หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. การเลี้ยงลูก
  4. วิธีป้อนยาลูก กินยายาก ทำอย่างไรดี? วิธีป้อนยาที่ถูกต้อง
  • การเลี้ยงลูก

วิธีป้อนยาลูก กินยายาก ทำอย่างไรดี? วิธีป้อนยาที่ถูกต้อง

23 ก.ย. 2566อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 6 นาที
คุณแม่ป้อนยาน้ำลูกด้วยไซริงค์

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. วิธีป้อนยาลูก กินยายาก ทำอย่างไรดี?
  3. การใช้ท่าทางในการป้อนยา
  4. การหลอกล่อลูกน้อย
  5. วิธีการบอกความปลอดภัยในการป้อนยา
  6. สรุป
  7. คำถามที่พบบ่อย
  8. แหล่งอ้างอิง

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

ป้อนยาลูกที่กินยายากให้ได้ผล เริ่มจากตรวจว่ายาถูกต้องตามคำสั่งแพทย์และยังไม่หมดอายุ ตวงยาด้วยไซริงค์หรือถ้วยตวงที่ให้มากับยา ไม่ใช้ช้อนในครัว อุ้มลูกในท่ากึ่งนั่งแล้วหยดยาเข้ากระพุ้งแก้มทีละน้อย ไม่ป้อนขณะนอนราบ ห้ามแบ่งหรือผสมยาเองโดยไม่ถามเภสัชกร ไม่บอกลูกว่ายาคือขนม และเก็บยาให้พ้นมือเด็ก

สารบัญ (8 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. วิธีป้อนยาลูก กินยายาก ทำอย่างไรดี?
  3. การใช้ท่าทางในการป้อนยา
  4. การหลอกล่อลูกน้อย
  5. วิธีการบอกความปลอดภัยในการป้อนยา
  6. สรุป
  7. คำถามที่พบบ่อย
  8. แหล่งอ้างอิง

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    ตรวจชื่อยา สภาพบรรจุภัณฑ์ และวันหมดอายุก่อนป้อนยาทุกครั้ง

  2. 02

    ตวงยาด้วยไซริงค์หรือถ้วยตวงที่ให้มากับยา ไม่ใช้ช้อนในครัว

  3. 03

    อุ้มลูกในท่ากึ่งนั่งและหยดยาเข้ากระพุ้งแก้มทีละน้อย ไม่ป้อนขณะนอนหงายราบ

  4. 04

    ห้ามแบ่ง บด หรือผสมยากับอาหารหรือน้ำผลไม้เอง หากเภสัชกรยังไม่ยืนยัน

  5. 05

    ไม่บอกว่ายาคือขนม และเก็บยาไว้ในที่สูงหรือตู้ล็อกให้พ้นมือเด็ก

วิธีป้อนยาลูก กินยายากอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่ไม่ต้องกังวล! ในบทความนี้เราจะกล่าวถึง วิธีการป้อนยา และรวมถึงความปลอดภัย ท่าทางในการป้อนยาลูกน้อยอีกด้วยค่ะ

บทความแนะนำ : เตรียมของใช้ทารกแรกเกิด ก่อนพาออกนอกบ้าน ต้องมีอะไรบ้าง?

แม่ป้อนยาน้ำให้ลูกน้อย

วิธีป้อนยาลูก กินยายาก ทำอย่างไรดี?

เตรียมพร้อมก่อนป้อนยา

การป้อนยาให้ลูกที่มีปัญหาในการกินยายาอาจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนได้ ซึ่งการเตรียมพร้อมก่อนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การป้อนยาเป็นไปได้ด้วยความราบรื่น ดังนั้น เรามีขั้นตอนการเตรียมพร้อมที่สำคัญ เพื่อช่วยให้ลูกกินยาได้ง่ายขึ้น

