หน้าร้าน ลองของจริง089-894-9491
ตะกร้าของฉันการจัดส่ง
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
ABC the Baby
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
รถเข็นเด็กพับเล็กTripp Trappคาร์ซีทขวดนม Tommee Tippeeของเล่น Hapeของขวัญเยี่ยมคลอด
  • ไทย
  • English
  • 中文
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • العربية
  • หน้าแรก
  • ร้านค้า
  • บทความ
  • รีวิว
  • สาขา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา

รับโปรและโค้ดลดก่อนใคร

แอดไลน์ ABC the Baby รับโปรโมชัน สินค้าเข้าใหม่ และบทความดี ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

แอดไลน์รับโปร
ABC the Baby

ABC the Baby คือร้านขายของเด็กพรีเมี่ยม จำหน่ายของใช้ทารกแรกเกิด ของใช้เตรียมคลอดคุณแม่ ของขวัญเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็ก คาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก และเครื่องปั๊มนม มีหน้าร้านให้ลองสินค้าจริง

เกี่ยวกับ ABC the Baby

  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
  • รีวิวสินค้า
  • สาขา
  • ลงทะเบียนรับประกันสินค้า

ช้อปปิ้ง

  • สินค้าทั้งหมด
  • สินค้าลดราคา
  • ตะกร้า
  • การจัดส่ง

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อเรา
  • การคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชำระเงิน

พร้อมเพย์VisaMastercardJCBUnionPayAmerican ExpressK PLUSSCB EASYBangkok BankKrungsriTrueMoneyShopeePayLINE Pay

คุยกับเรา

LINE OAMessenger

หน้าร้าน · 3 สาขา

  • สาขาเมกา บางนา
  • สาขาวิภาวดีรังสิต
  • สาขาพระราม 2
  • หาสาขาใกล้ฉัน
© 2026 ABC the Babyนโยบายความเป็นส่วนตัวการคืนสินค้า
หน้าแรกสินค้าลดราคาของขวัญสาขา

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ

  • แชท LINE
  • แชท Messenger
  • โทรหาเรา
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. 5 วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้ ไม่ให้เด็กสายตาสั้น ก่อนจะสาย!

5 วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้ ไม่ให้เด็กสายตาสั้น ก่อนจะสาย!

5 มี.ค. 2567อัปเดต 17 ต.ค. 2569อ่าน 5 นาที
Take care of your eyes

ไปที่หัวข้อ

  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ทำไมสมัยนี้เด็กสายตาสั้น ?
  3. สาเหตุสายตาสั้นในเด็ก
  4. อาการบอกว่าเด็กอาจมีปัญหาสายตาสั้น
  5. วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้
  6. คำถามที่พบบ่อย

ลองของจริงก่อนซื้อ

หน้าร้าน 3 สาขา ลองรถเข็น คาร์ซีท ได้จริง

ดูสาขาช้อปออนไลน์

วิธีถนอมสายตาลูกไม่ให้สายตาสั้น คือ จำกัดเวลาหน้าจอตามวัยและพักสายตาตามกฎ 20-20-20 ให้ลูกได้เล่นกลางแจ้งในแสงธรรมชาติทุกวัน ซึ่งเป็นวิธีที่มีหลักฐานว่าช่วยลดความเสี่ยงสายตาสั้น กินอาหารที่มีวิตามิน A C E และโอเมก้า-3 ฝึกกะพริบตาลดตาล้า และเปิดไฟให้สว่างพอขณะอ่านหนังสือ หากลูกหรี่ตา มองไกลไม่ชัด หรือนั่งใกล้จอ ควรพาไปตรวจสายตา

สารบัญ (6 หัวข้อ)
  1. สรุปสั้น ๆ
  2. ทำไมสมัยนี้เด็กสายตาสั้น ?
  3. สาเหตุสายตาสั้นในเด็ก
  4. อาการบอกว่าเด็กอาจมีปัญหาสายตาสั้น
  5. วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้
  6. คำถามที่พบบ่อย

สรุปสั้น ๆ

  1. 01

    เด็กที่พ่อแม่สายตาสั้น ใช้สายตามองใกล้นาน และอยู่กลางแจ้งน้อย มีความเสี่ยงสายตาสั้นสูงขึ้น

  2. 02

    การเล่นกลางแจ้งในแสงธรรมชาติทุกวันช่วยลดความเสี่ยงและชะลอสายตาสั้นในเด็ก

  3. 03

    AAP แนะนำเลี่ยงหน้าจอก่อน 18–24 เดือน และเด็ก 2–5 ปีไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง

