะจักรวาล Solar System Puzzle เราสามารถใช้คำพูดดีๆ สุภาพๆ ขอชิ้นส่วน หรือแนะนำกลยุทธ์ในการไขปริศนาแสนสนุกนี้ ซึ่งมีชิ้นส่วนดาวเคราะห์สุดน่ารัก ดวงอาทิตย์มีแสงไฟ LED และโปสเตอร์ที่มีชื่อดาวเคราะห์ทั้งหมด
เผลอๆ ลูกแทบเข้าสังคมได้ง่ายโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรมากเลยล่ะ
3. เล่นสวมบทบาท
การแสดงบทบาทสมมติเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสอนเรื่องการให้ความร่วมมือ ในระหว่างที่แบ่งบทบาทหน้าที่ที่เฉพาะเจาะจง และค่อนข้างสมจริงให้สมบูรณ์ บทบาทสมมติมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก นั่นคือ ช่วยให้พวกเขาพัฒนาความเห็นอกเห็นใจและมีจินตนาการที่เป็นอิสระ นั่นกระตุ้นให้เขาเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ และหาทางแก้ไขโดยการเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ระหว่างที่เล่นอยู่นี้ (อ่านเพิ่ม: ทำไมลูกน้อยจึงชอบเล่นบทบาทสมมติ)
ลองเล่นสวมบทบาทเป็นนายช่างใหญ่ สร้างบ้านสัตว์เลี้ยงด้วยชุดโต๊ะเครื่องมือช่างของเล่น (อ่านเพิ่ม: ของเล่นเครื่องมือช่างส่งเสริมให้เด็กเข้าใกล้วิทยาศาสตร์) ก็ช่วยให้นายช่างตัวน้อยสามารถแบ่งปันไอเดียที่ยิ่งใหญ่ และแบ่งงานต่างๆ กับเพื่อนๆ พี่น้อง เช่น ฉันจะไขน็อต ให้เพื่อนช่วยจับชิ้นไม้ให้แน่น เพื่อต่อโครงบ้านนี้ขึ้น เป็นต้น โต๊ะชุดช่างที่มีพื้นที่ให้เด็กหลายคนช่วยกันเล่นพร้อมกัน จะส่งเสริมการทำงานเป็นทีมได้ดีเยี่ยม!

4. จัดสวน
อีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุก และได้ความรู้สำหรับการทำงานเป็นทีมคือ การทำสวน ลองชวนลูกๆ สนุกไปกับการปลูกดอกไม้กันดู!
ในขณะที่เราจัดสวน ปลูกต้นไม้ เด็กๆ สามารถมีหน้าที่รับผิดชอบเล็กๆ น้อยๆ ได้ เช่น การขุดหลุม การเพาะเมล็ด และการรดน้ำ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เขารู้จักการให้ความร่วมมือ และความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เช่น กำหนดวันรดน้ำต้นไม้ หรือต้องกวาดใบไม้เมื่อมันร่วงลงพื้นเยอะๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีเพื่อนคุยมีเพื่อนช่วยทำสวนไปด้วย มันสนุกกว่าเยอะ! อย่าลืมให้ลูกสวมถุงมือ ล้างมือหลังทำสวน และเก็บปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงให้พ้นมือเด็ก
เด็กๆ สามารถเรียนรู้ว่าการแบ่งปันงาน และความพยายามทำงานกับผู้อื่นผ่านการเล่นของเขา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ดีในการสอนลูกเรื่องทักษะการเข้าสังคมในอนาคต (ดูไอเดียเพิ่มเติม: 4 ของเล่นช่วยให้เด็กๆ มีเพื่อน) คุณล่ะ เริ่มกิจกรรมอะไรเพื่อสอนลูกๆ การทำงานเป็นทีมดี?
หากคุณกำลังมองหาของเล่นเสริมพัฒนาการชั้นเยี่ยมสักชิ้น ‘Hape’ (ฮาเป้) คือตัวเลือกที่ดี เพราะมีของเล่นไม้มากมายที่ตอบโจทย์พัฒนาการของเด็กทุกช่วงวัย
ออกแบบอย่างใส่ใจถึงการเรียนรู้ในเด็ก ได้ฝึกทักษะที่สำคัญอย่างเช่น การมอง การฟัง การสังเกต การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การคิดแก้ปัญหา จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังส่งเสริมองค์ความรู้เชิงวิชาการแบบองค์รวม (STEAM)
ด้วยดีไซน์และวัสดุที่คงทนแข็งแรง เน้นเสริมสร้างพัฒนาการแก่เด็กๆ และคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ ใช้สีที่ปลอดสารพิษ (non-toxic) และไม้ที่ผ่านการรับรอง FSC มีอายุการใช้งานยาวนาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Hape จึงเป็นแบรนด์ของเล่นไม้ระดับโลกที่ได้รับรางวัลด้านของเล่นจากหลายเวที และมีระบบการผลิตที่อ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น ICTI, ISO 14001 และ ISO 9001
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันในครอบครัว เพราะที่ใดมีความรัก ที่นั่นคือบ้านที่สมบูรณ์
Hape Thailand
Love Play Learn
🌐: ดูสินค้าทั้งหมด ของเล่น Hape ทั้งหมด
ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นดีๆ FB : Hape Thailand


