สุขภาพทางตาเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในช่วงเรียนและการเติบโตของเด็ก สายตาสั้นเป็นภาวะที่มีการเกิดขึ้นมากขึ้นในช่วงหลังยุคดิจิตอล คุณพ่อและคุณแม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมและรู้จักดูแลสุขภาพสายตาของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสายตาสั้น อย่าลืมว่าการรักษาสุขภาพสายตาลูกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กต้องเรียนหรือทำงานออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว นี่เป็นเทคนิคที่ ABC THE BABY รวบรวมบางเทคนิคที่คุณพ่อคุณแม่สามารถรักษาสุขภาพสายตาของลูกน้อยได้ พร้อมแล้วไปดูกันเลย
บทความแนะนำ : ผิดไหมลูกถนัดซ้าย ทําไงดี? ควรปล่อยหรือควรเปลี่ยนดี
ทำไมสมัยนี้เด็กสายตาสั้น ?
ปัญหาสายตาของเด็กมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี เนื่องจากการมีสายตาสั้นหรือปัญหาสายตาอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของเด็กๆ ด้วย
งานวิจัยของ Holden และคณะ (ตีพิมพ์ในวารสาร Ophthalmology ปี 2016) ประมาณว่าในปี 2563 (ค.ศ. 2020) ประชากรโลกราว 1 ใน 3 หรือประมาณ 34% มีสายตาสั้น และ American Academy of Ophthalmology (AAO) ระบุว่าภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ประชากรเกือบครึ่งโลกอาจมีสายตาสั้น
สาเหตุสายตาสั้นในเด็ก
สาเหตุของสายตาสั้นหรือปัญหาสายตาอื่น ๆ ในเด็กสามารถมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาของสายตาของเด็ก โดยสาเหตุสำคัญสามารถรวมถึง :
กรรมพันธุ์: สาเหตุสำคัญของปัญหาสายตาสั้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม หากคุณหนึ่งในครอบครัวมีปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น มีโอกาสที่จะส่งผลต่อลูกได้ด้วย เด็กที่มีพ่อแม่หรือญาติที่มีปัญหาสายตาสั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นเช่นกัน
การใช้เทคโนโลยีที่มีหน้าจอ: เด็กที่ใช้หน้าจออย่างบ่อยๆ อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสายตา เช่น สายตาสั้น การใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่นานอาจเพิ่มความเสี่ยงไปยังปัญหาสายตาสั้น
การอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้: การอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้ในระยะเวลาที่ยาวนานโดยไม่มีการพักผ่อนสามารถเป็นสาเหตุของปัญหาสายตาสั้นในเด็ก เนื่องจากการใช้สายตามองใกล้ต่อเนื่องนาน ๆ ร่วมกับการใช้เวลากลางแจ้งน้อย สัมพันธ์กับความเสี่ยงสายตาสั้นที่สูงขึ้น
ใช้เวลากลางแจ้งน้อย: งานวิจัยพบว่าเด็กที่ได้อยู่กลางแจ้งในแสงธรรมชาติมากกว่ามีความเสี่ยงสายตาสั้นน้อยกว่า ขณะที่เด็กที่อยู่แต่ในอาคารมีความเสี่ยงสูงกว่า
อาการบอกว่าเด็กอาจมีปัญหาสายตาสั้น
มองวัตถุไกลได้ยาก: เด็กอาจมีความยากลำบากในการมองวัตถุที่อยู่ไกล อาจบอกว่าไม่สามารถอ่านบนกระดานหรือแสดงความสนใจในการเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น กีฬาที่ใช้ระยะทางไกล
หรี่ตา ขยี้ตา หรือกะพริบตาบ่อย: เด็กมักหรี่ตาเวลามองไกล ขยี้ตาบ่อย หรือบ่นปวดตาและปวดศีรษะ โดยเฉพาะหลังเรียนหรือใช้สายตานาน ๆ
การปรับโฟกัสช้า: เด็กอาจมีการปรับโฟกัสช้าเมื่อต้องเปลี่ยนจากการมองวัตถุใกล้เป็นการมองวัตถุไกล ซึ่งอาจทำให้มองวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้ยากขึ้น
ชอบนั่งใกล้หรือถือของใกล้หน้า: เด็กอาจนั่งใกล้ทีวีมาก ถือหนังสือหรือแท็บเล็ตชิดหน้า หรือก้มหน้าใกล้สมุดเวลาเขียน
หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรพาลูกไปตรวจสายตากับจักษุแพทย์ เพราะสายตาสั้นแก้ไขได้ด้วยแว่นสายตาที่เหมาะสม และยิ่งตรวจพบเร็ว ลูกก็จะเรียนและเล่นได้เต็มที่ (ข้อมูลจาก NHS)
บทความแนะนำ : แนะนำ 5 แอพนับวันไข่ตก แบบแม่นยำ ตั้งครรภ์ได้แบบเป๊ะ
วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้
- จำกัดเวลาอยู่กับหน้าจอ
- อาหารที่มีประโยชน์สำหรับสายตาเด็ก
- การกะพริบตาถี่ขึ้น
- ออกไปเล่นกลางแจ้งและพักสายตา
- ไฟในห้องควรสว่างเพียงพอ
1. จำกัดเวลาอยู่กับหน้าจอ
คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจำกัดเวลาการใช้หน้าจอให้เหมาะสม การสร้างกฎหรือตารางในการใช้งานหน้าจอสำหรับลูกของคุณ เพื่อที่ลูกของคุณจะได้ทราบถึงระยะเวลาของการใช้งานแต่ละครั้งและไม่งอแง และดีต่อสายตาของลูกอีกด้วย โดย American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้เลี่ยงหน้าจอในเด็กอายุต่ำกว่า 18–24 เดือน (ยกเว้นวิดีโอคอล) และเด็ก 2–5 ปีไม่ควรใช้เกินวันละ 1 ชั่วโมง ระหว่างใช้จอให้ฝึกกฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที ให้มองไกลประมาณ 6 เมตร (20 ฟุต) นาน 20 วินาที นอกจากการบอกลูกตรงๆยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อตั้งเวลาการปิดหรือจำกัดเวลาการใช้งานของอุปกรณ์ได้ด้วย หรือชวนลูกเล่นของเล่นแทนหน้าจอ อ่านไอเดียได้ที่ ลูกติดหน้าจอ แก้ด้วยของเล่น
2. อาหารที่มีประโยชน์สำหรับสายตาเด็ก
สายตาเป็นส่วนสำคัญของเด็ก จึงควรดูแลสุขภาพทางตาเป็นอย่างดีเพื่อที่สายตาแข็งแรงและไม่เป็นสายตาสั้นในอนาคต อีกวิธีถนอมสายตา คืออาหารที่เหมาะสมนั่นเอง อาหารเป็นประโยชน์ทางตามีหลายประเภท ซึ่งอาจประกอบไปด้วยวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างสายตาให้แข็งแรง อย่างเช่น วิตามิน A , วิตามิน C , วิตามิน E , กรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นต้น
3. การกะพริบตาถี่ขึ้น
การกะพริบตาถี่ขึ้น อาจเป็นวิธีธรรมดา ๆ แต่ช่วยลดอาการตาแห้งและตาล้าได้ เพราะเวลาจ้องจอคนเรามักกะพริบตาน้อยลง การกะพริบตาจะช่วยให้น้ำตาเคลือบดวงตา ทำให้ไม่แสบตา จึงควรเตือนลูกให้กะพริบตาและพักสายตาเป็นระยะ เพื่อช่วยลดความอ่อนล้าของสายตา (แม้วิธีนี้จะช่วยเรื่องความสบายตา แต่ไม่ได้ป้องกันสายตาสั้นโดยตรง) วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกน้อยทำตามดู สามารถถนอมสายตาได้
4. ออกไปเล่นกลางแจ้งและพักสายตา
นอกจากการเรียนผ่านหน้าจอแล้ว ลูกของคุณก็อาจอยากผ่อนคลายบนหน้าจอ การออกไปพักสายตาที่อื่นบ้าง เป็นอีกวิธีที่ถนอมสายตาของลูกน้อย เช่นการทำกิจกรรมอื่นๆ ชวนเดินเล่นข้างนอก ชวนทำอาหาร หรือออกกำลังกาย ฯลฯ นอกจากทำให้ลูกละสายตาจากจอได้แล้ว ยังผ่อนคลายไม่ให้ลูกรู้สึกเครียด ที่สำคัญคือการให้ลูกได้เล่นกลางแจ้งในแสงธรรมชาติทุกวัน ซึ่งทั้ง AAO และ NHS ระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดสายตาสั้นในเด็ก เช่น เล่นทราย ปั่นจักรยาน หรือวิ่งเล่นในสวน อย่าลืมทาครีมกันแดดและใส่หมวกเมื่อแดดแรง
5. ไฟในห้องควรสว่างเพียงพอ
การทำให้ในห้องมีความสว่างเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพของสายตา การดูจอหรืออ่านหนังสือในห้องที่มืดหรือแสงไม่เพียงพอ ทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น จนแสบตา ตาแห้ง และตาล้าได้ง่าย ควรเปิดไฟให้สว่างทั่วห้อง ไม่ให้แสงสะท้อนเข้าจอ และให้ลูกถือหนังสือหรือจอห่างจากตาพอสมควร ส่วนเรื่องแสงสีฟ้า AAO ระบุว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาเด็ก แต่ควรงดจอก่อนนอน เพราะแสงจากจอรบกวนการนอนหลับได้
บทความแนะนำ : 5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย
และนี่ก็คือ 5 วิธีถนอมสายตา เพราะสายตาเป็นสำคัญต่อชีวิตไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ ดังนั้นวัยเด็กและยุคสมัยนี้ เสี่ยงอย่างมากที่จะสายตาสั้นก่อนวัย วันนี้ ABC THE BABY คัดมาให้แล้ววิธีถนอมสายตาง่าย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้จริง และควรพาลูกไปตรวจสายตาตามนัดของกุมารแพทย์หรือเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติ อย่าลืมนะคะ ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าสายเกินแก้นะคะ
อ้างอิงจาก :
- https://www.opticalexpress.co.uk/magazine/article/5-steps-to-protect-your-childrens-eyes
- https://www.rebuildyourvision.com/blog/childrens-eye-health/10-tips-to-preserve-kids-vision-in-a-high-tech-world/
- https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/tips-children-eyes-vision
- https://www.aao.org/eye-health/diseases/myopia-nearsightedness
- https://www.nhs.uk/conditions/short-sightedness/
- Holden BA และคณะ. Global Prevalence of Myopia and High Myopia and Temporal Trends from 2000 through 2050. Ophthalmology. 2016