  • เราควรเตรียมยาล่วงหน้าก่อนที่จะป้อนให้ลูก ในกรณีที่รับยาจากหมอ หรือเภสัชกร ควรตรวจสอบโดยใช้กล่องยาที่มีป้ายชื่อของยา  และตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพที่ดี และไม่มีความเสียหาย เช่น ยาที่ห่อซีลพลาสติกปิดสนิท หรือดูวันหมดอายุของยาชนิดนั้น

นอกจากนี้ เราควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น น้ำดื่ม ไซริงค์ป้อนยาหรือถ้วยตวงยาที่ให้มาพร้อมยา และผ้าเช็ดปาก เพื่อให้สะดวกและปลอดภัยในการป้อนยาให้ลูก

อุปกรณ์ที่จำเป็นการใช้งาน
น้ำให้ลูกดื่มตามหลังกินยา (สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนทารกที่เล็กกว่านั้นให้กินนมตามได้)
ไซริงค์ป้อนยา หรือถ้วยตวงยาใช้ตวงปริมาณยาให้ตรงตามฉลากหรือคำสั่งแพทย์ ไม่ใช้ช้อนกินข้าวหรือช้อนชาในครัว เพราะขนาดไม่เท่ากัน
ผ้าเช็ดปากใช้เช็ดยาที่ไหลเลอะรอบปาก ไม่ใช้ปิดปากหรือบีบจมูกลูก เพราะเสี่ยงสำลัก
เตรียมยาและอุปกรณ์ตวงยาก่อนป้อนลูก

วิธีป้อนยาลูกน้อย

การป้อนยาให้ลูกน้อยอาจเป็นอะไรที่ยากที่สุดในการเลี้ยงลูก ลูกน้อยอาจไม่ชอบรสยา หรือแม้แต่การจับตัวท่านั่งในขณะที่กินยา แต่ไม่ต้องห่วง เพราะยังมีวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้อนยาให้ลูกน้อยได้ ดังนี้

  1. ถามแพทย์หรือเภสัชกรว่ามียาชนิดเดียวกันในรูปแบบหรือรสชาติที่ลูกรับได้ง่ายกว่าหรือไม่ เช่น ยาน้ำแทนยาเม็ด
  2. ใช้ไซริงค์ค่อย ๆ หยดยาเข้าที่กระพุ้งแก้มด้านใน ทีละน้อย รอให้ลูกกลืนก่อนหยดต่อ ไม่ฉีดตรงเข้าคอ
  3. ห้ามแบ่ง หัก บด หรือผสมยากับอาหาร นม หรือน้ำผลไม้เอง หากเภสัชกรยังไม่ยืนยันว่าทำได้ เพราะยาบางชนิดจะเสียฤทธิ์หรือออกฤทธิ์เร็วเกินไป และถ้าผสมในขวดนมหรือแก้วใหญ่ ลูกอาจกินไม่หมดจนได้ยาไม่ครบ

แม้ว่าการป้อนยาให้ลูกน้อยอาจเป็นที่ยากลำบากแต่อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดคือให้ลูกไม่รู้สึกกลัวการกินยา แต่ไม่ควรบอกลูกว่ายาคือขนม เพราะลูกอาจแอบหยิบยากินเองจนได้ยาเกินขนาด

ป้อนยาลูกด้วยช้อนตวงยา

การใช้ท่าทางในการป้อนยา

ในส่วนนี้จะอธิบายถึงท่าทางที่ใช้ในการป้อนยาให้ลูก โดยมีเทคนิค และท่าทางที่จะเป็นประโยชน์ในการช่วยให้ลูกกินยาได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น

เมื่อป้อนยาให้ลูกควรใส่ใจในการเลือกท่าทางที่เหมาะสมกับเด็ก เพราะการใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ลูกไม่สะดวก  หรือไม่พอใจ ดังนั้นควรทดลองหลายท่าทางเพื่อหาวิธีที่เหมาะสม และมีผลดีสำหรับลูก