  4. 04

    ใช้กฎ 20-20-20: ทุก 20 นาที มองไกลประมาณ 6 เมตร นาน 20 วินาที

  5. 05

    ถ้าลูกหรี่ตา มองกระดานไม่ชัด หรือนั่งใกล้จอ ควรพาไปตรวจสายตากับจักษุแพทย์

สุขภาพทางตาเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในช่วงเรียนและการเติบโตของเด็ก สายตาสั้นเป็นภาวะที่มีการเกิดขึ้นมากขึ้นในช่วงหลังยุคดิจิตอล คุณพ่อและคุณแม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมและรู้จักดูแลสุขภาพสายตาของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสายตาสั้น อย่าลืมว่าการรักษาสุขภาพสายตาลูกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กต้องเรียนหรือทำงานออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว นี่เป็นเทคนิคที่ ABC THE BABY รวบรวมบางเทคนิคที่คุณพ่อคุณแม่สามารถรักษาสุขภาพสายตาของลูกน้อยได้ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

บทความแนะนำ : ผิดไหมลูกถนัดซ้าย ทําไงดี? ควรปล่อยหรือควรเปลี่ยนดี

ทำไมสมัยนี้เด็กสายตาสั้น ?

ปัญหาสายตาของเด็กมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี เนื่องจากการมีสายตาสั้นหรือปัญหาสายตาอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของเด็กๆ ด้วย

งานวิจัยของ Holden และคณะ (ตีพิมพ์ในวารสาร Ophthalmology ปี 2016) ประมาณว่าในปี 2563 (ค.ศ. 2020) ประชากรโลกราว 1 ใน 3 หรือประมาณ 34% มีสายตาสั้น และ American Academy of Ophthalmology (AAO) ระบุว่าภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ประชากรเกือบครึ่งโลกอาจมีสายตาสั้น

สาเหตุสายตาสั้นในเด็ก

สาเหตุของสายตาสั้นหรือปัญหาสายตาอื่น ๆ ในเด็กสามารถมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาของสายตาของเด็ก โดยสาเหตุสำคัญสามารถรวมถึง :

  1. กรรมพันธุ์: สาเหตุสำคัญของปัญหาสายตาสั้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม หากคุณหนึ่งในครอบครัวมีปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น มีโอกาสที่จะส่งผลต่อลูกได้ด้วย เด็กที่มีพ่อแม่หรือญาติที่มีปัญหาสายตาสั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นเช่นกัน

  2. การใช้เทคโนโลยีที่มีหน้าจอ: เด็กที่ใช้หน้าจออย่างบ่อยๆ อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสายตา เช่น สายตาสั้น การใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่นานอาจเพิ่มความเสี่ยงไปยังปัญหาสายตาสั้น

  3. การอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้: การอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้ในระยะเวลาที่ยาวนานโดยไม่มีการพักผ่อนสามารถเป็นสาเหตุของปัญหาสายตาสั้นในเด็ก เนื่องจากการใช้สายตามองใกล้ต่อเนื่องนาน ๆ ร่วมกับการใช้เวลากลางแจ้งน้อย สัมพันธ์กับความเสี่ยงสายตาสั้นที่สูงขึ้น

  4. ใช้เวลากลางแจ้งน้อย: งานวิจัยพบว่าเด็กที่ได้อยู่กลางแจ้งในแสงธรรมชาติมากกว่ามีความเสี่ยงสายตาสั้นน้อยกว่า ขณะที่เด็กที่อยู่แต่ในอาคารมีความเสี่ยงสูงกว่า

อาการบอกว่าเด็กอาจมีปัญหาสายตาสั้น

  1. มองวัตถุไกลได้ยาก: เด็กอาจมีความยากลำบากในการมองวัตถุที่อยู่ไกล อาจบอกว่าไม่สามารถอ่านบนกระดานหรือแสดงความสนใจในการเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น กีฬาที่ใช้ระยะทางไกล

  2. หรี่ตา ขยี้ตา หรือกะพริบตาบ่อย: เด็กมักหรี่ตาเวลามองไกล ขยี้ตาบ่อย หรือบ่นปวดตาและปวดศีรษะ โดยเฉพาะหลังเรียนหรือใช้สายตานาน ๆ

  3. การปรับโฟกัสช้า: เด็กอาจมีการปรับโฟกัสช้าเมื่อต้องเปลี่ยนจากการมองวัตถุใกล้เป็นการมองวัตถุไกล ซึ่งอาจทำให้มองวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้ยากขึ้น

  4. ชอบนั่งใกล้หรือถือของใกล้หน้า: เด็กอาจนั่งใกล้ทีวีมาก ถือหนังสือหรือแท็บเล็ตชิดหน้า หรือก้มหน้าใกล้สมุดเวลาเขียน

หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรพาลูกไปตรวจสายตากับจักษุแพทย์ เพราะสายตาสั้นแก้ไขได้ด้วยแว่นสายตาที่เหมาะสม และยิ่งตรวจพบเร็ว ลูกก็จะเรียนและเล่นได้เต็มที่ (ข้อมูลจาก NHS)

บทความแนะนำ : แนะนำ 5 แอพนับวันไข่ตก แบบแม่นยำ ตั้งครรภ์ได้แบบเป๊ะ

วิธีถนอมสายตาที่ควรรู้

  • จำกัดเวลาอยู่กับหน้าจอ
  • อาหารที่มีประโยชน์สำหรับสายตาเด็ก
  • การกะพริบตาถี่ขึ้น
  • ออกไปเล่นกลางแจ้งและพักสายตา
  • ไฟในห้องควรสว่างเพียงพอ

1. จำกัดเวลาอยู่กับหน้าจอ

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจำกัดเวลาการใช้หน้าจอให้เหมาะสม การสร้างกฎหรือตารางในการใช้งานหน้าจอสำหรับลูกของคุณ เพื่อที่ลูกของคุณจะได้ทราบถึงระยะเวลาของการใช้งานแต่ละครั้งและไม่งอแง และดีต่อสายตาของลูกอีกด้วย โดย American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้เลี่ยงหน้าจอในเด็กอายุต่ำกว่า 18–24 เดือน (ยกเว้นวิดีโอคอล) และเด็ก 2–5 ปีไม่ควรใช้เกินวันละ 1 ชั่วโมง ระหว่างใช้จอให้ฝึกกฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที ให้มองไกลประมาณ 6 เมตร (20 ฟุต) นาน 20 วินาที นอกจากการบอกลูกตรงๆยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อตั้งเวลาการปิดหรือจำกัดเวลาการใช้งานของอุปกรณ์ได้ด้วย หรือชวนลูกเล่นของเล่นแทนหน้าจอ อ่านไอเดียได้ที่ ลูกติดหน้าจอ แก้ด้วยของเล่น

2. อาหารที่มีประโยชน์สำหรับสายตาเด็ก

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

สายตาเป็นส่วนสำคัญของเด็ก จึงควรดูแลสุขภาพทางตาเป็นอย่างดีเพื่อที่สายตาแข็งแรงและไม่เป็นสายตาสั้นในอนาคต อีกวิธีถนอมสายตา คืออาหารที่เหมาะสมนั่นเอง อาหารเป็นประโยชน์ทางตามีหลายประเภท ซึ่งอาจประกอบไปด้วยวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างสายตาให้แข็งแรง อย่างเช่น วิตามิน A , วิตามิน C , วิตามิน E  , กรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นต้น

3. การกะพริบตาถี่ขึ้น

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

การกะพริบตาถี่ขึ้น อาจเป็นวิธีธรรมดา ๆ แต่ช่วยลดอาการตาแห้งและตาล้าได้ เพราะเวลาจ้องจอคนเรามักกะพริบตาน้อยลง การกะพริบตาจะช่วยให้น้ำตาเคลือบดวงตา ทำให้ไม่แสบตา จึงควรเตือนลูกให้กะพริบตาและพักสายตาเป็นระยะ เพื่อช่วยลดความอ่อนล้าของสายตา (แม้วิธีนี้จะช่วยเรื่องความสบายตา แต่ไม่ได้ป้องกันสายตาสั้นโดยตรง) วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกน้อยทำตามดู สามารถถนอมสายตาได้

4. ออกไปเล่นกลางแจ้งและพักสายตา

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

นอกจากการเรียนผ่านหน้าจอแล้ว ลูกของคุณก็อาจอยากผ่อนคลายบนหน้าจอ การออกไปพักสายตาที่อื่นบ้าง เป็นอีกวิธีที่ถนอมสายตาของลูกน้อย เช่นการทำกิจกรรมอื่นๆ ชวนเดินเล่นข้างนอก ชวนทำอาหาร หรือออกกำลังกาย ฯลฯ นอกจากทำให้ลูกละสายตาจากจอได้แล้ว ยังผ่อนคลายไม่ให้ลูกรู้สึกเครียด ที่สำคัญคือการให้ลูกได้เล่นกลางแจ้งในแสงธรรมชาติทุกวัน ซึ่งทั้ง AAO และ NHS ระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดสายตาสั้นในเด็ก เช่น เล่นทราย ปั่นจักรยาน หรือวิ่งเล่นในสวน อย่าลืมทาครีมกันแดดและใส่หมวกเมื่อแดดแรง