ด้านล่างเป็นการแสดงตัวอย่างท่าทางที่ใช้ในการป้อนยาลูก ดังนี้

  • ทารกและเด็กเล็ก: อุ้มลูกไว้บนตักในท่ากึ่งนั่ง ให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว ประคองศีรษะไว้ แล้วหยดยาเข้ากระพุ้งแก้ม
  • เด็กที่นั่งได้มั่นคง: ให้นั่งตัวตรงบนตักหรือเก้าอี้ แล้วป้อนด้วยไซริงค์หรือถ้วยตวงยา
  • ไม่ควรป้อนยาขณะลูกนอนหงายราบ ร้องไห้หนัก หรือดิ้นแรง เพราะเสี่ยงสำลัก หากลูกสำลักจนหายใจไม่ได้ อ่านวิธีปฐมพยาบาลเมื่อสิ่งแปลกปลอมติดคอเด็ก และโทร 1669

ท่าทางในการป้อนยาลูกอาจแตกต่างกันไปตามอายุ และความสามารถของลูก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ และแนวทางการป้อนยาที่เหมาะสมสำหรับลูกของคุณ

ท่าทางการป้อนยาให้ลูกในท่านั่ง

การหลอกล่อลูกน้อย

การให้ยาลูกน้อยอาจเป็นทางที่ยากมากสำหรับบางพ่อ และแม่ แต่คุณสามารถทำให้น่าสนุก และน่าสนใจมากขึ้นได้ ด้วยการใช้ยามีรสชาติที่น่าสนใจ

สำหรับลูกที่ไม่ชอบรสยา ให้ถามเภสัชกรก่อนว่ายาตัวนั้นกินร่วมกับอาหารหรือเครื่องดื่มใดได้บ้าง หากเภสัชกรอนุญาต อาจผสมกับอาหารอ่อนเพียงช้อนเล็ก ๆ ที่ลูกกินหมดได้ในคำเดียว หรือให้ลูกดื่มน้ำหรือกินนมตามหลังกินยาเพื่อกลบรส

นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิคอื่นๆ เพื่อช่วยให้ลูกให้ความร่วมมือ โดยไม่ทำให้ยากลายเป็นของเล่น

ตัวอย่างวิธีชวนลูกกินยา

  • ชมเชยและติดสติกเกอร์ในตารางเมื่อลูกกินยาเสร็จ
  • ให้ลูกถือแก้วน้ำหรือตุ๊กตาตัวโปรดระหว่างกินยา
  • อธิบายสั้น ๆ ตามวัยว่ายาช่วยให้หายป่วย

การใช้เกมในกระบวนการกินยานี้ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกมีความสนุกแต่ยังช่วยลดความเครียด และความกังวลที่อาจมีอยู่ในการกินยาของลูก

วิธีป้อนยาลูก กินยายากวิธีป้อนยาลูกน้อย ง่ายๆ
ถามเภสัชกรเรื่องรูปแบบยาหรือรสชาติที่ลูกรับได้ป้อนทีละน้อยด้วยไซริงค์ที่กระพุ้งแก้ม
ใช้การชมเชยและรางวัลเล็ก ๆ หลังกินยาลดความเครียดให้ลูกเมื่อมีการป้อนยา

ด้วยเทคนิค และเคล็ดลับเหล่านี้ คุณสามารถทำให้กระบวนการป้อนยาให้ลูกน้อยง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ลูกกินยาได้เป็นประจำ

หลอกล่อให้ลูกกินยาด้วยตุ๊กตาและนิทาน

การป้อนยาให้ลูกบางครั้งอาจเป็นการที่ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบาย หรือเครียด ซึ่งอาจทำให้ลูกไม่ต้องการกินยา ดังนั้น การลดความเครียดเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องใส่ใจในกระบวนการป้อนยา ดังนี้คือวิธีลดความเครียดให้ลูกเมื่อป้อนยา:

  1. สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นกันเอง  เพื่อให้ลูกรู้สึกมั่นใจ และสบายใจมากขึ้น เช่น เปิดเเพลงเล่นเกมส์ หรือกิจกรรมที่ลูกชื่นชอบ เพื่อการป้อนยาที่เป็นสนุก และไม่น่ากลัว
  2. ใช้วิธีการของการเล่าเรื่องราวให้ลูกฟังเมื่อป้อนยา เช่น เล่าเรื่องนิทาน หรืออ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการกินยา การใช้สิ่งต่างๆ เช่น ตุ๊กตา หรือตัวละครที่ลูกชื่นชอบมาช่วยเล่าเรื่อง ซึ่งสามารถแหล่งประโยชน์ในการเพิ่มความสนใจ และทำให้ลูกลืมความกังวลที่จะกินยา
  3. ให้เวลาพักผ่อน และช่วงเวลาเดียวกันในการป้อนยา 

การลดความเครียดเมื่อป้อนยาเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยให้ลูกมีกินยาได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่าลูกน้อยทุกคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการลดความเครียดอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน หรือทดลองหลายวิธีในการป้อนยากับลูกของคุณ

ตรวจฉลากยาก่อนป้อนเพื่อความปลอดภัย

วิธีการบอกความปลอดภัยในการป้อนยา

การป้อนยาให้ลูกเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย เพราะลูกอาจเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถรับรู้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การป้อนยาที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายและมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูก

สิ่งสำคัญที่จะต้องทำคือการตรวจสอบความถูกต้องของยาก่อนใช้ ควรตรวจสอบว่ายาที่ได้รับมาเป็นยาที่ถูกต้องตามคำสั่งแพทย์และไม่หมดอายุ หากมีความสงสัยหรือข้อผิดพลาดใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

เคล็ดลับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการป้อนยา
1. เก็บยาทุกชนิดไว้ในที่สูงหรือตู้ที่ล็อกได้ พ้นสายตาและมือเด็ก ปิดฝาให้แน่นทุกครั้งหลังใช้
2. อ่านฉลากยาทุกครั้งก่อนป้อน และให้ตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่งเท่านั้น
3. ตวงยาด้วยไซริงค์หรือถ้วยตวงที่ให้มาพร้อมยา ไม่ใช้ช้อนในครัว
4. จดเวลาที่ให้ยาแต่ละครั้ง ป้องกันการให้ยาซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ดูแลหลายคน
5. ถ้าลูกอาเจียนหลังกินยา อย่าป้อนซ้ำเอง ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และหากลูกมีผื่น หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติหลังกินยา ควรพบแพทย์ทันที

อ่านเพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัยในการใช้ยาเด็กได้ที่ HealthyChildren.org (AAP) และวิธีใช้ยาน้ำที่ถูกต้องที่ Using Liquid Medicines

โดยสรุปมาเป็นสัญญาณเตือนให้พ่อแม่ระมัดระวังและใส่ใจเมื่อป้อนยาให้ลูก ควรทำตามคำแนะนำที่ได้รับจากแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ อย่าลืมว่า ความปลอดภัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลบุตร 

สรุป

การป้อนยาให้ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญและอาจเป็นภารกิจที่ท้าทายสำหรับบางพ่อแม่ วันนี้เราได้รวมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อช่วยให้คุณสามารถป้อนยาให้ลูกได้อย่างถูกต้องและง่ายขึ้น ตามตารางวิธีป้อนยาลูกที่ถูกต้อง

เริ่มต้นโดยการเตรียมพร้อมก่อนป้อนยา แนะนำให้เตรียมยาล่วงหน้าและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อป้อนยาให้ลูก การตั้งค่าสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้การป้อนยาเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ในการป้อนยาให้ลูกง่ายๆ คุณสามารถใช้เทคนิคและเคล็ดลับต่างๆ เช่น การป้อนทีละน้อยด้วยไซริงค์ที่กระพุ้งแก้ม การอุ้มลูกในท่ากึ่งนั่ง และการชมเชยเมื่อลูกกินยาเสร็จ ที่จะช่วยให้การป้อนยาเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานมากขึ้น

สำหรับลูกที่ไม่ชอบรสยา ให้ปรึกษาเภสัชกรก่อนผสมยากับอาหารหรือเครื่องดื่มทุกครั้ง และเก็บยาให้พ้นมือเด็กเสมอ หากลูกยังไม่ยอมกินยาจนรักษาไม่ต่อเนื่อง ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ ดูเพิ่มเติมเรื่องโรคที่พบบ่อยในเด็กช่วงฤดูฝน

คำถามที่พบบ่อย

ลูกไม่ยอมกินยา ทำยังไงดี?