5. ไฟในห้องควรสว่างเพียงพอ

เด็กถนอมสายตาจากการใช้หน้าจอ

การทำให้ในห้องมีความสว่างเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพของสายตา การดูจอหรืออ่านหนังสือในห้องที่มืดหรือแสงไม่เพียงพอ ทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น จนแสบตา ตาแห้ง และตาล้าได้ง่าย ควรเปิดไฟให้สว่างทั่วห้อง ไม่ให้แสงสะท้อนเข้าจอ และให้ลูกถือหนังสือหรือจอห่างจากตาพอสมควร ส่วนเรื่องแสงสีฟ้า AAO ระบุว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาเด็ก แต่ควรงดจอก่อนนอน เพราะแสงจากจอรบกวนการนอนหลับได้

บทความแนะนำ : 5 วิธีเลือกเบาะนอนทารก ควรเป็นแบบไหนดี? ให้เบบี๋นอนหลับสบาย

และนี่ก็คือ 5 วิธีถนอมสายตา เพราะสายตาเป็นสำคัญต่อชีวิตไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ ดังนั้นวัยเด็กและยุคสมัยนี้ เสี่ยงอย่างมากที่จะสายตาสั้นก่อนวัย วันนี้ ABC THE BABY คัดมาให้แล้ววิธีถนอมสายตาง่าย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้จริง และควรพาลูกไปตรวจสายตาตามนัดของกุมารแพทย์หรือเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติ อย่าลืมนะคะ ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าสายเกินแก้นะคะ

อ้างอิงจาก :

  • https://www.opticalexpress.co.uk/magazine/article/5-steps-to-protect-your-childrens-eyes
  • https://www.rebuildyourvision.com/blog/childrens-eye-health/10-tips-to-preserve-kids-vision-in-a-high-tech-world/
  • https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/tips-children-eyes-vision
  • https://www.aao.org/eye-health/diseases/myopia-nearsightedness
  • https://www.nhs.uk/conditions/short-sightedness/
  • Holden BA และคณะ. Global Prevalence of Myopia and High Myopia and Temporal Trends from 2000 through 2050. Ophthalmology. 2016

คำถามที่พบบ่อย

ลูกสายตาสั้นดูจากอะไร

+

สังเกตว่าลูกมองของไกลลำบาก อ่านกระดานไม่ชัด หรี่ตาหรือขยี้ตาบ่อย ปวดศีรษะ หรือชอบนั่งใกล้ทีวีและถือจอชิดหน้า ควรพาไปตรวจสายตา

ทำไมเด็กสมัยนี้สายตาสั้นเยอะ

+

นอกจากกรรมพันธุ์แล้ว เด็กสมัยนี้ใช้สายตามองใกล้ทั้งหน้าจอและหนังสือเป็นเวลานาน และใช้เวลากลางแจ้งน้อยลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงสายตาสั้น

เล่นกลางแจ้งช่วยป้องกันสายตาสั้นได้จริงไหม

+

จริง AAO และ NHS ระบุว่าการให้เด็กใช้เวลากลางแจ้งในแสงธรรมชาติมากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดสายตาสั้น

แสงสีฟ้าจากจอทำให้ลูกสายตาสั้นไหม

+

AAO ระบุว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาเด็ก ปัญหาหลักคือการจ้องใกล้นานและอยู่กลางแจ้งน้อย แต่ควรงดจอก่อนนอนเพราะรบกวนการนอน

กะพริบตาบ่อย ๆ ช่วยถนอมสายตาได้ไหม

+

ช่วยลดตาแห้งและตาล้าเวลาจ้องจอ เพราะน้ำตาจะเคลือบดวงตา แต่ไม่ได้ป้องกันสายตาสั้นโดยตรง

บทความที่เกี่ยวข้อง

e3021 3 blog 1
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการ

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย

5 การเล่นเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็กเรียนรู้และเติบโต ส่งเสริมพัฒนาการหลากหลาย ตอนที่คุณยังเด็ก คุณสนุกกับการเล่นสวมบทบาทสมมติใช่ไหม? จินตนาการว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิง

24 มิ.ย. 25676 นาที
คุณแม่อุ้มลูกแรกเกิดรอฉีดวัคซีนที่คลินิกเด็ก

วัคซีนเด็กแรกเกิด มีอะไรบ้าง ตารางวัคซีนพื้นฐานล่าสุด ที่พ่อแม่ต้องรู้

สรุปตารางวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีด และการดูแลหลังฉีดวัคซีน

23 พ.ค. 25675 นาที
คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนกับลูกน้อยที่บ้าน

7 ภาวะหลังคลอด มีอะไรบ้าง? ที่คุณแม่ควรรับมือ

การอุ้มท้องลูกน้อย คนเป็นแม่อาจจะคิดว่าคงเป็นอะไรที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมไปว่าหลังคลอด ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะหลังการคลอด คุณแม่มักจะเจอกับอาการที่เรียกว่า "ภาวะหลังคลอด"

15 พ.ค. 25674 นาที