+

ป้อนทีละน้อยด้วยไซริงค์ที่กระพุ้งแก้ม ชมเชยเมื่อกินเสร็จ หากลูกปฏิเสธยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องรูปแบบยาที่เหมาะกว่า

ป้อนยาเด็กท่าไหนดี?

+

อุ้มลูกไว้บนตักในท่ากึ่งนั่ง ศีรษะสูงกว่าลำตัว ส่วนเด็กโตให้นั่งตัวตรง ไม่ควรป้อนยาขณะนอนหงายราบเพราะเสี่ยงสำลัก

ผสมยากับน้ำผลไม้หรืออาหารได้ไหม?

+

ไม่ควรผสมหรือแบ่งเม็ดยาเอง เพราะยาบางชนิดอาจเปลี่ยนฤทธิ์ ควรถามเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ใช้ช้อนกินข้าวตวงยาได้ไหม?

+

ไม่ควร ช้อนในครัวมีขนาดไม่เท่ากัน ควรใช้ไซริงค์หรือถ้วยตวงยาที่ให้มาพร้อมยาเพื่อให้ได้ขนาดยาที่ถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. NationwidechildrensMedicine how to give by mouth
  2. NationwidechildrensFamily resources education
  3. KidsHealthMedication safety
  4. CornerstonepediatricsHow to give medicine to a reluctant toddler
  5. HealthyChildren.org (AAP)Using Liquid Medicines
  6. HealthyChildren.org (AAP)Default

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ
  • การเลี้ยงลูก

หมุนเวียนของเล่น : 8 วิธี ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ

หมุนเวียนของเล่น : ช่วยส่งเสริมให้เด็กเล่นอย่างมีสติ ช่วงเทศกาลวันหยุด เด็กๆ มักจะได้ของเล่นใหม่ๆ เข้าบ้านเสมอ ทั้งได้รับ หรือคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ นี่คือโอกาสสำคัญในการสอนเด็กๆ เกี่

17 เม.ย. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดห่มผ้าอุ่น ๆ ดื่มน้ำอุ่น
  • การเลี้ยงลูก

ทำไมถึงมีอาการหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

หนาวหลังคลอดเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังคลอด เมื่อร่างกายของคุณแม่ต้องการเวลาในการฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาพปกติหลังจากการคลอด สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่มีอาการหนาวหลังคลอดได้แก่การขาดสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน และการยอดเสียงของร่างกาย เพื่อรับมือหนาวหลังคลอด คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ดีสำหรับการฟื้นตัว นอกจากนี้คุณแม่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหวาน และอาหารที่มีความเค็มสูง เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีของคุณแม่หลังคลอด

17 ก.พ. 25676 นาที
เบาะนอนทารกแน่นพร้อมผ้าปูตึง
  • การเลี้ยงลูก

5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย

การนอนของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรใส่ใจเป็นอย่างมากเป็นยังไงกันบ้าง? วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรพิจารณาจากน้ำหนักตัวของลูกน้อย และที่นอนที่สำคัญสะอาดง่าย โดยเฉพาะวัสดุของเบาะที่ดี ไม่ใช่เลือกเบาะที่เก่าเกินไป และสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเลยนั้น ควรพาลูกน้อยไปเลือกด้วยเลย เพื่อให้ได้เบาะนอนทารกที่ถูกใจเบบี๋ที่สุด

10 ก.พ. 25675 นาที